ตอนฉันเรียนมัธยม ครอบครัวทำเรื่องใหญ่โตบังคับให้ฉันจัดฟันเพราะไม่ชอบที่จะเห็นฟันฉัน เลยเป็นเคสที่แทบจะถูกบังคับให้จัดฟัน สภาพฟันของฉันตอนนั้น 1. ฟันที่อยู่ติดกับฟันหน้าข้างหนึ่งไม่ได้เรียงเป็นแนวโค้ง แต่ยืนตรงเหมือนฟันหน้า 2. ฟันล่างค่อนข้างเก ๆ กัง ๆ (จะเห็นชัดเมื่อมองจากด้านบน) โครงหน้า/ขากรรไกรล่างของฉันยาวกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย ฉันจัดฟันโดยไม่ถอนฟัน ตอนนี้ก็ผ่านมาเกินประมาณ 3 ปีแล้ว พูดตรง ๆ ว่ารู้สึกเสียใจมาก อย่างแรกเลย ฉันไม่ได้อยากทำเอง และการสบฟันผิดปกติก็ไม่ได้รุนแรงมาก สำหรับครอบครัวหรือคนที่เจอบ่อย ๆ ก็ไม่ได้ดูน่ารำคาญ และทั้งด้านความสวยงามกับการใช้งานก็ไม่มีปัญหาอะไร สิ่งที่ฉันเครียดอยู่ตอนนี้คือหินปูนที่ไปติดอยู่กับเครื่องมือคงสภาพด้านในฟัน มันทำให้เครียดแบบสุด ๆ ไม่ได้หมายความว่าถ้าแปรงฟันดีแล้วจะไม่เป็น และพอคิดถึงความเจ็บปวดที่ต้องทรมานกับการจัดฟันเป็นเวลาหลายปีเพื่อแก้เรื่องข้อ 1 กับ 2 ที่พูดไปก่อนหน้า ก็รู้สึกว่าไม่ทำยังดีกว่า พอเครื่องมือหลุดก็ต้องกลับไปพบทันตแพทย์อีก ต้องเกี่ยวหนังยาง ยุ่งยากมาก อาหารที่ติดกับอุปกรณ์หลังจากกินข้าว... แผลในปากที่ลวดทำไว้
แล้วฉันเพิ่งมารู้หลังจัดฟันเสร็จไป 2 ปีว่า ต้องใส่รีเทนเนอร์ตลอดชีวิต^^......
พูดแทรกนิดหนึ่ง พอเห็นเคสที่จัดฟันแล้วหน้าเปลี่ยนแบบดรามาติก ครอบครัวคงคิดแบบนั้นแล้วบังคับให้ฉันจัดฟัน แต่ถ้าเป็นโครงกระดูกใบหน้า ฉันควรจะผ่าตัดขากรรไกรสองข้างมากกว่า ฮะฮะฮะ ถ้าใครมีลูก อย่าบังคับให้ลูกจัดฟันหรือทำหัตถการเด็ดขาด ถ้ารุนแรงมากจนโดนล้อและตัวเด็กเองอยากทำ อันนั้นก็อีกเรื่อง แต่ถ้าแค่คุณรู้สึกขัดตาเอง แล้วไม่มีเหตุผลชัดเจนแต่คิดว่าทำแล้วจะได้ผลดรามาติก อย่าไปผลักดันให้จัดฟัน ถ้าไม่ใช่ความตั้งใจของเขาเอง ก็มีแต่ความทุกข์เท่านั้น
สรุปรีวิวจัดฟัน ได้มากับเสียจากการจัดฟัน เสียมากกว่า จบ