ว้าว จริงๆ คือไม่เคยเสียเวลาลองเดินดูเองเลยสักครั้ง ไปปรึกษาที่ที่คนรอบตัวบอกว่าทำดี แล้ววันนั้นก็วางมัดจำไปแบบทันทีเลย เพิ่งมารู้จักชุมชนนี้ตอนทำเสร็จแล้วด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ได้รู้จักก็รู้สึกขอบคุณมาก ㅎㅎ
วันผ่าตัด
เราเป็นคนต่างจังหวัด แถมยังมีที่ต้องแวะอีก เลยขับรถมาเอง ㅠㅠ เพราะต้องนอนโรงพยาบาลแค่คืนเดียว เลยคิดว่าจะดูอาการวันรุ่งขึ้นก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะเอารถยังไง ขึ้นไปอาบน้ำแล้วก็ได้ปรึกษากับคุณหมออีกครั้งก่อน แต่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการปรับโครงหน้าเลย ,, เลยไม่รู้จะถามอะไร แค่บอกให้ทำออกมาให้สวยๆ ก็พอ ㅠㅠ ถึงขั้นที่เขาบอกว่าจะเหลือมุมกรามหลังหูไว้นิดหน่อยเพื่อไม่ให้กลายเป็นกรามเหลี่ยม เรายังถามอีกว่ากรามเหลี่ยมมันไม่ดีเหรอ ㅎㅎ ... เสียดายมากที่ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อนแล้วค่อยถามค่อยดูหลายๆ ที่ พอคุยกับคุณหมอเสร็จก็ไปเจอผู้จัดการ ขึ้นไปที่ห้องพักผู้ป่วย วางของ อาบหน้า คุยกับพยาบาลอีกสองสามอย่าง แล้วก็เข้าไปห้องผ่าตัดนอนเลย ㅎㅎ การดมยาสลบแบบหลับมีความสนุกตรงที่ตั้งใจลืมตาแล้วค่อยหลับ แต่รอบนี้เราเคยดมยาสลบแบบทั่วตัวมาหลายครั้งแล้วเลยกลัว เลยคุยเรื่องบ้านเกิดกับคุณหมอวิสัญญีไปนิดหน่อย พอยาเข้าปุ๊บก็หลับตาทันที แล้วก็จำอะไรไม่ได้เลย ㅎㅎ ตอนปลุกหลังผ่าตัดก็หนาวอีกตามเคย ㅠㅠ ตอนฟื้นจากยาสลบทั่วตัวนี่ความหนาวเป็นอะไรที่ทรมานสำหรับเรามาก ร่างกายสั่นไปหมด เปิดผ้าห่มไฟฟ้าแค่เบาๆ ไม่พอ ต้องปรับสุดเลย แล้วก็ห่มผ้าเพิ่มอีกผืน ช่วงประมาณ 2 ชั่วโมงแรกเหมือนนอนๆ ตื่นๆ เพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น พออุณหภูมิขึ้นมาหน่อย คางหน้าก็เริ่มปวดมาก แล้วคอก็เริ่มปวดด้วย ค่อยๆ เดินไปหยิบมือถือที่ตู้เก็บของแล้วมองหน้าตัวเอง อาการบวมไม่มากอย่างที่คิด แถมโหนกแก้มกับจมูกก็ไม่ปวดเลย ตกใจมาก แต่คางหน้ากับบริเวณใต้คางตรงรอยกรีดในปากนี่ปวดมากจริงๆ เขาบอกว่ายาแก้ปวดจะไหลเข้าพร้อมสายน้ำเกลืออัตโนมัติ แต่เรายังสงสัยอยู่เลยว่าตัวเครื่องยาแก้ปวดมันคงเสียหรือเปล่า พอยาแก้ปวดเข้ามาเราจะคลื่นไส้และเวียนหัว แต่รอบนี้ก็ไม่มีอาการนั้นเลย แถมปวดแรงมากจนเรียกพยาบาลไปประมาณ 3 รอบ เขาก็ให้ยาแก้ปวดมา ㅠ ㅠ แล้วพอผ่านไปชั่วโมงหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็ปวดอีกมากๆ พอบอกขออีก เขาก็ว่าเดี๋ยวไว้ให้ตอนนอนทีหลัง บอกว่าฉีดเยอะไม่ดี ㅠ ㅠ พอเริ่มตั้งสติได้ เราก็นั่งหลับ เอาเข้าจริงตื่นทุก 10 นาที 20 นาที ปวดมากจริงๆ .. คนที่บอกว่าผ่าตัดกระดูกไม่เจ็บนี่อยากตีให้หมด ถ้ารู้ว่าจะปวดและทรมานขนาดนี้ คงไม่ทำแล้ว ผ่านไปหลายชั่วโมง เราก็คายเสมหะปนเลือดออกมาตลอดเท่าที่มี ความปวดลดลงเหลือประมาณ 9 จาก 10 ก็เลยค่อยๆ จิบน้ำกลืนลงไป รอแค่ให้เอาสายเลือดออกไวๆ เท่านั้น
