มิถุนายน 2016 ที่คลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่ง ทำผ่าตัดมุมปากและลดรูจมูก (ปลูกถ่ายกระดูกอ่อนหูที่ปีกจมูก ส่วนสันจมูก หัวหน้าที่ปรึกษาแนะนำให้ใส่บางๆ เพื่อไม่ให้ดูออก จึงยินยอมผ่าตัด แต่ผลลัพธ์พังมาก) 6 เดือนต่อมา ไม่พอใจ เลยเอาวัสดุเสริมจมูกออกทั้งหมด พฤษภาคม 2018 ขอแก้ไขปลายจมูกที่ดูทู่ ปลูกถ่ายกระดูกอ่อนหูขนาดเท่าเม็ดถั่วเล็กๆ ที่ปลายจมูก หัวหน้าที่ปรึกษาและผู้อำนวยการที่ผ่าตัดครั้งแรกลาออก ตั้งแต่ไม่กี่เดือนก่อน จมูกเริ่มมีการเปลี่ยนรูป เสาจมูกเบี้ยว ปลายจมูกตก ปลายจมูกทื่อ เห็นกระดูกอ่อนทะลุ รู้สึกอึดอัดและแปลกๆ หลังคิดมากจึงตัดสินใจผ่าตัดแก้ จองผ่าตัดถึง 2 ครั้งแต่กลัวเลยยกเลิก เพราะจมูกเปลี่ยนรูปอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจอีกครั้งว่าต้องผ่าตัดแก้ ต้นเดือนธันวาคม 2018 ที่โรงพยาบาลอื่น ทำปลายจมูก ลดรูจมูก และทำศัลยกรรมจมูกเชิงหน้าที่ร่วมกัน (ลิ้นจมูก, โรคจมูกอักเสบ, ผนังกั้นจมูกคด) (เสาค้ำใช้กระดูกอ่อนซี่โครงตนเอง, ปลูกถ่ายผิวหนังปีกจมูก, AlloDerm ที่สันจมูก 1-2 มม.) ตั้งใจจะทำเน้นปลายจมูก แต่เขาบอกว่าถ้าตั้งเสาค้ำและมัดกระดูกอ่อนปลายจมูก ปลายจมูกจะเชิดขึ้น จึงต้องใส่ที่สันจมูก 1-2 มม. เลยยินยอม หลังผ่าตัด ระหว่างพบผู้อำนวยการหลังทำความสะอาดแผล เขาบอกว่าพบกระดูกอ่อนซี่โครงบริจาคในจมูก ทั้งที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ และตอนทำลดรูจมูก พบว่ากระดูกอ่อนหูที่ปลูกถ่ายไว้ที่ปีกจมูกถูกเอาออกมาในสภาพที่ยังเอาออกไม่หมด ฉันงงและโมโหมาก เลยติดต่อโรงพยาบาลก่อนหน้าเพื่ออธิบายสถานการณ์ ค้นในอินเทอร์เน็ตจนเจอว่าหมอที่ลาออกไปอยู่ที่ไหน จองคิวที่โรงพยาบาลนั้น แล้วบอกว่าเป็นคนที่เคยผ่าตัดตอนหมอยังสังกัดโรงพยาบาลอื่น ไม่กี่นาทีต่อมา เขาบอกว่าถ้ามาเพื่อติดตามอาการจากการผ่าตัดที่ทำตอนหมอสังกัดโรงพยาบาลอื่น จะไม่สามารถต่อสายให้ผู้อำนวยการได้ เขาบอกว่าตอนนี้หมอไม่ได้สังกัดโรงพยาบาลนั้น แต่สังกัดโรงพยาบาลนี้ พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ และเพราะเป็นการผ่าตัดที่ทำตอนหมอสังกัดโรงพยาบาลนั้น ให้ไปคุยกับโรงพยาบาลนั้นเอง ฉันคุยโทรศัพท์กับหัวหน้าที่ปรึกษาอีกคนของโรงพยาบาลก่อนหน้าและระบายให้ฟัง วันต่อมา คุยกับผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายหนึ่งชั่วโมง เขาบอกว่าถึงจะไปถึงขั้นฟ้องร้อง โอกาสชนะคดีก็ต่ำ ค่าแต่งตั้งทนายก็แพง และใช้เวลานาน จึงจะบอกวิธีที่อาจได้รับเงินคืนในระดับหนึ่งและช่วยดำเนินการให้ ตอนแรกแค่อยากรู้ข้อเท็จจริง และถ้ายอมรับก็ต้องการคำขอโทษ แต่เปลี่ยนใจแล้ว ตอนนี้กำลังเตรียมเอกสารเพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับหมอคนนั้น หรือเรียกร้องค่าเสียหาย สรุปคือ เพราะหมอคนนั้น กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาคที่เอาออกไม่หมดทำให้จมูกมีปัญหา และฉันจำใจต้องผ่าตัดแก้ ตอนนี้ผลลัพธ์การลดรูจมูกที่อยากได้มากนั้นดี แต่หมอคนก่อนตั้งแต่ก่อนผ่าตัดจนถึงก่อนลาออก ไม่เคยพูดถึงกระดูกอ่อนซี่โครงบริจาคเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะหมอเถื่อนคนนั้น ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดแก้ ค่าใช้จ่ายและเวลาที่เสียไปเพื่อพยายามทำให้จมูกกลับไปใกล้เคียงเดิมที่สุด รวมกับค่าแก้ครั้งนี้อย่างเดียวก็เท่าราคารถหนึ่งคัน และหลังศัลยกรรมมุมปาก ตลอด 1 ปีไม่มีการพูดถึงการรักษาแผลเป็น ทำให้พลาดช่วงเวลารักษาและรักษาไม่ได้ ไม่ใช่แค่รอยเย็บธรรมดา แต่เกิดแผลเป็นบุ๋มที่มุมปากทั้งสองข้าง ไปรักษาด้วยเลเซอร์และฉีดยาที่โรงพยาบาลอื่นแล้ว แต่ไม่ดีขึ้นเลย สีผิวคล้ำจากเม็ดสียิ่งรุนแรงขึ้น และไม่เห็นวี่แววว่าจะดีขึ้นแม้แต่นิดเดียว เขาบอกว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นร่องมุมปาก แต่ไร้สาระ ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ร่องมุมปาก แม่งเอ๊ย จริงๆ โมโหมากจริงๆ แค่เงินที่ใช้ไปตอนหมอคนนั้นสังกัดโรงพยาบาลก่อนหน้าก็เกินสิบล้านวอนแล้ว แทบไม่มีการผ่าตัดหรือหัตถการไหนที่หมอคนนั้นทำแล้วถูกใจเลย เสียดายมาก อยากได้คืนทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้หวังถึงขนาดนั้น ยิ่งโมโหที่หัวหน้าที่ปรึกษากับผู้อำนวยการลาออกเหมือนหนีไป แล้วให้คนอื่นต้องมาจัดการผลที่ตามมา สงสัยจริงๆ ว่าคนแบบนั้นกลายเป็นแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งได้อย่างไร ยิ่งคิดก็ยิ่งแบบ อ่า..............
ถูกใจ 15