โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก@rhino-review

รีวิวจริงใจสุดๆ ที่เขียนเหมือนไดอารี่ วันนี้ไปผ่าตัดจมูกชมพู่มาแล้วค่ะ …

แอบอ่านอย่างเดียวมาหลายเดือน พอจะมาเขียนจริงๆ แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดีเลยค่ะ บทนำยาวมากจริงๆ ตอนนี้อยู่คนเดียว ติดผ้าพันแผลไว้ ดู Instagram, Facebook, YouTube ครบหมดแล้ว ไม่มีอะไรทำ เลยกลับมาที่ชุมชนนี้หลังจากไม่ได้เข้านาน แล้วเขียนเหมือนไดอารี่ ถ้าใครไม่สบายใจก็ไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ>.<

ก่อนอื่น การผ่าตัดที่ฉันทำคือ สันจมูก 4mm, เย็บรวบกระดูกอ่อนปลายจมูก, ใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก, กรอฮัมพ์สันจมูก..? คุณหมอบอกว่าจะขัดด้วยกระดาษทรายค่ะ

ก่อนอื่น ฉันเป็นจมูกชมพู่ค่ะ!! ไม่ใช่จมูกที่น่าเกลียด แล้วสันจมูกก็ไม่ได้ถือว่าไม่มี และเป็นจมูกที่ใช้เฉดดิ้งปิดได้พอสมควร แน่นอนว่าเป็นมาตรฐานของฉันเองล้วนๆ นะคะ แต่ยังไงก็ตาม พอเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ไม่รู้ว่าฉันเริ่มหมกมุ่นกับรูปลักษณ์มากขนาดไหน ควรเรียกว่าช่วงเบื่อหน้าตัวเองดีไหม.. ทุกครั้งที่มองกระจก หน้าดูใหญ่มาก และคิดอยู่แค่ว่า ถ้าเหลากรอบหน้าอีกนิดก็คงดี ฉันตาค่อนข้างโตอยู่นะคะ.. มีตาสองชั้นด้วย แต่ฉันคิดว่าเพราะหน้าใหญ่เลยทำให้ตาดูเล็กㅠㅠ ฉันเลยคิดจะทำศัลยกรรมโครงหน้า แล้วในคนรู้จักรอบตัวมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยทำงานที่คลินิกศัลยกรรมอยู่ช่วงสั้นๆ เลยลองถามดู แต่เขาบอกว่าฉันแค่รูปศีรษะค่อนข้างใหญ่ ไม่ใช่โหนกแก้มหรือกรามยื่น ดังนั้นน่าจะมีแต่แก้มห้อยลงมาเยอะมากและไม่น่าจะได้ผลㅠㅠ ฮือๆ พ่อคะ,,ㅠㅠ ยังไงก็ตาม พอได้ฟังตรงๆ แบบนั้น ความอยากทำโครงหน้าก็หายไป,, เหมือนจะหายไปนะคะ แต่คราวนี้ความอยากนั้นก็ไปลงที่จมูกแทน จริงๆ แล้วเมื่อเดือนมกราคม 2016 ฉันเคยทำหัตถการ MISKO ที่โรงพยาบาลอื่นค่ะ ปลายจมูกกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว แต่ (หัตถการก็เป็นแบบนั้นแหละค่ะ! ถึงอย่างนั้นฉันพอใจมาก และถ้าย้อนกลับไปตอนนั้นก็คงทำอีก) ฉันเลยคิดแค่เรื่องเย็บรวบกระดูกอ่อนหรือการลดปีกจมูก สันจมูกเดิมไม่ได้ต่ำอยู่แล้ว และยังมีฟิลเลอร์เหลืออยู่นิดหน่อยด้วย ฉันเลยไปโรงพยาบาลโดยคิดแค่จะทำปลายจมูกค่ะ โรงพยาบาลนั้นเป็นที่ที่เพื่อนๆ รอบตัวฉันซึ่งพูดแต่เรื่องความปลอดภัยไปทำตาสองชั้นกัน ฉันเลยไปโดยไม่ได้หาข้อมูลอะไรมากเป็นพิเศษ และตัวฉันเองก็เป็นสายที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความปลอดภัย ความปลอดภัย แบบสุดๆ เลยแค่เช็กในอินเทอร์เน็ตว่ามีวิสัญญีแพทย์ประจำ และมีแต่แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่ง แล้วก็ไปเลยค่ะ พ่อฉันก็เป็นหมอเหมือนกัน (ไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่ง เป็นหมอชนบทค่ะㅠ) ยังไงก็นึกถึงที่พ่อเคยบอกว่า ถ้าจะทำ ให้ไปที่ที่ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางเป็นคนทำ... ก่อนอื่น บรรยากาศโรงพยาบาลดีมากๆ ค่ะ โรงพยาบาลที่เคยไปก่อนหน้านี้ พนักงานเคาน์เตอร์หรือคนให้คำปรึกษาบางคนดูแรงเกินไป หรือพอฉันเข้าไปก็ไม่ทักทาย.. ทำเหมือนไม่เห็นกันเลยค่ะ แต่โรงพยาบาลนี้ทุกคนใจดี และคนไม่เยอะมากค่ะ! ชอบตรงที่ไม่รู้สึกเหมือนโรงงาน อีกอย่างคุณหมอก็แบบ.. เฮ้อ สุภาพมาก..ㅠㅠ ตอนปรึกษาก็รู้สึกได้แล้ว แต่สามวันก่อนผ่าตัด ตอนมาฉีดยาสลายฟิลเลอร์ให้ฉัน คุณหมอบอกว่าขอโทษที่ทำให้เจ็บㅠㅠ ทั้งที่ไม่เจ็บเลยㅠㅠ ยังไงก็ตาม รู้สึกได้ว่าคุณหมอใจดีและละเอียดมาก เลยเชื่อใจค่ะ จากนั้นฉันก็ปรึกษากับผู้จัดการและคุณหมอเฉพาะทางจมูกค่ะ พอพูดเรื่องปลายจมูก คุณหมอบอกว่ากระดูกอ่อนของฉันแผ่ออก จึงจะเย็บรวบกระดูกอ่อน ใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกตั้งขึ้นเหมือนเต็นท์ เอาไขมันออก และเพราะมีฮัมพ์เล็กน้อยจึงกรอออก? ถ้าทำแบบนี้จะดีขึ้นมากค่ะ แต่คุณหมอบอกว่าความหนาของผิวหนังไม่มีทางแก้ไขได้เด็ดขาด ให้คำนึงถึงเรื่องนั้นด้วย ผิวจมูกฉันค่อนข้างหนาค่ะ และคุณหมอบอกว่าอย่าทำลดปีกจมูกเด็ดขาด เพราะปีกจมูกฉันไม่ได้กว้าง แต่เป็นจมูกชมพู่ชนิดที่กระดูกอ่อนแผ่ออก พอคุณหมอเอาคอตตอนบัดใส่เข้าไปในจมูกแล้วดันให้ดู ก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ อีกอย่างคุณหมอบอกว่าบริเวณด้านล่าง? ของรูจมูกมีการหลั่งไขมันเยอะ จึงเป็นประเภทที่แผลเป็นจะขึ้นเยอะค่ะ แต่ถ้าทำแค่ปลายจมูก อาจกลายเป็นเหมือนพินอคคิโอได้ คุณหมอเลยแนะนำให้เสริมสันจมูกด้วยซิลิโคนค่ะ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป เลยบอกว่าไม่อยากทำ เพราะกลัวผลข้างเคียงเยอะและกลัวดูรู้ว่าผ่าตัดมากเกินไป คุณหมอก็บอกว่าถ้าทำแบบนั้นจะยกปลายจมูกขึ้นได้ไม่มาก และน่าจะไม่พอใจกับปลายจมูกด้วย คุณหมอยังบอกด้วยว่าที่พูดเพราะตัวคุณหมอเองก็มีความอยากทำให้คนไข้สวยขึ้นค่ะ เพราะคุณหมอเคยบอกแล้วว่าไม่จำเป็นต้องทำโครงหน้า และตาก็ไม่จำเป็นต้องทำ ฉันเลยไม่คิดว่าเขากำลังบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่จำเป็น อีกอย่างผู้จัดการอธิบายละเอียดมากว่าผลข้างเคียงของซิลิโคนแทบไม่มี มีประวัติการใช้มายาวนาน อะไรทำนองนั้น ฉันเลยเหมือนถูกสะกด แล้วตะโกนว่า ธรรมชาติ!!!!! พร้อมกับจองคิวไปเลยค่ะ.. ฮงฮง

