โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก

หลังจากตระเวนดู 16 ที่ก่อนผ่าตัด แล้วไปผ่าตัดที่ Yuwonil Plastic Surgery…

รีวิวการตระเวนดู 16 ที่ก่อนผ่าตัดอยู่ตรงนี้ https://sungyesa.com/new/b02/195141

เพราะมีคนทักมาถามรีวิวการตระเวนดู 16 ที่ก่อนผ่าตัดจมูกกันเยอะมาก.. และให้ความสนใจกันมากด้วย เลยรีบมาเขียนรีวิวหลังผ่าตัดค่ะ ยาวอีกแล้ว เลยขอใช้สำนวนแบบ “-음” นะคะ..

หน้าฉันเป็นคนหน้ากว้างค่อนข้างแบน ส่วนด้านหน้าก็ยุบลึกลงไป แล้วตาสองชั้นข้างหนึ่งจากการผ่าตัดตาสองชั้นครั้งแรกพัง ทำให้เส้นชั้นตาแปลกมาก ตอนนั้นกำลังลังเลว่าจะทำตาสองชั้นหรือจะทำศัลยกรรมโครงหน้า ก็เลยตระเวนไปคลินิกเสริมความงามหลายที่ มีโรงพยาบาลศัลยกรรมโครงหน้าที่ถูกใจจริงๆ มากอยู่ที่หนึ่ง แต่ค่าทำแพงเกินไปจนไม่กล้าตัดสินใจ เลยลังเลหนักมากระหว่าง 3 อย่างคือ จะตัดโหนกแก้มด้านข้าง จะเติมโหนกแก้มด้านหน้า หรือจะเหลากราม พอถามว่า “ถ้าหมอแนะนำได้แค่หนึ่งอย่าง จะให้แนะนำอะไรคะ?” คุณหมอคนนั้นตอบว่า “ถ้าให้ทำแค่อย่างเดียว ผมจะแนะนำจมูกนะครับ จะเรียกว่าการผ่าตัดที่คุ้มค่ากับราคาได้ไหม จากภาพลักษณ์ตอนนี้ ถ้าจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบเห็นผลชัดเมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายไป สิ่งที่เห็นผลแน่ๆ คือจมูกครับ” พอได้ยินแบบนั้นฉันเลยตระเวนดูคลินิกเฉพาะทางจมูกถึง 16 ที่ T_T

ฉันเป็นคนขี้กลัวเลยเน้นความปลอดภัย จริงๆ ตอนแรกคิดว่าถึงจะทำศัลยกรรม ถ้าดูออกนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ยังไงถ้ายกโด่งแรงๆ แบบจมูกพุ่งชัดเจน ก็กลัวว่าต่อไปมันจะยุบ เพราะถ้ายกแรงมากก็มักจะแนะนำให้ใช้กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองหรือเมชกระดูกอ่อนที่บริจาค เป็นต้น ถึงฉันจะมีความรู้สึกต่อต้านซิลิโคนพื้นฐาน + กระดูกอ่อนใบหูหรือกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากใส่วัสดุพวกนั้นเพิ่มเข้าไปอีก ยิ่งนี่เป็นการผ่าตัดครั้งแรกด้วยก็ยิ่งกลัวไปใหญ่ พอเน้นความปลอดภัย สุดท้ายก็เลยเลือกโรงพยาบาลจมูกทรงธรรมชาติ..

