โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review

รีวิวผ่าตัดโหนกแก้มซอฟต์

ฉันทำผ่าตัดโหนกแก้มซอฟต์ที่ช่วงนี้มีคนพูดถึงกันเยอะในชุมชนนี้ค่ะ ทำที่ ㅁ/ㅇ/ㅁ/ㄷ/ㄱ คิดเรื่องนี้มาประมาณ 6 เดือนแล้ว และรู้สึกว่าทำตอนอายุน้อยกว่าแม้แค่ปีเดียวก็น่าจะดีกว่า เลยตัดสินใจผ่าตัดค่ะ ตอนนี้น่าจะผ่าตัดมาได้ประมาณ 10 วันแล้ว

ก่อนอื่น สิ่งที่อยากบอกคนที่มีแผนจะผ่าตัดคือ ต่อให้บอกว่าเป็นการเลาะเนื้อเยื่อน้อยที่สุดและใช้เวลาพักฟื้นน้อย ฉันก็คิดว่าถ้าเป็นไปได้ควรทำตอนที่พักได้จริงๆ ค่ะ! เพราะทำศัลยกรรมเพราะมันเป็นปมด้อยที่ใหญ่ที่สุดของตัวเอง ถ้าการผ่าตัดนี้กลายเป็นผลข้างเคียงขึ้นมาก็คงเศร้ามาก..ㅜㅜ อย่างน้อยถ้าดูแลตัวเองในขอบเขตที่ทำได้เต็มที่ (สำหรับฉันคิดว่า 2 เดือน อย่างน้อย 1 เดือน) ก็จะช่วยลดความเป็นไปได้ของผลข้างเคียงได้ ในช่วงเวลา 2 เดือนนั้นต้องระวังเรื่องอาหารมากจริงๆ ซึ่งระหว่างทำงานจะทำได้ยาก ดังนั้นควรทำตอนที่สามารถพักได้ค่ะ! (ฉันคิดว่า 1-2 เดือนต้องไม่เคี้ยว และห้ามดื่มแอลกอฮอล์กับสูบบุหรี่) + ที่โรงพยาบาลคุณหมอก็พูดหลายครั้งว่า ถ้าเป็นไปได้ให้ลดน้ำหนักลงเล็กน้อย ฉันคิดว่าน้ำหนักตัวเองอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ตอนนี้เมื่อสามารถลดปริมาณการกินได้ ก็เลยพยายามไดเอตอยู่ ตอนนี้เหมือนลดไปประมาณ 2 กิโลกรัมค่ะ

ต่อไปจะพูดถึงประสบการณ์ผ่าตัด วันผ่าตัดมีการปรึกษากับคุณหมอ เขียนใบยินยอมผ่าตัด ถ่าย CT เป็นต้น และใช้ยาสลบแบบหลับ หลังผ่าตัดเสร็จฉันตื่นที่ห้องพักฟื้น วันนั้นสภาพร่างกายไม่ค่อยดี ส่วนตัวเลยลำบากมากจริงๆ หลังออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน ต้องพันผ้าพันแผลที่โรงพยาบาลพันให้ไว้ประมาณ 2-3 วัน สำหรับฉัน ช่วงตั้งแต่วันผ่าตัดจนถึงก่อนถอดผ้าพันแผลเป็นช่วงที่ยากที่สุด.. เพราะผ้าพันแผลทำให้ข้อต่อขากรรไกรเจ็บมาก ทุกเย็นหน้าจะบวมขึ้น ผ้าพันแผลก็รัดแน่นขึ้น ความอึดอัดเหมือนขยับไปข้างหน้าหรือถอยหลังก็ไม่ได้มันมากจริงๆ (บริเวณคางถลอกจากผ้าพันแผลค่อนข้างมาก)

ไม่รู้ว่าเพราะผ่าตัดโหนกแก้มซอฟต์เป็นการเลาะเนื้อเยื่อน้อยที่สุดหรือเปล่า อาการปวดบริเวณโหนกแก้มน้อยมากจริงๆ สำหรับฉันแทบไม่มีปวดบริเวณโหนกแก้มเลย แค่เหมือนมีคนข่วนแขนเบาๆ แต่ตอนพันผ้าพันแผล ขากรรไกรเจ็บมาก และหลังถอดผ้าพันแผลแล้วก็ยังชาๆ ตึงๆ ตอนใส่ผ้ารัดหน้าก็เจ็บขากรรไกรมากกว่าโหนกแก้ม ฉันคิดว่าส่วนหนึ่งอาจเพราะกระดูกขากรรไกรของฉันค่อนข้างอ่อนแอด้วย พอลองหารีวิวของคนอื่นที่ผ่าตัดมา โดยรวมก็ดูเหมือนแทบไม่มีอาการปวดบริเวณโหนกแก้มกันค่ะ

และตอนถอดผ้าพันแผลตอนบ่ายวันที่ 2 หน้า swollen เหมือนพระจันทร์เต็มดวงเลยค่ะ เพราะบวมมาก เลยดูยากว่าโหนกแก้มเปลี่ยนไปแค่ไหน ตอนนั้นดีใจเรื่องถอดผ้าพันแผลมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของโหนกแก้ม เลยคิดว่าไม่เป็นไรถึงยังไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ หลังถอดผ้าพันแผล อาการบวมเริ่มยุบลงชัดเจนวันต่อวัน ฉันดื่มน้ำฟักทองเพื่อลดบวม และเดินเล่นวันละประมาณ 20-30 นาที นอกจากนี้ พยายามไม่นอนราบนอกจากตอนนอนกลางคืน และนั่งอยู่ ถ้ายืนได้ อาการบวมน่าจะยุบเร็วขึ้นอีก เขาบอกว่ายิ่งเดินมากเท่าไร อาการบวมก็จะยุบเร็วเท่านั้น

