ตอนเริ่มแรกคือที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด เพราะเปลี่ยนที่อยู่อาศัย เลยต้องย้ายโรงพยาบาลหนึ่งครั้ง ตอนนี้การจัดฟันยังไม่ได้เสร็จทั้งหมด แต่เลยอยากเล่าสิ่งที่รู้สึกระหว่างการรักษาที่ผ่านมา
เหตุผลที่จัดฟันคือฟันบนยื่นและภาวะสบฟันผิดปกติ Class II มีทั้งเหตุผลด้านการสบฟันและความสวยงาม อาจารย์แพทย์ผู้ดูแลที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดที่เริ่มแรก เป็นคนที่รักษาแบบอนุรักษ์ให้มากที่สุด จึงบอกว่าขากรรไกรบนต้องถอนฟันกรามน้อย ส่วนขากรรไกรล่างไม่จำเป็นต้องถอนฟันกรามน้อย (แม้อยู่ในกรณีก้ำกึ่ง) เลยถอนแค่ฟันกรามน้อยบนสองซี่กับฟันคุดสี่ซี่ แล้วเริ่มจัดฟัน แต่ปรากฏว่า ฟันล่างไม่มีพื้นที่จึงถอยกลับเข้าไปไม่ได้ ฟันบนก็เลยติดกับฟันล่าง ทำให้ปริมาณการเคลื่อนถอยหลังมีข้อจำกัด ฟันเรียงตัวตรงสวยขึ้นก็จริง แต่ก็ยังยื่นออกมาอยู่ และกลายเป็นสถานการณ์ที่ดูแย่ลงกว่าเดิม... ตอนนั้นฉันย้ายมาโซล เลยได้เปลี่ยนคลินิกทันตกรรม ที่คลินิกใหม่เขาบอกทันทีว่า ถ้าอยากสวยขึ้น ต้องถอนฟันกรามน้อยล่างอีกสองซี่ด้วย ฉันไม่ค่อยกลัวการทำฟันเท่าไร ก็เลยบอกว่าทำแบบนั้นได้เลย แน่นอนว่าแนวคิดของโรงพยาบาลต่างกันมาก ที่นี่ให้ความสำคัญกับความสวยงามมากกว่า และการรักษาก็ค่อนข้างเชิงรุก เช่น ปักสกรูหลายตัว แต่ตอนนี้ก็ได้ยินคนพูดเยอะว่าดูสวยขึ้นมาก.. ทั้งที่ยังไม่ได้ถอดเครื่องมือจัดฟันด้วยซ้ำ ระยะเวลารักษาโดยรวมก็เพิ่มขึ้น และเสียเงินมากขึ้นด้วย แต่ไม่เสียใจที่ย้ายคลินิกทันตกรรม ฉันคิดว่าแต่ละคนควรรู้ให้ชัดว่าตัวเองต้องการอะไร แล้วหาคลินิกที่เหมาะกับตัวเอง
แต่ระหว่างจัดฟัน ถ้าแปรงฟันละเลยไปนิดเดียว เหงือกจะแย่ลงมาก คงต้องดูแลให้ขยันมากๆ
จบ