โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review

ทิปเลือกโรงพยาบาลศัลยกรรมโครงหน้า ที่ไม่เชิงเป็นทิป (ระวังโพสต์ยาว) + รูปหลังผ่าตัดทันที…

+++ จะลงรูปหลังผ่าตัดทันทีให้ดูด้วยนะคะ

ก่อนอื่นเป็นรูปก่อนทำค่ะ ฉันเป็นคนหน้าค่อนข้างยาวและมีโหนกแก้ม ในรูปอาจดูไม่ค่อยชัด แต่มีฟิลเตอร์บิวตี้นิดหน่อย เลยออกมาดูหน้าเรียวกว่าเดิมค่ะ

ตามลำดับ

1. ถ่ายไว้ก่อนผ่าตัดทันที หลังวาดดีไซน์บนหน้าเสร็จแล้วㅋㅋ ㅋ เพราะคิดว่าควรเก็บรูปก่อนทำไว้ 2. อันนี้ก็เป็นมุมข้างก่อนผ่าตัดเหมือนกัน โหนกแก้มของฉันค่อนข้างชัดค่ะ 3. วันถัดจากผ่าตัด หน้าแบบว่า… บวมหนักมากเหมือนจะทะลักออกมาเลย คิดว่าหน้าจะระเบิด 4. วันที่ 7 หลังผ่าตัด ไปโรงพยาบาลตัดไหมโหนกแก้มมา แต่ก็ยังบวมหนักมากอยู่ดี..ㅠㅠ

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะ

นึกถึงตัวเองก่อนผ่าตัดที่ตระเวนดูคอมมูนิตี้ต่างๆ เพื่อหาข้อมูลจนตาแทบหลุด ฉันเลยมาเขียนรีวิวไว้เหมือนกันค่ะ ตอนนี้ผ่าตัดผ่านมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว และฉันทำ 3 อย่างคือ โหนกแก้ม กรามเหลี่ยม และคางหน้าค่ะ

ฉันจะบอกเกณฑ์และทิปการเลือกโรงพยาบาลตามที่ฉันคิดเองนะคะ เดิมทีอยากเขียนรวมไปถึงรีวิวหลังผ่าตัดทันทีด้วย แต่โพสต์ยาวกว่าที่คิด เลยจะเขียนส่วนนั้นทีหลังค่ะ ที่ฉันเขียนละเอียดขนาดนี้ เพราะไม่อยากให้ทุกคนเสียเวลา และก็เพราะหวังว่าเด็กๆ ที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จจะไม่ถูกโฆษณาชักจูงจนไปผิดที่ผิดทางค่ะ

อ้อ ก่อนหน้านั้น ขอเขียนก่อนว่าทำไมถึงอยากทำศัลยกรรมโครงหน้า

ในกรณีของฉัน คนรอบตัวทุกคนบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ จริงๆ แล้วถ้ามองหน้าตัวเองในกระจกแล้วไม่พอใจ ต่อให้คนรอบข้างห้ามแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ทุกคนน่าจะเข้าใจใช่ไหมคะ ฉันก็เป็นแบบนั้นค่ะ แล้วฉันคิดว่าทุกคนก็คงมีมาตรฐานของตัวเอง มาตรฐานความสวย และเส้นที่ตัวเองคิดไว้ เช่น “ถ้าได้ประมาณนี้ฉันก็คงพอใจ” อะไรแบบนั้น สำหรับฉัน พออายุมากขึ้นและเห็นใบหน้าสวยๆ ที่หลั่งไหลมาจากสื่อและโซเชียลมีเดีย บางทีฉันเองก็อาจถูกปลูกฝังไปบ้างระดับหนึ่ง แต่ฉันคิดว่ามันทำให้ฉันมีมาตรฐานของตัวเองขึ้นมา