วันที่ 1
ตอนเช้าถอดสายเลือดในปาก ความรู้สึกสกปรกๆ แสบๆ นั่นนานสุดก็ไม่เกิน 3 วินาที แต่แค่ความที่มันถูกเอาออกไปก็ดีใจแล้ว ตอนทำแผลในปากนี่ไม่ชอบยิ่งกว่าอีก ㅠㅠ ㅠ ㅠ ㅠ ตอนฆ่าเชื้อรู้สึกเหมือนแผลที่กรีดไว้จะถูกดึงจนหลุดหมด เราขับรถเองไม่ได้แน่นอน เลยเรียกรถรับส่ง แล้วน้องสาวมารับ พอขึ้นรถปุ๊บก็สลบทันที ㅋㅋ ถ้าขับเองคงจบเห่แน่! จากนั้นไปที่ที่พัก ซื้อโจ๊กน้ำใสมาแล้วค่อยๆ จิบกิน แต่มันก็ยังลำบากและไม่หิวเลย ลองออกไปเดินเล่นก็แล้ว แต่ริมฝีปากบวม ปากอ้าไม่ได้ หายใจก็ไม่ได้ สุดท้ายกลับบ้านใน 30 นาที วันนั้นก็แทบจะนอนแล้วตื่นทุก 30 นาทีทั้งวัน
วันที่ 2 บวมมากกว่าวันก่อนนิดหน่อย ผ้ารัด/ผ้ากดมันทรมานมาก คางกับหูก็ปวด เลยถามโรงพยาบาลแล้วก็คลายออกแบบหลวมๆ ไปเลย โจ๊กน้ำใสมันไม่อร่อยเอามากๆ เลยกินนมดื่มแทนให้อิ่ม ยังพอทนได้ ㅎ ㅎ คืนนั้นก็ยังออกไปเดินให้ครบ 1 ชั่วโมงด้วย
วันที่ 3 เพราะทำจมูกด้วย เลยมาที่โรงพยาบาลเพื่อฆ่าเชื้อในจมูกและเอาผ้ารัดออก ว้าว .. พอเอาออกแล้ว .. จริงๆ คือเหมือนแต่งเอฟเฟกต์พิเศษมาเลย เครื่องดื่มลดบวมพวกสายศัลย์ดูเหมือนไม่เห็นผลอะไรเลย เมื่อวานก่อนสมัครเข้าชุมชนนี้แล้วก็เลยรู้จัก Elast A วันนั้นตอนออกจากโรงพยาบาลก็เลยซื้อ Elast A กับ face liner ไปด้วย จริงๆ คือเหมือนโดนขายแบบฝืนๆ ㅎ คำพูดที่ว่า ถ้าหน้าแข็งไปแบบนี้จะใช้ชีวิตยังไง มันตรงใจมาก คนอื่นเห็นแค่หน้าก็บอกเหมือนน้ำหนักขึ้นไป 30 กก. ความอยากอาหารก็เริ่มกลับมาแล้ว นมพวกนั้นเริ่มเอาไม่อยู่ ㅠㅠ ใส่หน้ากากออกไปข้างนอก แวะร้านเกมสักพัก แล้วตอนกลับมีคนบอกว่าจะปั่นโจ๊กให้ละเอียดทั้งหมด เลยสั่ง 2 ถ้วย แล้วเดินต่ออีกสามสิบนาที ยังซื้อเต้าหู้มาหลายก้อนกินด้วย วันนั้นเต้าหู้ก็อร่อยอีกเหมือนกัน โจ๊กเป็นโจ๊กเนื้อกับโจ๊กทูน่าผัก แต่พอปั่นรวมกันแล้วรสชาติอย่างกับขยะ ถ้าจะปั่นโจ๊กกิน สู้กลับไปกินโจ๊กน้ำใสยังดีกว่า ㅎ ตั้งแต่วันนั้นผ้ารัดให้ใส่แค่ 8 ชั่วโมง เลยจะใส่ตอนนอนอย่างเดียว มีความสุขมาก
วันที่ 4
นอนทั้งที่ใส่ผ้ารัดก็ไม่สบายอีก คอก็บวมเลยทรมานตลอด ㅠ ㅠ แล้วการนอนแบบนั่งทำให้ก้นเกร็ง เลยตื่นบ่อย ตาก็บวม เราเองก็ไม่ใช่คนนอนหลับตาสนิทอยู่แล้ว กลายเป็นเหมือนนอนลืมตาไปเลย ตั้งแต่เมื่อวานไม่กินไทลินอลก็ได้แล้ว แต่วันนี้ ไม่ใช่ความเจ็บแบบเดิมแล้ว เป็นแบบตุบๆ แปลบๆ ??? พอทนได้ แล้วก็ดูไม่เหมือนหมูเท่าเมื่อวาน บวมยุบลงนิดเดียวเอง อารมณ์ดีเลยออกไปเดินเล่นตอนกลางวันอีก 30 นาทีแล้วกลับมา ร้านโจ๊กมีโจ๊กหน้าปูหิมะดูน่าอร่อยมาก เลยซื้อมากิน เคี้ยวได้อยู่ แต่กรามล้าเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นก็ต้องกินยาเลยกิน น้องสั่งไก่ทอดมา มันดูน่าอร่อยมาก เลยลองใส่ไปในปากนิดเดียว เนื้อยังดำอยู่เลยต้องคายออก แล้วเคี้ยวแค่หนังนิดเดียวให้ละลายในปาก สวรรค์ชัดๆ ... ความรู้สึกของทารกแรกเกิดที่เพิ่งรู้ว่าบนโลกนี้มีความหวานด้วย.. ประคบเย็นนิดหน่อย .. ผ้ารัดนิดหน่อย แล้วพอเปิดดูชุมชนก็เจอโพสต์อีกว่า ตอนนอนไม่ให้ใส่ผ้ารัด รู้สึกว่าไม่น่าจำเป็นเท่าไร เลยถอดแล้วนอน