ฉันรู้จักชุมชนนี้ตอนที่กำลังหาคาเฟ่ที่มีนายหน้าน้อย และตั้งใจสมัครคาเฟ่ศัลยกรรมใน Naver รวมถึงคาเฟ่ต่อต้านศัลยกรรม เพราะเป็นที่ที่รู้เรื่องผลข้างเคียงมากกว่าโฆษณา แต่พอเห็นโพสต์แย่ๆ แบบนั้นทั้งวัน ก็มีความคิดลบเยอะขึ้น และตอนปรึกษาก็เลยถามคำถามแบบนั้นเยอะมากค่ะ.. ผู้จัดการบอกว่าไม่สามารถพูดได้ว่าผลข้างเคียงจะไม่เกิดขึ้น 100% แต่โอกาสที่ผลข้างเคียงจะเกิดก็ไม่ใช่ 100% เช่นกัน คนที่ทำออกมาดีไม่จำเป็นต้องมาเขียนโพสต์ พอโพสต์ที่ไม่ดีมารวมกันเลยดูเหมือนมีเยอะกว่า เขาบอกว่าในบรรดาคนไข้ คนที่มีความคิดเชิงบวกและเชื่อใจคุณหมอแล้วเข้ารับการผ่าตัด มักจะได้ผลลัพธ์ดีเสมอด้วยผลเสริมกัน และอยากให้คุณ xx (ชื่อฉัน) คิดในแง่บวกด้วยค่ะ ฉันเคยชอบหนังสือชื่อ The Power of Positive Thinking มากค่ะ จู่ๆ ก็นึกถึงขึ้นมา แล้วรู้สึกว่าฉันคิดแต่ด้านลบมากเกินไป ทั้งที่ยังไงก็จะทำอยู่แล้ว!!!! (การตระหนักรู้ที่จู่ๆ ก็โผล่มาแบบไม่เกี่ยวอะไรเลย..) ดังนั้นช่วงหนึ่งฉันจึงตั้งใจหาแต่เรื่องดีๆ เช่น น้าหรือป้าที่ผ่านมา 20 ปีแล้วยังใช้ชีวิตดีอยู่ อะไรแบบนี้ค่ะ!! รอบตัวก็มีคนแบบนั้นด้วยค่ะ

แน่นอนว่าผลข้างเคียงคงมีได้ ต่อให้เป็นหนึ่งในหลายร้อยหรือหนึ่งในหลายพัน แต่ถ้าเกิดกับฉัน มันก็คือ 100% สำหรับฉันค่ะ ถึงอย่างนั้น เพราะความอยากใช้ชีวิตวัยเยาว์ให้สวยขึ้นอีกนิด ฉันเลยยอมรับทั้งหมด และทำไปพร้อมกับคิดว่าในอนาคตอาจต้องผ่าตัดแก้ก็ได้ อีกอย่างเดี๋ยวนี้รอบตัวแทบไม่มีใครไม่ทำศัลยกรรมแล้วนี่คะ.. ก็มีความกังวลด้วยว่า หรือมีแต่ฉันที่ตามไม่ทัน? ㅠㅠ ยังไงก็ตาม ต่อให้ตอนนั้นไม่ได้ทำแล้วหันหลังกลับไป ฉันก็คงเข้าชุมชนนี้ทุกคืน ค้นหาเรื่องศัลยกรรมโครงหน้า เรื่องศัลยกรรมจมูกอย่างหนัก แล้วสุดท้ายก็คงทำอยู่ดี พอทำผ่าตัดแล้ว รู้สึกเหมือนข้างในโล่งขึ้น เหมือนได้ทำอะไรสำเร็จสักอย่าง..? ถึงแม้คุณหมอจะเป็นคนผ่าตัดก็ตามㅋㅋㅋㅋㅋ ส่วนหน้าที่ใหญ่ก็ใช้ผมปิดเอาก็ได้ค่ะ ต่อให้ฉันทำเพราะหลงเชื่อคำพูดของผู้จัดการ แล้วจะทำยังไงได้ล่ะคะ ผ่าตัดจบลงด้วยดี ตื่นขึ้นมาได้ปลอดภัย และก็ทำไปแล้ว ฉันเลยจะคิดแต่เรื่องดีๆ ค่ะ!!