แทนที่จะเป็นสไตล์สวยแบบที่มักพูดกันว่า ตาโต จมูกโด่งคม ฉันอยากมีใบหน้าที่มีความรู้สึกเป็นตัวเอง และไม่เบื่อแม้เวลาจะผ่านไป ฉันตั้งมาตรฐานของตัวเองไว้ชัดแบบนั้น แล้วก็ดูรูปใบหน้าจำนวนมากจริงๆ เวลาเล่น Instagram ถ้าเห็นรูปที่คิดว่าสวยหรือมีบรรยากาศดี ฉันจะเข้าไปดูทั้งหมด ดูไปถึงฟีดเก่าๆ ของคนนั้น เพื่อสะสมฐานข้อมูลให้มากที่สุด ระหว่างนั้นฉันก็เข้ามาที่คอมมูนิตี้นี้เป็นระยะๆ ดูรีวิว ดูผลลัพธ์ระหว่างพักฟื้น แล้ววางแผนผ่าตัด แต่ก็หยุดกลางคันอยู่บ่อยๆ เหตุผลคือพออ่านโพสต์เกี่ยวกับผลข้างเคียงก็กลัว เลยวางไว้ คิดว่าจะอยู่แบบนี้แหละ แล้วก็กลับมาฮึดใหม่ วนไปแบบนั้นค่ะ

พอปีนี้เก็บเงินได้แล้ว ก็เลยตัดสินใจและไปผ่าตัดค่ะ ทุกคนก็ควรตัดสินใจโดยคำนึงถึงผลข้างเคียงต่างๆ ด้วยนะคะ เช่น ผิวอาจหย่อน ใบหน้าอาจตก โหนกแก้มอาจไม่ติดกัน และอื่นๆ เพราะอย่างนั้นฉันเลยยิ่งคิดหนักเรื่องเลือกโรงพยาบาลค่ะ

ต่อจากนี้คือทิปเลือกโรงพยาบาลนะคะ ในกรณีของฉัน ถ้ามีโพสต์ไม่ดีแม้แต่โพสต์เดียว ฉันตัดออกทันทีค่ะ โรงพยาบาลที่โฆษณาหนักมากก็เช่นกัน แล้วถ้าไปปรึกษาแล้วผู้จัดการที่ปรึกษาดูเด็กเกินไปและให้ความรู้สึกเบาๆ ไม่จริงจัง ฉันก็ตัดออกค่ะ

เหตุผลคือ ก่อนอื่นผู้จัดการที่ปรึกษาแบบนั้นอาจมีโอกาสเพิ่งเข้ามาทำงานไม่นาน และการที่เขาเป็นคนดูแลฉัน ทำให้ฉันคิดว่าฉันอาจเป็นเคสกิจกรรม หรือมีโอกาสสูงที่จะมีแพทย์เงาเข้ามาเพราะค่าใช้จ่ายถูก ทุกคนรู้ใช่ไหมคะว่าผู้จัดการที่ปรึกษาได้อินเซนทีฟกันหมด ต้องจับลูกค้าให้ได้เยอะๆ ยิ่งเป็นผู้จัดการที่เพิ่งเข้ามา ก็ยิ่งให้สิทธิประโยชน์กับลูกค้าเยอะ เพื่อให้ลูกค้าขึ้นเตียงผ่าตัดก่อน นั่นคืองานของเขาค่ะ ดังนั้นอย่าทำอะไรแบบเป็นนางแบบศัลยกรรม ลดครึ่งราคา อะไรพวกนี้นะคะ มันคือการเป็นหนูทดลองค่ะ

เพราะฉะนั้น เหตุผลที่ทุกคนไปโรงพยาบาลที่มีคนรู้จักบอกต่อหรือเคยทำมาแล้ว ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเคสแบบนั้น ถ้าขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัดแบบนั้น สุดท้ายก็กลายเป็นหนูทดลอง เป็นเคสที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ทางคลินิกให้คุณหมออีกหนึ่งเคส ดังนั้นฉันตัดโรงพยาบาลใหญ่ๆ ออกหมด และเมื่อเริ่มปรึกษากับแพทย์ ถ้าแพทย์เด็กเกินไป พูดโอ้อวดว่าได้หมดทุกอย่าง หรือดูเป็นคนที่คุณภาพนิสัยไม่น่าดี ฉันก็ตัดออกทันทีค่ะ