อย่างที่เขียนไว้ในรีวิวตระเวนดู ฉันไม่ค่อยชอบนั่งคุยกับผู้ประสานงานเรื่องจมูกนานๆ และที่ไหนที่คุณหมอไม่ยอมให้ดูรูปเกี่ยวกับการผ่าตัด ฉันก็ไม่เลือก ฉันคิดว่าเวลาดูจมูกของคนไข้ที่มาปรึกษา ภาพหลังผ่าตัดมันต้องอยู่ในหัวของคุณหมออยู่แล้ว เลยไม่ค่อยชอบที่ผู้ประสานงานเอารูปจมูกมาอธิบายโน่นนี่นั่น แล้วก็ที่ไหนที่เวลาปรึกษากับผู้ประสานงานนานกว่าปรึกษากับคุณหมอ ฉันก็ไม่เอา ถ้าใช้เวลาสั้นแต่ได้คุยคุ้มๆ ก็ดี แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นแบบนั้น ฉันอยากคุยเรื่องจมูกกับคุณหมอโดยตรงทั้งหมด ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายหรือวันผ่าตัดค่อยคุยกับผู้ประสานงานก็พอ และโรงพยาบาลนี้ตรงกับใจฉันพอดีแบบเป๊ะมาก

ผู้ประสานงานบอกก่อนปรึกษาว่า ถ้ามีอะไรสงสัยต้องสื่อสารกับคุณหมอให้หมด เพราะคนที่ผ่าตัดคือคุณหมอ เลยต้องคุยกับคุณหมอทุกเรื่อง เรื่องอื่นๆ ก็พูดชัดเจนตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม ซึ่งฉันชอบมาก ภาพลักษณ์ของคุณหมอก็แม่นยำ รวดเร็ว ละเอียด และเรียบร้อยมาก ให้ความรู้สึกไม่เยิ่นเย้อ

คนที่เคยทำงานมาก่อนน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี ว่าคนที่ดูนิสัยดี ดูอบอุ่น ไม่ได้แปลว่าจะทำงานเก่ง..

ที่โรงพยาบาลอื่น ฉันถามว่าเวลาผ่าตัดสามารถให้ดูความสูงช่วงกลางว่าโอเคไหมได้หรือเปล่า เขาบอกว่าห้ามเด็ดขาด เพราะจะทำให้บริเวณผ่าตัดปนเปื้อนทั้งหมด แต่ที่นี่บอกว่าจะเย็บทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยโชว์เส้นจมูกให้ดูหนึ่งครั้งก่อนปิดเทป ซึ่งฉันชอบมากๆๆ รู้สึกว่าจะผ่าตัดอย่างสะอาด จริงๆ ถ้าผ่าตัดไม่สะอาด บริเวณแผลอาจปนเปื้อนจนเกิดอักเสบ มีไข้ แดง.. พอนึกถึงการต้องเปิดจมูกอีกครั้งไม่นานหลังผ่าตัดก็ไม่อยากเลย

แล้วฉันหน้าช่วงหน้าแบนยุบลึก เลยไปปรึกษาอยากทำฟิลเลอร์ไขมันไปพร้อมกันด้วย แต่เขาบอกว่ายังไม่ถึงขั้นต้องทำพร้อมกันตอนนี้ และให้คำปรึกษาให้เหมาะกับภาพลักษณ์ตอนนี้ของฉัน

โรงพยาบาลส่วนใหญ่พอทำจมูกก็จะชอบเสนอแบบ “ถ้าทำไขมันเติมหน้าควบคู่ไปจะสวยขึ้นมากเลยนะคะ~~” ชอบขายเป็นแพ็กคู่แบบนี้มาก ต่อให้ไม่เสนอมาก่อน ถ้าถามก็จะตอบประมาณ “ยังไงก็ดีกว่าเยอะค่ะ~~” คือเป็นคำตอบแบบไม่รับผิดชอบที่พูดวนๆ ว่า ทำเถอะ มันดีกว่า โดยไม่สนว่าเข้ากับภาพตอนนี้ของฉันไหม แค่ไม่ยัดเยียดเกินไปตั้งแต่ต้นก็ซึ้งมากแล้ว..

