<รูปก่อนทำ><รูปก่อนทำ><หลังทำ!>ต้นขาของฉันนี่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่ยอมลดจริง ๆ... ทั้งที่ลดน้ำหนักไปตั้ง 5 กก. แต่เหมือนรูปก่อนทำ ไม่ใช่แค่เนื้อปูดด้านข้างต้นขา แต่โดยรวมเหมือนบวมหรือพองไปหมด จนเมื่อเทียบกับเอวหรือน่องแล้ว ช่วงล่างดูใหญ่มาก อ้วนช่วงล่างแบบ典型... อยู่กับภาวะอ้วนช่วงล่างมา 30 ปี แล้วในที่สุดก็หลุดพ้นได้ จริง ๆ ไม่ว่าจะลดน้ำหนักแค่ไหน ไปนวดเส้นต้นขา แช่ครึ่งตัว กินยาช่วยการไหลเวียนเลือด ทำคาร์ดิโอ เล่นเวท ใช้กัวซาขูดหนัก ๆ... ฯลฯ ต้นขาก็ไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่นิด ฉันสติแตกมากเพราะไม่รู้จะทำยังไงดี และกำลังจะถอดใจ แต่สุดท้ายก็ไปทำศัลยกรรม&หัตถการที่เคยตั้งใจไว้จริง ๆ ว่าจะไม่ทำเด็ดขาด.. (ถ้าจะเป็นแบบนี้ ตอนนี้กำลังเสียใจว่าน่าจะทำตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ไม่ใช่มาทำตอน 30 กว่า) ลังเลระหว่างดูดไขมันกับฉีดสกัดไขมัน แล้วสุดท้ายเลือกฉีดสกัดไขมัน เหตุผลคือ,,, พูดตรง ๆ ก็มีความเห็นที่ไม่แนะนำ เพราะการฉีดสกัดไขมันไม่ได้ให้ผลเท่าการดูดไขมัน และเป็นแค่การจัดไลน์รูปร่างเท่านั้น แต่โดยส่วนตัว ฉันคิดว่าถ้ากังวลมากแค่จุดใดจุดหนึ่ง หรือแก้ไม่ค่อยดีขึ้นแบบฉัน การฉีดสกัดไขมันอาจดีกว่าการดูดไขมัน การฉีดสกัดไขมันก็มีอาการเป็นก้อนแข็งคล้ายไบโอบอนด์เหมือนการดูดไขมัน แต่จะน้อยกว่าการดูดไขมัน และแผลเป็นก็เล็กเพราะไม่ได้ผ่ากรีด แต่ฉันเป็นคนที่แผลเป็นขึ้นง่าย เลยมีรอยคล้ายรอยคล้ำจากเม็ดสีเหลืออยู่บ้างแม้จะเป็นการฉีดสกัดไขมัน แต่ตอนนี้เพิ่งเดือนที่ 3 เลยกำลังดูแลด้วยการทายาลดรอยแผลเป็น (หวังว่าจะจางก่อนหน้าร้อน...) เมื่อก่อนฉันอิจฉาคนที่ไปออกกำลังกายโดยใส่แค่เลกกิ้งมาก รูปก่อนทำคือรูปที่ฉันลดไป 5 กก. แล้วกล้าใส่เลกกิ้ง... ส่วนรูปหลังทำคือหลังจากทำสกัดไขมันต้นขาแบบไม่จำกัดที่ Smiles แล้วใส่เลกกิ้ง.... เทียบกับ 3 เดือนก่อน ตอนนี้น้ำหนักลดไปประมาณ 3 กก. แต่ถ้าจะบอกว่าลดแค่ที่ต้นขา เอวก็ลดลงเยอะมากเหมือนกัน!! ถ้าจะพูดถึงข้อเสีย.. พอทำต้นขาแล้ว ก็เริ่มอยากลองทำตรงคางสองชั้น ไขมันหลัง ไขมันใต้รักแร้ด้วย นั่นแหละข้อเสีย...!!
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความสวยเด่นแต่เป็นธรรมชาติ