แพทย์ก็เป็นคนเหมือนกัน แต่เพียงเพราะเรียนสาขาที่เรียกว่าวิชาแพทย์มา ก็กลายเป็นคนที่สามารถทำอะไรกับร่างกายเราได้ตามใจ แต่ถ้าคนแบบนั้นคุณภาพความเป็นคนไม่ดี สิ่งที่ฉันหมายถึงคือ ไม่มีใครรู้ใจคนอื่นจริงๆ แม้ฉันจะไม่ได้ใช้ชีวิตมายาวนานมาก แต่แพทย์ที่ทำงานด้วยความรู้สึกมีพันธกิจต่ออาชีพแพทย์มีไม่เยอะค่ะ แต่เรื่องนั้นก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน เพราะสังคมนี้เงินสำคัญที่สุด ก่อนอื่นทุกคนก็เลยหมกมุ่นกับการหาเงิน พอออกจากโรงพยาบาล ก็ทำเรื่องน่าเกลียดต่างๆ มากมาย เห็นในข่าวบ่อยใช่ไหมคะ? ข่าวเกี่ยวกับแพทย์ทั้งหลาย แต่จะคิดว่า “เฉพาะหมอของฉันคงไม่ใช่คนแบบนั้น” เหรอคะ? นั่นคือการหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองค่ะ ถ้าผ่าตัดคนไข้ล้มเหลว แพทย์มักจะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เป็นความล้มเหลวครั้งหนึ่งในชีวิตของตัวเอง คนเราทุกคนผิดพลาดได้ แค่เป้าหมายของความผิดพลาดนั้นคือคนไข้คนนั้นเท่านั้นเอง พวกเขาคิดแบบนี้ค่ะ แล้วก็ปิดป้ายคลินิกเดิม ไปเปิดใหม่ด้วยชื่ออื่น ไม่รับผิดชอบคนไข้ค่ะ เขาคงคิดว่าคนไข้คนนั้นแค่โชคร้าย

เพราะฉะนั้นฉันเลือกโรงพยาบาลโดยคิดเผื่อไปถึงความล้มเหลวของการผ่าตัดด้วยค่ะ ดังนั้นแพทย์ที่ให้ภาพลักษณ์ดูคุณภาพไม่ดี ฉันตัดออกทั้งหมด เช่น) หน้าตาเหมือนคนที่น่าจะเห็นในคลับ ยังเด็กเกินไป บอกว่าทำได้แน่นอนทุกอย่าง

พอเข้าโรงพยาบาล ฉันดูโปรไฟล์เป็นพื้นฐาน และดูไปถึงว่าโรงพยาบาลออกแบบอย่างไร โดยมากแล้วคุณหมอที่โอเค และคนที่มั่นใจในประสบการณ์ของตัวเอง จะเปิดเผยและแขวนใบประกาศนียบัตร ใบปริญญา ผลงานตีพิมพ์ หรือประวัติรางวัลไว้หมด แต่สิ่งนั้นก็ต้องดูให้ดีค่ะ อย่าดูของที่ไม่ค่อยมีประโยชน์จริงๆ อย่างเข้าร่วมสมาคมอะไรสักอย่าง ตีพิมพ์บทความแต่ไม่ใช่เรื่องโครงหน้า เป็นบทความศัลยกรรมจมูก หรือเข้าร่วมสัมมนา ให้ดูว่าเขาสั่งสมประสบการณ์ในสาขาโครงหน้าจริงๆ หรือไม่

โรงพยาบาลที่ฉันผ่าตัด ในห้องคุณหมอมีของพวกนั้นครบเป็นพื้นฐาน และยังมีโล่ที่ชมรมมอบให้ตอนเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลเพื่อแสดงความยินดีตอนจบวางอยู่ด้วย เป็นชมรมกีตาร์ค่ะ..ㅋㅋ เลยรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์อะไรบางอย่าง และทำให้ฉันเอนเอียงไปทางนั้นมากขึ้น

ต่อไปเป็นทิปการค้น Google ค่ะ ถ้าฉันเล็งโรงพยาบาลไหนไว้หนึ่งแห่ง ฉันค้นหาทุกอย่างจริงๆ \