ฉันไม่มีดั้งช่วงหว่างคิ้วเลย เป้าหมายอันดับ 1 ของการทำจมูกคือดั้งระหว่างคิ้ว - อันดับ 2 คือแก้ปลายจมูกที่ดูทู่ ฉันอยากได้ดั้งช่วงหว่างคิ้วมากๆ สรุปว่าจะทำสันจมูกด้วยซิลิโคน + ปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก + แก้ฮัมพ์ ถ้าจำเป็นจะใช้กระดูกอ่อนใบหูเพิ่ม

ฉันปรึกษาวันเสาร์ คิดหนักสุดๆ ตลอดทั้งสุดสัปดาห์แล้วสรุปและจองผ่าตัดวันจันทร์

ตอนแรกตั้งใจไม่ทำฟิลเลอร์ไขมัน และก็ไม่ได้ถามราคาไว้ แต่พอคิดว่าไหนๆ ก็ทำจมูกแล้ว จะทำพร้อมกันเลยดีไหม เลยตัดสินใจว่าจะทำก่อน ส่วนเรื่องฟิลเลอร์ไขมันเองจะขอคุยกับคุณหมออีกครั้งในวันผ่าตัดแล้วค่อยตัดสินใจ และจองไว้ก่อน

วันผ่าตัดต้องงดน้ำงดอาหารรวมถึงน้ำดื่ม 4 ชั่วโมงก่อน (เลยกินข้าวก่อน 5 ชั่วโมง.. แบบนี้ถึงอ้วนไหมนะ) ในวันผ่าตัด ก่อนเข้าห้องผ่าตัดฉันได้คุยกับคุณหมออีกครั้งเพื่อกำหนดทิศทางการผ่าตัด ก่อนเข้าห้องผ่าตัดจะใช้ปากกามาร์กตำแหน่งซิลิโคนบนหน้าและบริเวณที่จะเติมไขมัน

แค่แตะหน้าก็นерв์สุดๆ อยู่แล้ว แต่คุณหมอพอจะทำอะไรก็จะพูดว่า “ขอมาร์กนิดหนึ่งนะคะ~ ไม่เจ็บนะ~” แบบนี้เพื่อช่วยให้คลายกังวล และจะบอกตลอดว่ากำลังทำอะไรอยู่ ก่อนผ่าตัดฉันก็แสดงความยึดติดกับดั้งระหว่างคิ้วอีกครั้ง..

แล้วก็เข้าไปในห้องผ่าตัด เป็นการผ่าตัดตอน 10 โมงเช้า ทำฟิลเลอร์ไขมัน 1 ชั่วโมง ทำจมูกมากกว่า 2 ชั่วโมง รวมแล้วประมาณกว่า 3 ชั่วโมง ตอนดูดไขมันจากต้นขาเพื่อเอาไปเติมไขมัน.. ก่อนดูดจะฉีดสเปรย์เหมือนน้ำยาฆ่าเชื้อเกือบ 20 ครั้ง ฉันคิดว่าแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วแต่ก็ยังฉีดต่อไป....(เขินๆ) แต่ก็ดีเพราะรู้สึกว่าเขาทำได้สะอาดมาก พอฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเสร็จ คุณหมอก็เข้ามา แล้วพูดว่าให้คิดซะว่ากำลังขึ้นรถไฟเหาะนะ พอฉันตอบว่า “ค่ะ-” สติฉันก็ลอยหายไป แล้วอีกพักหนึ่งก็รู้สึกตัวขึ้นมา ได้ยินเสียงไขมันถูกดูดออกจากต้นขาแล้วเครื่องดูดส่งเสียงวิ่งวูบๆ มีความรู้สึกอยู่บ้างนิดหน่อย แต่ไม่เจ็บเลย.. พอดูดไขมันเสร็จ พยาบาลก็พยุงฉันให้กลับมานอนหงายให้ถูกต้องจากท่าคว่ำ แล้วก็ให้ไปขึ้นรถไฟเหาะอีกรอบก่อนจะส่งไปเติมไขมัน พอรู้สึกตัวอีกครั้งก็อยู่ระหว่างผ่าตัดจมูกแล้ว มีความรู้สึกว่าอะไรบางอย่างกำลังทำอยู่ แต่ไม่เจ็บเลยสักนิด ทุกครั้งที่ฉันรู้สึกตัว คุณหมอเหมือนรู้ทันและบอกว่ากำลังทำอะไรอยู่ บอกว่าการผ่าตัดกำลังไปได้ดี บอกว่าใกล้เสร็จแล้ว สรุปคือไม่มีความรู้สึกน่ากลัวหรือเบื่อเลยแม้แต่น้อย

