เห็นว่ามีหลายคนสงสัยเกี่ยวกับการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เลยลองเขียนดู
ก่อนอื่น ก่อนผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (ภาวะหนังตาตก) ถ้าอยากตรวจว่าตัวเองมีภาวะหนังตาตกหรือไม่ ให้ไปตรวจที่จักษุแพทย์ ไม่ใช่คลินิกศัลยกรรม!!!!!
คลินิกศัลยกรรมส่วนใหญ่จะบอกให้ทำผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เพราะทำเงินได้! ถ้าอยากรู้สภาพตาที่แม่นยำ ต้องตรวจที่แผนกจักษุ!
※ เช็กภาวะหนังตาตกด้วยตัวเอง 1. ลืมตาด้วยคิ้วหรือหน้าผาก 2. ลืมตายาก (ตาไม่มีแรง) 3. เวลาดู TV หรืออะไรก็ตาม จะยกคางขึ้นดู (นี่เป็นเพราะแรงลืมตาไม่พอ เปลือกตาจึงบังรูม่านตามาก ทำให้ 확보 ลานสายตาได้ไม่ดี เลยต้องยกคางขึ้นดู) 4. ภาพลักษณ์ดูง่วงนอน 5. ริ้วรอยหน้าผาก
นอกจากนี้ยังมีสายตาเอียง อาการปวดไหล่ที่เกิดจากการยกคางขึ้น (ยื่นคาง) ดูเป็นเวลานาน และอาการปวดศีรษะที่เกิดจากสิ่งนั้น เป็นต้น
กรณีของฉัน ตรงกับทุกข้อข้างบน เลยคิดว่าน่าจะเป็นภาวะหนังตาตกรุนแรง แต่ผลตรวจที่แผนกจักษุของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออกมาว่าเป็นระดับเล็กน้อย
ระดับเล็กน้อยคือระดับที่ผ่าตัดก็ได้ ไม่ผ่าตัดก็ได้ และมีความไม่สะดวกเล็กน้อยในชีวิตประจำวันเท่านั้น (ตัวเองรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่ความไม่สะดวกใหญ่ที่พูดถึงตรงนี้ดูเหมือนจะหมายถึงระดับที่ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก)
ดังนั้นหมอจึงพูดว่า “จะผ่าตัดก็ได้ ไม่ผ่าตัดก็ได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น ทุกคนเปลือกตาก็จะตก คนที่มีภาวะหนังตาตกจะมองเห็นได้น้อยกว่าคนทั่วไปเพราะเปลือกตาตก+ภาวะหนังตาตก ดังนั้นยังไงตอนอายุมากขึ้นก็ต้องทำอยู่ดี”
สำหรับฉันที่เป็นคนตัดสินใจยากอย่างรุนแรง คำว่าทำก็ได้ไม่ทำก็ได้นั้นทรมานมาก เลยไปหลายโรงพยาบาล หารีวิวดู และคิดว่าจะต้องผ่าตัดไหม แม้หลังจากจองคิวผ่าตัดแล้วก็ยังลังเลมากว่าจะไม่ทำดีไหม
สรุปแล้วฉันทำการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง+ผ่าตัดตาสองชั้นหลบในด้วยวิธีกรีดทั้งหมด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฝีมือหมอดี หรือเนื้อฉันสมานดี แต่ตั้งแต่วันผ่าตัดถึงวันที่ 3 ก็แทบไม่บวม (ประมาณสภาพตาของรีวิวคนอื่นหลังผ่าตัด 2 สัปดาห์?)
