โพสต์

ศัลยกรรมจมูกซ้ำ

รีวิวการเอาส่วนของจมูกออก (ซิลิโคน, เอากระดูกอ่อนปลายจมูกออก, คงโครงพยุงไว้)

ทุกคนสวัสดี ในที่สุดฉันก็ได้เขียนโพสต์เอาออกสักที.. รู้สึกตื้นตันจริงๆ งั้นขอพูดตรงๆ เลยทั้งประวัติการผ่าตัดและรายละเอียดการผ่าตัดนะ ถ้าดูจำนวนครั้งที่ฉันไปโรงพยาบาลกับประวัติการโพสต์ก็คงรู้เลยว่าฉันไม่ใช่มิจฉาชีพแน่นอน ประวัติการผ่าตัด ครั้งแรก: กรกฎาคม 2023 ซิลิโคน 3.5 มม., โครงพยุงกระดูกอ่อนหู, กระดูกอ่อนหู 2 ชั้นที่ปลายจมูก, ย้ายปลายแบบหมุน ประวัติการเอาออก สิงหาคม 2026 เอาซิลิโคน 3.5 มม. และกระดูกอ่อนหู 2 ชั้นที่ปลายจมูกออก ส่วนที่เหลือ: โครงพยุงกระดูกอ่อนหู, ย้ายปลายแบบหมุน 1. เหตุผลที่เอาออก ปีที่แล้วฉันเจอก้อนบางอย่างในร่างกาย ก็เลยเอาออก แล้วต้องนอนโรงพยาบาลโดนยาปฏิชีวนะจัดหนัก จากนั้นจู่ๆ ก็เริ่มมีความรู้สึกแปลกปลอมที่ซิลิโคน ทั้งเจ็บอยู่แล้วก็เศร้าแล้ว ยังกลัวมากว่าจะเกิดพังผืดรัดหรืออักเสบที่จมูกอีก หลังจากนั้นความรู้สึกแปลกปลอมก็อยู่นานประมาณ 3 เดือนแล้วหายไป แต่ความคิดเรื่องการเอาออกไม่เคยหายจากหัวเลย.. ตอนนั้นฉันหมกมุ่นกับการเอาออกทั้งหมด เลยไปโรงพยาบาลที่เคยผ่าตัดครั้งแรกแล้วขอให้เอาออกทั้งหมด แต่เพราะไม่มีสัญญาณของการอักเสบหรือพังผืดรัด เขาบอกว่าน่าจะเป็นเหตุผลทางจิตใจและให้รอดูก่อน จากนั้นปีที่แล้วฉันท้อง และหลังคลอดปีนี้ก็เริ่มหาข้อมูลเรื่องการเอาออกอีกครั้ง ตอนแรกฉันหมกมุ่นแต่กับการเอาออกทั้งหมด แต่พอจมูกเดิมของฉันไม่สวยเอาเสียเลย ก็เลยกลับมาหาข้อมูลแบบเอาออกบางส่วนใหม่ 2. การปรึกษา [Clinic A] - ปรึกษาแบบเอาออกทั้งหมด จะกลับไปเป็นจมูกเดิม แต่ทรงจมูกตอนนี้ก็สวยอยู่แล้ว จะเอาออกทำไมล่ะ? ไม่ค่อยแนะนำ แต่ถ้าอยากทำก็ทำให้ ถ้าทำพร้อมปลูกถ่ายเยื่อหุ้มกระดูกอ่อนหูด้วยก็ 550 แต่คุณหมอพูดตรงมากและค่อนข้างเย็นชา ฉันรู้สึกแบบว่า จ่ายเงินขนาดนี้แล้วได้การปรึกษาแบบนี้เหรอ? ฉันรู้ว่าฝีมือคงดี แต่... คิดว่าจะอธิบายจาก CT ให้ฟัง แต่ไม่ได้อธิบายอะไรจาก CT มากนัก คุณหมอบอกว่าโครงพยุงกระดูกอ่อนหูยึดติดมาก ถ้าเอาออกจะทรุดไหม เขาบอกว่าไม่ทรุด หลังจากนั้นก็แค่พูดว่า “คำถามต่อไป ต่อไป ต่อไป” แบบนั้น... ตอนนั้นฉันไปตอนที่สภาพจิตใจแย่มาก เลยโดนท่าทีในการปรึกษาทำร้ายความรู้สึกแปลกๆ... ไม่ใช่คนไม่ดีนะ.... อาจเป็นเพราะฉันไปตอนที่จิตใจอ่อนล้ามากก็ได้.. แต่ฉันคิดว่าแค่ผ่าตัดออกมาได้ดีก็น่าจะไม่มีปัญหาใหญ่ เลยไม่ได้คิดอะไรมาก [Clinic B] - ปรึกษาแบบเอาออกบางส่วน เอาออกแค่ซิลิโคนแล้วเก็บกระดูกอ่อนหูเพิ่มมาชดเชยส่วนต่างระดับ เขาให้คำปรึกษาละเอียดมากโดยดูจาก CT ด้วย แล้วก็บอกว่า “ขอจับจมูกดูหน่อยนะ~” เพื่อเช็กขนาดของโครงพยุงและดูว่ามีอาการไม่สบายไหม เขาบอกว่าการผ่าตัดไม่ได้เริ่มจากการเก็บกระดูกอ่อนหูก่อน แต่จะเอาซิลิโคนออกก่อนแล้วค่อยประเมินปริมาณกระดูกอ่อนที่ต้องใช้จากนั้นจึงค่อยเก็บ ถ้าแคปซูลไม่มีปัญหาก็ปกติจะไม่เอาออก แต่ถ้าอยากให้เอาออกก็ทำให้ได้ ผ่าตัดแบบเปิด ใบประเมินราคา 495 [Clinic C] - สมกับที่ลือกันจริงๆ คุยด้วยอบอุ่นมาก.. แนะนำให้เอาซิลิโคนออกและเอากระดูกอ่อนปลายจมูกที่เห็นออก ทำแบบปิดได้ แน่นอนว่าแบบเปิดชัวร์กว่า แต่คนที่ผิวบางและคอลูเมลลาอ่อนแบบฉัน การเปิดบ่อยๆ ไม่ดี เขาบอกว่าจะลองทำแบบปิด ฉันถามว่า “กระดูกอ่อนจะเสียหายไหม??” เขาบอกว่า “ฉันเองก็เคยไม่เห็นด้วยกับการผ่าตัดแบบปิดเมื่อ 7-8 ปีก่อน แต่พอสะสมเคสผ่าตัดมากขึ้น ก็มีความสามารถทำแบบปิดได้แล้ว” เขาอธิบายละเอียดมากว่าจมูกตอนนี้ถูกผ่าตัดมาอย่างไร ตามที่ได้ยินเลยว่าเป็นพวก yes-man ทำได้ทุกอย่างและทำให้สบายใจได้ทุกเรื่อง “ถ้าทิ้งโครงพยุงไว้จะเกิดขั้นต่างระดับใช่ไหม?” “เดี๋ยวฉันจัดการเอง” “ฉันไม่อยากใช้เนื้อเยื่อผิวหนังจากผู้บริจาค (Megaderm) เด็ดขาด” “โอเค” เขายังบอกอีกว่าอาจเปลี่ยนเป็นแบบเปิดระหว่างผ่าตัดได้ ใบประเมินราคาอยู่ที่ 380 ทั้งสองแบบ 3. การผ่าตัดเอาออก ฉันอดอาหาร 12 ชั่วโมงแล้วไปโรงพยาบาล ถึงตอน 9:40 น. พอไปถึงก็กลัวจนร้องไห้ แต่คุณผู้จัดการช่วยปลอบฉัน.. ขอบคุณจริงๆ ฟังคำอธิบายการผ่าตัดแล้วก็เซ็นยินยอม ช่วงประมาณ 10 โมงได้พบคุณหมอและคุยครั้งสุดท้ายก่อนผ่าตัด สิ่งที่ดีคือ ตอนคลอดฉันเคยได้ยานอนหลับแบบกดประสาท ตอนตื่นก็เวียนหัวและลำบากมาก ปกติฉันก็ไม่ค่อยดื่ม และเพิ่งคลอดมาไม่ถึง 2 เดือน ร่างกายน่าจะยังอ่อนแอ เลยกังวลเรื่องยาสลบมาก พยาบาลห้องผ่าตัดก็เข้ามาร่วมฟังตอนปรึกษาด้วย และมีประชุมเรื่องการปรับขนาดยาสลบด้วย.. ประมาณ 10:20 น. เข้าห้องผ่าตัด ตอนกลางฉันตื่นขึ้นมาแต่ไม่เจ็บ แค่รู้สึกได้ว่ากำลังผ่าตัดอยู่ ประมาณ 11:20 น. ผ่าตัดเสร็จแล้ว หลังทำแผลก็ย้ายไปห้องพักฟื้น ในห้องพักฟื้นคุณผู้จัดการจะเอาน้ำมาให้ สอนวิธีประคบ และเปิดรูปถ่ายระหว่างผ่าตัดให้ดูหลายรูป ฉันรีบออกตอน 12:10 น. เพราะต้องขึ้นรถไฟ แต่เหมือนจริงๆ แล้วจะพักต่ออีกนิดก็ได้? 