พอทุกอย่างเสร็จ เขาเอากระจกมาให้ถือดูเส้นจมูก คุณหมอ บอกว่าฉันพูดเรื่องดั้งระหว่างคิ้วตลอด เลยยกสูงขึ้นค่อนข้างมาก แล้วยังบอกอีกว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้ตรงกับรสนิยมของตัวเองเท่าไร แล้วก็ส่งกระจกให้ ฉันยังรู้สึกตัวอยู่แต่ยาชายังไม่หมด เลยอยู่ในสภาพมึนๆ แต่เส้นจมูกสวยมาก เลยพยักหน้าแบบชอบมาก แล้วก็ปิดเทปทับลงไปอีกครั้ง

อ่า.. ตอนผ่าตัดจริงๆ ไม่เจ็บเลยสักนิด แต่ตอนท้ายสุดหลังผ่าตัดเสร็จ เขาฉีดอะไรสักอย่างเข้าจมูกเพื่อฆ่าเชื้อ.. มันแสบและเผ็ดมากจริงๆ.. จนฉันคิดว่าถ้าโดนสเปรย์พริกไทยโจมตีคงได้ความรู้สึกแบบนี้มั้ง สรุปคือช่วงนั้นแหละที่ทรมานจริงๆ..

หลังผ่าตัด ถ้าเลือดจะไหลจากจมูกนิดหน่อย เขาก็วางก๊อซไว้ใต้จมูกแล้วค่อยๆ ไปห้องพักฟื้น ㄱㄱ พักที่ห้องพักฟื้นประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง พออาการเวียนหัวหายก็ออกจากโรงพยาบาลได้ เพราะฉันเป็นคนต่างจังหวัด พอออกจากโรงพยาบาลก็ไปสถานีโซลแล้วขึ้น KTX กลับบ้าน ㄱㄱ..

แต่.. ตั้งแต่คืนวันผ่าตัดก็เริ่มบวมขึ้นอย่างบ้าคลั่ง คงเพราะทำฟิลเลอร์ไขมันพร้อมกันด้วย เลยบวมโดยรวมมาก เส้นจมูกที่เห็นก่อนติดเทปมันสวยชัดเจนแน่ๆ แต่ ตอนนี้เส้นตอนที่ติดเทปอยู่เหมือนจมูกเชิดขึ้น ฉันกังวลมากจนแทบบ้า.. เลยถ่ายรูปจมูกแล้วโพสต์ถามว่ามันดูจมูกเชิดหรือเปล่า เห็นคอมเมนต์สองสามอันบอกว่าจมูกจะค่อยๆ ลง แต่ตอนนี้ดูเชิดค่อนข้างมาก ยิ่งทำให้ฉันสับสนมากขึ้น หลังผ่าตัดฉันต้องกลับไปโรงพยาบาลวันที่ 2, 4, และ 7 วันที่ 2 พอไปแล้วบอกว่าจมูกดูเชิด เขาก็อธิบายว่ามันอาจดูเชิดขึ้นเพราะบวมหลังผ่าตัด บอกว่าพอบวมยุบแล้วจะไม่ดูเชิดแบบนี้ ฉันก็เลยเชื่อและรอ เขาใส่ก๊อซเข้าไปในจมูกเพื่อฆ่าเชื้อ และทำความสะอาดอย่างระมัดระวังและละเอียดมาก ไม่เจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว ระหว่างทำความสะอาด ฉันก็ประทับใจอีกครั้งว่าฉันเลือกโรงพยาบาลถูกแล้ว.. คุณหมอดูจมูกแล้วบอกว่าข้างในจมูกก็โอเค บ้านฉันก็ไกล เลยไม่จำเป็นต้องมาวันที่ 4 มาวันที่ 7 ก็ได้ ถ้าบ้านใกล้คงให้มา แต่เพราะบ้านฉันไกลมากจึงพูดแบบนั้น และให้ฉันตัดสินใจเองได้ สุดท้ายฉันก็ไปวันที่ 4 อยู่ดี จะไกลมากก็จริง แต่ถ้าอยู่บ้านฉันคงกังวลทั้งวัน แล้วพอทำความสะอาดจมูกก็รู้สึกจมูกโล่งมาก สบายสุดๆ.. สรุปวันที่ 4 ก็ไปทำความสะอาดอีก เขาถามว่าเหมือนอาการบวมจมูกลดลงบ้างไหม ฉันตอบว่ายังไม่ค่อยรู้ ดูเหมือนยังเชิดอยู่ คุยตอบโต้กันประมาณนั้น วันที่ 7 ฉันไปแกะเทปแล้วดูเส้นจมูก ซึ่งสวยมาก!!!! ความรู้สึกจมูกเชิดก็เหมือนลดลงไปเยอะแล้ว!!! เพราะยังมีบวมอยู่พอสมควร แถมมีเทปพันอยู่เลยยังไม่เห็นดั้งระหว่างคิ้ว แต่ตอนนี้ที่กลางหว่างคิ้วมีสันจมูกพุ่งเป๊ะ!!!! ไม่เหมือนฉันเอาซะเลย ตอนเดินออกมายังจ้องหน้าตัวเองตลอด..แปลกดี