คนส่วนใหญ่ที่ผ่าตัดมาบอกว่าอาการบวมใหญ่ๆ จะยุบในสัปดาห์แรก ซึ่งพอครบหนึ่งสัปดาห์แล้ว อย่างน้อยอาการบวมใหญ่ๆ บริเวณโหนกแก้มก็ดูเหมือนจะยุบจริงๆ แต่บวมนั้นจะลงมาที่แก้ม แม้อาการบวมแก้มจะลดลงกว่าเดิม แต่บริเวณแก้มก็ยังป่องอยู่ ถึงอย่างนั้น เพราะเดิมทีโหนกแก้มฉันชัดมาก เมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัดแล้วโหนกแก้มลดลงเยอะ ตอนนี้เลยพอใจค่ะ แต่ฉันคิดว่ายังไม่รู้แน่ชัดจนกว่าอาการบวมโดยรวมจะยุบและเห็นกระดูกโหนกแก้มชัดขึ้น นอกจากนี้ยังมีความไม่สมมาตรของโหนกแก้มสองข้างอยู่ ในเอกสารอธิบายของโรงพยาบาลบอกว่าช่วงแรกอาจมีความไม่สมมาตรได้ เพราะอาการบวมสองข้างยุบไม่เท่ากัน ฉันเลยรออย่างสงบค่ะ อีกอย่าง ต่อให้มีความไม่สมมาตร ใบหน้าก่อนศัลยกรรมของฉันก็มีความไม่สมมาตรอยู่แล้ว และฉันพอใจกับผลลัพธ์ของการผ่าตัด อีกทั้งคิดว่าจะยอมรับความไม่สมมาตรในระดับหนึ่งได้ ดังนั้นถ้าไม่รุนแรงก็คงไม่ได้ไม่พอใจมากค่ะ

รอยช้ำเกิดใต้ตาทั้งสองข้าง และเกิดที่แก้มทั้งสองข้างตอนใส่ผ้ารัดหน้า ตอนนี้กำลังประคบร้อนและประคบเย็นสลับกัน ประมาณหนึ่งสัปดาห์เป็นรอยช้ำสีเหลือง และตอนนี้หวังว่าจะหายภายในหนึ่งสัปดาห์ + ถึงจะใส่หน้ากาก ก็อาจมีสถานการณ์ที่ต้องถอดออก และระดับรอยช้ำก็แล้วแต่คน ฉันเลยคิดว่าคนทำงานออฟฟิศอาจกลับไปทำงานเร็วได้ยากเพราะรอยช้ำด้วย นอกจากนี้ ช่วงแรกหลังผ่าตัด งานที่ต้องก้มหน้าก็น่าจะทำได้ยากค่ะ

สิ่งที่ส่วนตัวรู้สึกไม่สะดวกมากหลังผ่าตัดคือการแปรงฟัน ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งใจพยายามอ้าปากด้วยซ้ำ ต่อให้แปรงเองก็แปรงได้แค่ด้านนอกของฟัน เลยไม่สะดวกมาก ฉันใช้แปรงซอกฟันแบบปลายโลหะด้านหน้าดัดงอได้ ดัดให้เข้าด้านในฟัน และใช้เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟันอยู่ คนที่แปรงฟันลำบาก ถ้าแปรงด้านนอกของฟัน ใช้น้ำยาบ้วนปาก + แปรงซอกฟัน + เครื่องฉีดน้ำ ก็น่าจะค่อนข้างโอเคค่ะ!

ตอนนอน ฉันนอนหนุนหมอนสูงประมาณ 3-4 ใบ เขาบอกว่าถ้านอนใส่หมอนรองคอจะช่วยไม่ให้นอนตะแคง แต่สำหรับฉันการนอนใส่หมอนรองคออึดอัดเกินไป เลยใช้วิธีพับผ้าขนหนูหนึ่งผืนเป็นแนวยาวแล้วพันรอบคอนอน วิธีนี้ก็ช่วยให้ศีรษะหันไปด้านข้างน้อยลงค่ะ

ฉันพอใจเพราะรู้สึกได้ถึงผลการผ่าตัดในระดับที่ต้องการ และคาดหวังกับอาการบวมที่จะยุบต่อไปมากค่ะ ทางโรงพยาบาลบอกเองว่าแก้มหย่อนคล้อยน้อยมาก แต่ส่วนตัวเพราะผลบริเวณโหนกแก้มชัดมาก ก็เลยกังวลเรื่องแก้มหย่อนคล้อยตามขนาดนั้น..ㅠㅠ เรื่องกระดูกไม่ติด ช่วงเวลานี้สำคัญที่สุด ฉันเลยพยายามดูแลให้เต็มที่ในสิ่งที่ทำได้ ตัวโรงพยาบาลเอง คุณหมอกับพยาบาลใจดีมากจริงๆ ใจดีถึงขั้นที่ต่อให้โรงพยาบาลนี้ไม่ใช่คลินิกศัลยกรรม แต่เป็นโรงพยาบาลทั่วไป ฉันก็อยากไปต่อเรื่อยๆ

จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้สึกถึงข้อเสียใหญ่ๆ หวังว่าหลังจากนี้ ตอนครบ 1 เดือน ครบ 1 ปี และหลังจากนั้น จะสามารถเขียนรีวิวดีๆ ได้อีกค่ะ ^^ ทั้งหมดนี้เป็นรีวิวที่ใส่ความคิดส่วนตัวของฉันไว้ค่ะ

ถูกใจ 4

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้