โรงพยาบาล ㅇㅇ ผลข้างเคียง, โรงพยาบาล ㅇㅇ รีวิว, โรงพยาบาล ㅇㅇ จริง, ศัลยกรรม ㅇㅇ โครงหน้า, ศัลยกรรม ㅇㅇ จมูก, (ถ้าบอกว่าเก่งโครงหน้า แต่ข่าวจมูกออกมาเต็มไปหมด แบบนั้นตัดออก) ศัลยกรรม ㅇㅇ หน้าอก, (เหตุผลเดียวกัน) ศัลยกรรม ㅇㅇ นายหน้า ฯลฯ

ค่อยๆ เปลี่ยนคีย์เวิร์ดแล้วค้นหา อ่านโพสต์ให้หมด

สิ่งสำคัญตรงนี้คือ อย่าดูรีวิวในบอร์ดของโรงพยาบาล อย่าเชื่อรีวิวจากคาเฟ่ใน Naver ที่ดังเกินไป กลับกัน ที่อย่าง Instiz อะไรแบบนี้ ที่เด็กๆ ไปกันเยอะ มีโอกาสเป็นรีวิวจริงมากกว่า

แล้วทิปการคัดกรองรีวิวในคอมมูนิตี้นี้หรือคาเฟ่ดังๆ คือ ถ้ารูปรีวิวเห็นหน้าชัดๆ แบบโจ่งแจ้ง? ก่อน-หลังสวยระดับเทพธิดาสุดๆ? มีโอกาสที่เขาได้รับสิทธิประโยชน์จากโรงพยาบาลแล้วผ่าตัดค่ะ คนแบบนี้โรงพยาบาลคงทำให้เป็นพิเศษกว่าเดิมใช่ไหมคะ? เพราะเขาจะลงรีวิวให้ ก็คงทำไม่ให้ล้มเหลวใช่ไหม? ดังนั้นเวลาอ่านรีวิวแบบนี้ต้องนึกถึงจุดนี้ไว้ด้วย ไม่ได้บอกว่าเป็นแบบนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หมายความว่าให้เก็บไว้ในใจระดับหนึ่งค่ะ อย่าเชื่อมากเกินไป

กลับกัน ถ้าปิดหน้าแล้วลงให้เห็นแค่โครงหน้า หรือเป็นรูปที่ฉากหลังในรูปดูเป็นห้องจริงๆ เช่น เตียงรกๆ ผ้าห่มวางเกลื่อน หรือดูเหมือนถ่ายในห้องน้ำ แบบนี้มีโอกาสมากกว่าว่าเป็นรีวิวที่คนทั่วไปเขียน ใช่ไหมคะ?

แล้วเวลาค้น Google ให้ดูการประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลนั้นด้วย ข่าว บทความอะไรพวกนี้ แล้วก็ดูว่าเขาใช้โมเดลคนทั่วไปทำซีรีส์ลง YouTube ไหม หรือดูข้อมูลเก่าๆ อย่างปี 2010 ปี 2006 อะไรแบบนี้ด้วย ลองดูไว้เฉยๆ ค่ะ จะเริ่มมีเซนส์บางอย่าง โรงพยาบาลที่ฉันไป มีวิดีโอซีรีส์ที่ทำกับโมเดลคนทั่วไปตั้งแต่ปีสองพันกว่าๆ จริงๆ แล้วในนั้นมีผู้จัดการที่ปรึกษาออกมาด้วยค่ะ แต่ผู้จัดการคนนั้นยังคงให้คำปรึกษาอยู่จนถึงตอนนี้ แล้วนั่นหมายความว่าอะไรล่ะคะ การที่ผู้จัดการทำงานนานขนาดนี้ หมายความว่าถ้ามีคอมเพลนก็สามารถแก้ไขได้ หรือโรงพยาบาลนั้นโอเคพอสมควร ประมาณนี้ค่ะ มีอะไรบางอย่างที่เชื่อมโยงกันได้เสมอ ดังนั้นดูให้มากที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นข่าว วิดีโอ รีวิว คะแนน อะไรก็ได้