จากนี้เป็นรีวิวผ่าตัดแบบละเอียด! ยังไงก็ตาม วันนี้คือวันนัดผ่าตัด! ตอนอยู่บนเตียงผ่าตัด ไม่ได้คิดอะไรมากค่ะ เขามัดผมขึ้นให้ แต่มัดแน่นมาก เลยแอบคิดนิดหน่อยว่าถ้าผมร่วงขึ้นมาจะทำยังไง.. แล้วคนที่เตรียมผ่าตัดก็เอาแต่ซุบซิบหัวเราะคุยกัน เลยหงุดหงิดนิดหน่อยㅡㅡ แต่เขาบอกว่าข้างในมีกล้องวงจรปิดด้วย.. แล้วเขาก็อธิบายให้ฟังอย่างใจดีดีอยู่ดี (“ต่อไปจะทำอันนี้นะคะ~” แบบนี้) ฉันเลยคิดว่าช่างเถอะ จากนั้นก็โกนขนจมูก,, ฆ่าเชื้อในโพรงจมูก รู้สึกนิดๆ เหมือนตัวเองกลายเป็นหนูทดลอง.. ระหว่างที่กำลังคิดว่าเมื่อไหร่จะเริ่มนะ พยาบาลก็บอกว่า “จะรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ นะคะ.....” ค่ะ แล้วก็หลับ-สนิท- หลับสบายมาก พอลืมตาขึ้นมาอยู่ห้องพักฟื้นหรือเปล่านะ?.. จำไม่ได้ค่ะ ตามที่น้องบอก ฉันพูดเพ้อเจ้อว่าเหมือนกำลังลอยอยู่บนฟ้าอะไรแบบนั้น ตอนทำฟิลเลอร์ (MISKO) เป็นยาชาเฉพาะที่ ตอนฉีดยา เดี๋ยวนะ ขอสบถนิดหนึ่ง โคตรเจ็บมากๆ!!!!!! บ้า!!!!ไป!!!แล้ว!!!!!!!! แต่ครั้งนี้แค่ลืมตาก็เสร็จแล้ว และก็ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ อันนั้นดีค่ะ หลังผ่าตัดก็น้องช่วยพยุงกลับบ้าน เขาบอกว่าฉันหลับดีมาก เลยผ่าตัดได้สบายㅋㅋㅋㅋㅋ ภูมิใจ เรื่องนอนกับเรื่องกิน ฉันก็ทำได้ดีมากเหมือนกันค่ะ~~ แล้วปกติเห็นในรีวิวว่ามักจะอุดสำลีไว้จนถึงปลายจมูก แต่ของฉันเหมือนจะไม่ใช่ค่ะ หายใจได้โคตรดี กินโจ๊กที่น้องซื้อมาให้หมดเกลี้ยงหนึ่งชาม แล้วนอนยกหลังอยู่ค่ะ สบายเกินไปจนแปลก... นี่คงไม่ใช่ว่าผ่านไปหลายวันแล้วความเจ็บค่อยตามมาทีหลังใช่ไหม?.. กังวล เขาว่าตอนตัดไหมจะเรียกหาพ่อแม่หนักมาก เฮ้อ ฉันจะขอเพลิดเพลินกับความสบายนี้ค่ะ.. ยังไงก็ตาม รีวิวผ่าตัดจบ! ถ้าสงสัยอะไรเพิ่มเติม ทิ้งคอมเมนต์ไว้ได้ค่ะ ข้อมูลโรงพยาบาล ฉันจะบอกหลังจากเอาผ้าพันแผลออก และตัวฉันเองรู้สึกว่าศัลยกรรมสำเร็จแล้วนะคะ!! ถ้าฉันบอกข้อมูลโรงพยาบาลไป แล้วต่อมาฉันเกิดมีอะไรขึ้นมา ก็เท่ากับฉันแนะนำโรงพยาบาลไม่ดีให้ทุกคนใช่ไหมคะㅠㅠ ขอให้เข้าใจด้วยนะคะ

สิ่งที่ฉันอยากบอกคือ อย่ากลัวการผ่าตัดมากเกินไป และสำหรับคนที่กำลังจะทำเร็วๆ นี้ อยากให้คิดในแง่บวก รวมถึงเรื่องบ่นยาวๆ ของฉันค่ะ ไม่ได้บังคับให้ทำศัลยกรรมนะคะ.............. ถ้าเข้าร่วมชุมชนแบบนี้แล้ว ก็แปลว่าอยากทำศัลยกรรมไม่ใช่เหรอคะ? ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไปค่ะ.. ยังไงก็ตาม ต่อไปฉันมาอ่านเองก็คงสนุกดีค่ะ ยังไงจะค่อยๆ เขียนรีวิวเรื่อยๆ นะคะ! พรุ่งนี้ต้องไปทำแผลฆ่าเชื้อㅠㅠ อื้อออ ขี้เกียจจัง ต้องห่อตัวให้มิดชิดสุดๆ แล้วขึ้นรถไฟใต้ดินซะแล้ว งั้นทุกคน บ๊ายบายค่ะ

ถูกใจ 4

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้