วันที่ 5
ปกติเราเป็นคนบวมง่ายมาก ตอนเช้าก็บวมเยอะอยู่แล้ว แต่พอตื่นมารู้สึกเหมือนยุบลงนิดนึงจากเมื่อวาน แต่ก็ยังไม่แน่ใจ คิดว่าตัวเองอาจจะคาดหวังเร็วเกินไป เลยถอดใจ ออกไปซื้อคัสเทลล่ามากินกับนม มันเลี่ยน ㅜ ไม่อร่อย ㅜㅠ แล้วก็ไปโรงพยาบาล พอไปถึงแล้วมองกระจกอีกที บวมก็ยุบลงไปเยอะอีก แถมใส่หน้ากากก็ไม่รู้เรื่อง วันนี้เป็นวันที่ได้พบคุณหมอจมูกกับคุณหมอด้านโครงหน้าทั้งสองคนอีกครั้ง แปะสติ๊กเกอร์จมูกใหม่ แล้วก็ตัดไหมโหนกแก้ม เพราะมีเรื่องอยากถามเกี่ยวกับโครงหน้าเยอะมาก เลยจดคำถามไปประมาณ 8 ข้อ ㅋㅋㅋㅋ เพราะเป็นเรื่องพื้นฐานมากๆ เลยถามไปถามมาทั้งสองคนก็ขำแตกกันหมด เขาบอกว่าควรถามก่อนผ่าตัดสิ จะมาถามอะไรเอาตอนนี้ ㅠㅠ ตอนนี้ไม่ได้คิดจะทำศัลยกรรมอื่นแล้ว แต่ครั้งหน้าตั้งใจว่าจะหาข้อมูลทั้งออนไลน์และลงพื้นที่ให้ครบแน่นอน สรุปว่ารอบนี้แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงผลข้างเคียงหรือการดูแลหลังผ่าตัด แต่ในแบบของเราเองคิดว่าเลือกโรงพยาบาลได้ดี และผ่าตัดก็ออกมาดีแล้ว (สวยไหมไม่รู้) ... คุณหมอบอกว่าการยุบบวมของเราจัดว่าหายเร็ว ตอนใส่หน้ากากเข้าไปเขายังตกใจเลยว่า ทำไมไม่ค่อยบวมขนาดนี้ พอถอดออกมาก็ตกใจ ㅎ รอยช้ำใต้ตาเป็นรอยช้ำเหลือง .. เพราะอยู่ตรงตำแหน่งใต้ตาดำเลยดูน่าปวดมาก วันนี้บวมไม่ใช่หมูแล้ว แต่เหมือนบีเวอร์มากกว่า ㅎ ซ้ายขวาไม่เท่ากันเลยหงุดหงิด แต่เดิมหน้าก็มีความไม่สมมาตรอยู่บ้าง ดังนั้นปริมาณที่ทำสองข้างคงไม่เท่ากัน ก็เลยคิดว่าบวมไม่เท่ากันเป็นเรื่องปกติ แล้วก็เขาบอกว่านอนหงายได้แล้ว และนอนตะแคงนิดหน่อยก็ได้ พอถามว่ากินข้าวได้ไหม เขาบอกว่ากินอาหารปกติได้ ㅎ อ้าปากได้กว้างขึ้นด้วย พวกโพสต์ที่บอกว่าอย่ากัดของแข็งอย่าไปเชื่อหมด เขาบอกว่าไม่เกี่ยว เรื่องพังผืดที่แก้มอะไรพวกนั้นก็ไม่ต้องกังวลเลย ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน เรายังรู้อะไรไม่มาก พอเขาตอบมั่นใจขนาดนั้น เราก็แค่บอกว่าโอเคค่ะ แล้วก็กลับ ㅎㄹ วันนี้เหมือนจะเริ่มดูแลลดบวมแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดไหมจมูก วันนี้เลยได้ทำเลเซอร์อะไรสักอย่างประมาณ 20 นาทีแล้วกลับ หลังจบที่โรงพยาบาล เรากินซุปซุนดูบูสีขาวกับข้าวที่ราดน้ำเล็กน้อย มีความสุขมากจริงๆ ... ต่อไปจะเชื่อคำคุณหมอแล้วเริ่มกินอาหารปกติ .... รูปคงไว้เดี๋ยวจะลองลงอีกทีตอนวันที่ 7!