แล้วเมื่อเริ่มไปปรึกษาตามที่ต่างๆ ต้องจดทีละอย่างโดยดูปัจจัยข้างบนให้ดีนะคะ ผลการปรึกษากับผู้จัดการ คำพูดระหว่างปรึกษากับแพทย์ ประวัติที่แขวนบนผนังโรงพยาบาล ฯลฯ ฉันคิดว่าตัวเองจะจำได้หมดในหัว แต่พอหันหลังก็ลืม...ㅋㅋㅋ เพราะไปหลายโรงพยาบาลมาก ก็เลยปนกันด้วย

ถ้านั่งรอบนโซฟาที่โรงพยาบาลแล้วมีลูกค้ามาร้องเรียน? ตัดออก ถ้าคุณหมอออกมาปรึกษาระหว่างกำลังผ่าตัด? ออกมาเลยโดยไม่ต้องหันกลับไปมอง กำลังรอปรึกษา แต่ไม่มีคนทำโครงหน้า มีแต่คนทำจมูก ตัดออก ครั้งหนึ่งฉันไปปรึกษา เพราะวันที่ฉันจะผ่าตัดเป็นสุดสัปดาห์และเป็นช่วงวันหยุดยาว ฉันเลยถามว่าวันนั้นฉันน่าจะเป็นเคสที่เท่าไหร่ และวันนั้นมีคนไข้ผ่าตัดกี่คน ผู้จัดการที่ปรึกษาบอกว่าน่าจะเยอะ เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว ฉันเลยตัดใจทันทีค่ะ ทั้งที่เป็นโรงพยาบาลที่ฉันเล็งไว้เป็นตัวเลือกก็ตาม โรงพยาบาลที่ฉันผ่าตัด แม้จะเป็นวันหยุดยาว ก็ทำแค่สองคนเท่านั้นค่ะ วันที่ฉันผ่าตัด ฉันเป็นคิวช่วงบ่าย พอฉันไปถึงพอดี คุณหมอเพิ่งเสร็จเคสช่วงเช้าและออกมา แล้วพอฉันผ่าตัดเสร็จออกมา คุณหมอดูผลอาการของฉันแล้วถึงเลิกงานค่ะ แบบนี้ เวลาไปปรึกษาตามที่ต่างๆ ก็ต้องตั้งใจสังเกตให้ดี เช็กหลายๆ อย่างและเตรียมตัวให้แน่นค่ะ

คุณจะต้องใช้ชีวิตกับหน้านั้นไปตลอดชีวิต ทำไมถึงเลือกโรงพยาบาลกันง่ายขนาดนั้นคะทุกคน..ㅠㅠㅠ อย่าทำแบบนั้นเลยค่ะ คิดให้หนักแบบสุดๆ ลงเวลา หาข้อมูลออนไลน์และไปดูด้วยตัวเองให้หมด ทำใจกล้าๆ แล้วขอข้อมูลผ่าตัดในคอมมูนิตี้ค่ะ มีเพียงข้อมูลจำนวนมากและฐานข้อมูลเท่านั้นที่จะช่วยทุกคนให้รอดจากกระแสโฆษณาโรงพยาบาล นายหน้า และรีวิวปลอมที่ถาโถมเข้ามาได้

ตอนนี้พอสอบเข้ามหาวิทยาลัยจบ เด็กๆ จะเริ่มไปโรงพยาบาลกัน ฉันหวังจริงๆ ว่าเด็กสาวๆ ที่ยังอ่อนวัย น่ารัก และสวยเหล่านั้นจะไม่ต้องไปปรากฏในข่าวค่ะ เฮ้อ เขียนเกินหนึ่งชั่วโมงแล้วนะคะ..ㅋㅋㅋ

โพสต์ต่อไปจะเอาเรื่องเกี่ยวกับการผ่าตัดมาเขียนค่ะ

ถ้าทิ้งคำถามไว้ ฉันจะพยายามตอบให้มากที่สุดนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ps. มีคาเฟ่อื่นที่ฉันใช้งานอยู่ด้วย และฉันจะลงบทความเดียวกันที่นั่นด้วยค่ะ... ถ้าเผื่อเห็นแล้ว อย่าเข้าใจผิดว่าฉันเป็นนายหน้านะคะ

ถูกใจ 102

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้