จริงๆ วันที่ผ่าตัดจมูก ฉันก็โง่เอง;; ใช้มือไปแตะจมูก สิ่งที่สิ้นหวังที่สุดไม่ใช่เจ็บมาก แต่คือการที่ฉันได้เอามือไปโดนจมูกเป็นครั้งแรกในชีวิตตรงวันผ่าตัดจมูก

ตอนนอนหลับแล้วดึงผ้าห่มก็ไปโดนจมูกอีก ความสูงของจมูกเหมือนจะสูงขึ้นนิดๆ แต่เพราะไม่รู้สึกเลย ฉันก็เอาแต่.. อยากจะฆ่าตัวเองทิ้งไปซะ

เมื่อก่อนเพราะไม่มีดั้งช่วงหว่างคิ้ว พอตื่นนอน ฉันจะถูตาในแนวตรงเป็นเส้นเร็วๆ

หลังผ่าตัดจมูก พอเผลอดันสันจมูกก็ตื่นสะดุ้ง แล้วเห็นว่าถึงจะดันโง่ๆ ไปหลายครั้งแต่ก็ยังยึดแน่นดี ก็รู้สึกแปลกมาก ดูเหมือนเขาจะยึดซิลิโคนไว้ได้แน่นจริงๆ..;;;

สรุปแล้วพอถึงสัปดาห์ที่ 2 ก็กลับไปโรงพยาบาลอีก เพราะฉันทำเรื่องไว้เองก็เลยถามคุณหมอว่าซิลิโคนมีขยับหรือเปล่า คุณหมอลองแตะเบาๆ แล้วบอกว่าไม่มีการขยับอะไรทั้งนั้น แต่ถ้าดันแรงๆ มันอาจขยับได้ และถ้ายึดไม่อยู่ก็จะขยับเรื่อยๆ ดังนั้นห้ามกระแทกแรงๆ นะครับ แต่ฉันกระแทกไปแล้วนี่สิ..ฮิฮิ.. ยังไงไม่ขยับก็ดีแล้ว '-^ ถึงสัปดาห์ที่ 2 อาการบวมก็ยุบหมดแล้ว กลายเป็นทรงสมบูรณ์เลย

จมูกที่ตอนแรกฉันร้องไห้โวยวายว่าดูเชิด ตอนนี้ก็ออกมาสวยพอดีเป๊ะ น่าเจ็บใจที่คุณหมอบอกว่ายังอาจลงได้อีกนิด