4. การฟื้นตัว A. ความรู้สึกสูญเสีย ฉันก็กลัวเรื่องนี้ที่สุดเหมือนกัน ตอนที่ตัดสินใจเอาออกเพราะการตั้งครรภ์ การเอาออกก็ถูกเลื่อนออกไปถึง 1 ปี ฉันทรมานทางใจมากจริงๆ หนักถึงขั้นว่ากลัวความรู้สึกสูญเสียมากกว่ากลัวการเอาออก เลยไปทั้งจิตเวชและบำบัดทางจิตใจด้วย เดิมทีฉันเป็นคนที่สุขภาพจิตดีมากๆ อยู่แล้ว... แต่เอาเถอะ! ตอนนี้ฉันไม่มีความรู้สึกสูญเสียเลย แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่ถึง 1 สัปดาห์หลังผ่าตัดและยังบวมอยู่ แต่พอนึกถึงความทุกข์ทางใจที่ผ่านมา ก็รู้สึกโล่งใจมากกว่า และอาจเป็นเพราะในช่วง 1 ปีนี้ฉันตั้งใจดูรูปเก่าๆ และปรับทัศนคติของตัวเองด้วย ใบหน้าที่ดูอ่อนโยนขึ้นนิดหน่อยของฉันตอนนี้ดูน่ารักมาก.. ความรู้สึกสูญเสียคงขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละคน B. อาการบวม ฉันเป็นแบบผ่าตัดปิด และจริงๆ แล้วก็เป็นคนไม่ค่อยบวมอยู่แล้ว เลยแทบไม่บวมเลย... C. การดูแลหลังผ่าตัด เดิมทีฉันผิวบางมากๆ เพราะงั้นหลังเอากระดูกอ่อนปลายจมูกออกก็ยิ่งกลัวว่าผิวจะบางลงแล้วแดงจะทำยังไงดี กังวลมากจริงๆ ผลคือหลังผ่าตัดทันทีจนถึงวันแรก ปลายจมูกแดงมาก.. ฉันติดต่อคุณผู้จัดการไปเพราะกังวล เขาบอกว่าเดี๋ยวจะค่อยๆ ดีขึ้น และให้ลองเอาเทปที่กดปลายจมูกออกนิดหน่อย พอลองเอาออกนิดหน่อยก็จริงๆ ดีขึ้นนิดนึง และเมื่อเวลาผ่านไป สีผิวก็ค่อยๆ กลับมาเหมือนเดิม เลยไม่กังวลมาก วันที่ 4 หลังผ่าตัดไปโรงพยาบาล เขาทำความสะอาดให้ และยังให้ทำการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงด้วย คุณหมอเจอประมาณ 20 วินาที บอกว่าผลการฟื้นตัวน่าจะโอเค 5. รีวิวโดยรวม ฉันเสียเงินกับจิตเวชและบำบัดทางจิตใจไปมากกว่า 100 เพราะเรื่องการเอาออก และเคยเสียใจจริงๆ ว่าทำไมถึงไปทำศัลยกรรมจมูก แต่สุดท้ายซิลิโคนก็เอาออกได้ดี เลยมีความสุขมาก แต่พูดจริงๆ คือเส้นจมูกแทบไม่เปลี่ยนและก็ไม่มีขั้นต่างระดับ.... ฉันยังแอบสงสัยเลยว่าพวกเขาแอบใช้ Megaderm หรือเปล่า... อาจมีคนถามว่าถ้าจะทำอยู่แล้วทำไมไม่เอาออกทั้งหมดไปเลย ทำไมถึงเลือกเอาออกบางส่วน.. แต่ฉันเป็นคนที่มีภาวะกังวลเรื่องรูปลักษณ์ค่อนข้างหนัก ถ้าเอาออกทั้งหมด ฉันน่าจะเริ่มคิดเรื่องแก้ใหม่อีก.. ตอนนี้ขอแค่ได้อยู่กับจมูกนี้ไปตลอดก็พอ ตอนนี้ถามอะไรก็ได้เลย ถึงฉันตั้งใจจะเลิกเข้าคอมมูนิตี้นี้แล้ว แต่จนกว่าจะถึงวันที่ฉันยังเข้ามา ฉันจะตอบเรื่อยๆ นะ โรงพยาบาลคือ [Clinic C]

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้