ตั้งแต่วันที่ 4 อาการบวมเริ่มยุบ และตอนนี้ผ่าตัดมาประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว รู้สึกว่าบวมยุบไปประมาณ 97% แล้ว ตัวฉันเองก็รู้สึกเป็นธรรมชาติเหมือนตาตัวเอง และคนรู้จักก็พูดแบบนั้น
ผลข้างเคียงของการผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่กังวลก่อนผ่าตัด ไม่มีเลยแม้แต่อย่างเดียว ตาก็ลืมได้ดี เลยดีมาก คิดว่าน่าจะเพราะไม่ได้โลภจนเกินไป
ความคิดของฉันคือ “ไม่ได้หวังการเปลี่ยนแปลงแบบดรามาติก ขอแค่อย่าให้มีผลข้างเคียงก็พอ ขอแค่อย่าให้รู้สึกเสียใจที่ผ่าตัดตา” เลยคิดว่าออกมาดี แต่พอผ่าตัดออกมาดีแล้ว ความโลภของคนน่ากลัวจริงๆ...
ก็มีคิดว่า น่าจะทำตาให้โตขึ้นอีกนิด น่าจะทำตาสองชั้นหลบในให้ใหญ่ขึ้นอีกนิด ตาดูเหมือนจะไม่เท่ากันนิดหน่อย.. แต่คิดว่าถ้าโลภมากกว่านี้ ตาอาจดูหนักเกินไป แปลกไป หรือเกิดผลข้างเคียงหรือปัญหาขึ้นได้ ครอบครัวและเพื่อนๆ ที่รู้ดีว่าก่อนและหลังผ่าตัดเป็นอย่างไร ต่างก็บอกว่าทำผ่าตัดดีมากแล้ว เลยใช้ชีวิตอย่างพอใจอยู่
ไม่รู้ว่าเพราะไม่ได้โลภ หรือเพราะเดิมทีตาไม่ได้เล็กอยู่แล้ว แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบดรามาติก
สรุปเกี่ยวกับการผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคือ ฉันเป็นแค่เคสที่ผ่าตัดออกมาดี แต่ก็มีคนล้มเหลวเยอะ อยากให้คิดให้ดีแล้วค่อยตัดสินใจ ฉันไม่เสียใจที่ผ่าตัด แน่นอนว่าต้องรอดูหลังจากเวลาผ่านไปอีก
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※ สิ่งสำคัญ!!!!! ถ้า “ไม่” มีภาวะหนังตาตก แต่ทำการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วย “จุดประสงค์ด้านความงาม” ด้วยเหตุผลแบบว่า “เขาว่าถ้าทำแก้กล้ามเนื้อตาด้วยจะสวยขึ้น” ฉันไม่แนะนำจริงๆ ถ้าตาลืมได้ดีพออยู่แล้วแต่ไปแก้กล้ามเนื้อตา อาจเกิดสถานการณ์ที่หลับตาไม่ลงได้
การผ่าตัดภาวะหนังตาตกคือการทำให้คนที่มีแรงลืมตา 50 ใกล้เคียง 100 แล้วถ้าคนที่มีแรงลืมตา 100 ทำ จะเกิดอะไรขึ้น???
แน่นอนว่าแม้ไม่มีภาวะหนังตาตก แต่ก็ทำผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาแล้วผ่าตัดออกมาดี ไม่มีผลข้างเคียง และสวยขึ้นหรือหล่อขึ้นก็มีหลายคน แต่ต้องเลิกคิดว่านั่นจะเป็นเรื่องของตัวเอง
ฉันคิดว่าถ้าไม่โลภ ก็จะไม่มีเรื่องผ่าตัดพัง แน่นอนว่าฝีมือหมอสำคัญที่สุด!! ※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
บุหรี่สูบจนถึง 30 นาทีก่อนผ่าตัดในวันผ่าตัด หลังผ่าตัดไม่สูบ แล้วตั้งแต่วันถัดจากผ่าตัดก็สูบตามปกติ (ประมาณวันละ 14 มวน)
นอกจากนี้ถ้ามีเรื่องอื่นที่สงสัย คอมเมนต์ไว้ ถ้ารู้จะตอบให้เท่าที่รู้
ถูกใจ 0