พอเช็กถึงสัปดาห์ที่ 2 แล้ว ฉันก็ไปเจอเพื่อน เพื่อนๆ ต่างตกใจกันหมด บอกว่าจมูกกับแก้มดูเต็มขึ้น หน้าดูมีมิติมากขึ้น บอกว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป ทุกคนชมว่าสวย โดยเฉพาะจมูกที่ดูเหมือนเป็นของฉันเองจริงๆ พอบอกว่าทำได้แค่ 2 สัปดาห์ ทุกคนถึงกับตกใจสุดๆ ยังบอกว่าช่วงนี้เทคโนโลยีดีมาก แล้วทำไมบวมน้อยขนาดนี้

รีแอ็กชันฮอตมาก

ฉันเจอป้า ป้ากลับคิดว่าฉันทำทั้งจมูกและศัลยกรรมโครงหน้า บอกว่ารู้สึกเหมือนหน้าดูเล็กลง ปกติได้ยินฉันพูดว่าจะไปผ่าตัดทุกวัน ป้าก็เลยคิดว่าสุดท้ายฉันทำแล้วจริงๆ แต่ไม่เชื่อว่าฉันทำแค่จมูก บอกว่าทำได้ดีมาก รีแอ็กชันของป้าวัย 50 กว่าก็ฮอตมากเช่นกัน..

ก่อนหน้านี้ฉันเคยไปคลินิกทันตกรรมที่เคยจัดฟันเพื่อเช็กอาการด้วย พอบอกว่าฉันผ่าตัดจมูกแล้วขอให้ช่วยระวังหน่อย คุณหมอผู้หญิงที่เคยดูแลฉันก็ “เฮ้ย!!!” ออกมา แล้วบอกว่าจมูกเดิมจริงๆ ก็ไม่ได้แย่นี่?? แต่ตอนนี้ภาพลักษณ์ดูเปลี่ยนไปมาก ดูมีสไตล์ขึ้น ยังถามอีกว่าทำที่ไหน บอกหน่อย

ปฏิกิริยาจากคนรอบตัวฮอตกว่านั้นอีก เลยดีใจมาก *ㅡ_ㅡ* ที่สำคัญคือทุกคนบอกว่าเป็นจมูกที่สวยและเป็นธรรมชาติกับหน้าฉัน ไม่ดูเหมือนเพิ่งทำศัลยกรรม

ตอนทำฟิลเลอร์ไขมันร่วมด้วย ช่วงบวมมากๆ ฉันเศร้ามาก ถึงขั้นเสียใจว่าคงไม่ควรทำฟิลเลอร์ไขมันพร้อมกันเลย แต่พอบวมยุบ แก้มอิ่มนูนขึ้น ก็ให้ความรู้สึกผู้หญิงขึ้นจริงๆ ดูเด็กลง และดูมีชีวิตชีวาขึ้น

ฉันเคยอ่านโพสต์เยอะมากเกี่ยวกับคนที่ถูกทิ้งหลังผ่าตัด และก็เห็นหลายคนเศร้าที่ผลหลังผ่าตัดไม่เหมือนภาพที่ตัวเองต้องการเลย

แต่ที่นี่ ดั้งระหว่างคิ้วสูงขึ้นตามที่ฉันต้องการ และยังเป็นทรงจมูกที่ดูเป็นธรรมชาติและสวยด้วย หลังผ่าตัดคุณหมอก็ใจดีตลอด ถึงเพื่อนที่มาด้วยตอนผ่าตัดยังบอกเลยว่าโรงพยาบาลนี้ใจดีกันมากจริงๆ ใจดี x ใจดี จนถึงขนาดนั้น.. ก่อนผ่าตัดฉันกังวลซ้ำไปซ้ำมาว่าตัวเองเลือกถูกไหม แต่หลังผ่าตัด ฉันภูมิใจมากที่ตัวเองเลือกถูก

ถ้าอยากทำจมูกทรงธรรมชาติ ฉันอยากแนะนำอย่างจริงจังมากค่ะ!!!!

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้