เริ่มจัดปี 2013 และเสร็จปี 2018 ค่ะ อย่างแรกคือฟันหน้าสองซี่ของฉันยื่นออกมามาก และตัวกระดูกเหงือกเองก็ยื่นออกมาด้วย เลยคิดว่าถึงจัดฟันไปก็คงไม่ยุบเข้าไปเท่าไหร่ จึงไม่ได้ทำจนโตเป็นผู้ใหญ่
แต่การสบฟันผิดปกติรุนแรงขึ้น จนข้อต่อขากรรไกรด้านขวาหลุด ต่อมาข้อต่อขากรรไกรด้านซ้ายก็เหมือนจะหลุดด้วย เลยไปหาหมอฟัน แล้วได้รับคำแนะนำให้จัดฟัน ฉันไม่คิดว่าจะเปลี่ยนแบบชัดเจนมาก จึงลังเลอยู่นาน แต่ผลลัพธ์คือพอใจมากทั้งด้านความสวยงามและการใช้งานค่ะ ถอนฟันไป 4 ซี่ เพราะฟันฉันค่อนข้างใหญ่และแข็งแรงมาก
อย่างแรกคือปากปิดได้ค่ะ! เวลานั่งเหม่อๆ บนรถไฟใต้ดิน ปากจะอ้าตลอด ตอนนอนก็อ้าปาก.. สรุปคือปากอ้าและฟันยื่นออกมา แต่ตอนนี้ไม่ต้องเกร็งปากก็ปิดปากได้แล้ว คนที่มีปากยื่นน่าจะเข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร..
และหลังจัดฟัน รูปปากสวยขึ้นจริงๆ ภาพรวมใบหน้าก็ดู refined ขึ้น เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานจะบอกว่าเหมือนสวยขึ้นตรงไหนสักอย่าง แต่บอกชัดๆ ไม่ได้ว่าอะไร พอบอกว่าจัดฟันมาก็จะประมาณว่า อ๋อ~ ที่ผ่านมาเพราะฉันปากหนา เลยซ่อนฟันได้ค่อนข้างดีㅋㅋ เฮ้อ.. แล้วริมฝีปากก็เคยเหมือนพลิกออกด้านนอกนิดๆ? อันนั้นก็ลดลงด้วยค่ะ คนที่กังวลเรื่องปากบางอาจต้องคิดดูหน่อย ฉันปากหนามากอยู่แล้ว.. ต่อให้ปากที่เคยพลิกออกกลับเข้าไปแล้ว ริมฝีปากก็ยังค่อนข้างหนาอยู่ดี
แล้วก็ข้อเสีย.. ไขมันแก้มลดฮวบ และแก้มตอบฮวบค่ะ บริเวณโหนกแก้มหน้าหูยุบเข้าไป ฉันมีเนื้อหน้ามากเหมือนหน้าบวม เลยดีใจที่มันลดลง แต่ยิ่งอายุมากขึ้น เนื้อหน้าก็หายไปด้วยความเร็วที่น่ากลัว โชคดีที่รูปหน้าฉันใหญ่ กลม และกว้าง ไม่อย่างนั้นตอนนี้อาจจะเสียใจไปบ้างแล้ว เพราะเนื้อเยอะมาก พอแก้มลดลงเลยรู้สึกเหมือนโดนฉีดปรับรูปหน้าเท่าที่มีทั้งหมด ตา จมูก ปากดูชัดขึ้นนิดหน่อย แต่แม้แต่ฉันที่ไม่เคยกังวลเรื่องแก้ม ก็ยังกลัวเพราะพอเริ่มวัย 30 แก้มลดลงอย่างเห็นได้ชัด..
อีกอย่าง การจัดฟันคือต้องทำไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ถอดเครื่องมือแล้วจบ ต้องใส่รีเทนเนอร์ก่อนนอน ถ้าไม่ใส่สักไม่กี่วัน ฟันจะขยับอย่างกับมีเวทมนตร์ พอกลับมาใส่รีเทนเนอร์หลังไม่ได้ใส่นานๆ จะรู้สึกแน่นมาก โดยเฉพาะกรณีของฉัน ข้อต่อขากรรไกรจะเริ่มปวดทีละน้อย รีเทนเนอร์ชิ้นหนึ่ง 200,000 วอน บนล่าง 400,000 วอน แต่ฉันทำหายบ่อยมาก.. แต่โชคดี? ที่หาเจออีกครั้ง ระหว่างตามหาก็ไปคุ้ยถังขยะร้านอาหารมาหลายที่เลย...
อ้อ กรณีของฉันมีภาวะกระดูกเหงือกงอกเพิ่มด้วยค่ะ บริเวณเหงือกบนฝั่งรากฟัน กระดูกเบ้าฟันยื่นออกมาด้านนอก แฟนเก่าถามตอนฉันยิ้มว่าสิ่งนั้นบนเหงือกคืออะไร นั่นก็เป็นฟันด้วยหรือเปล่า ฉันช็อกเลยจองผ่าตัดเอาออก
การผ่าตัดเจ็บนิดหน่อยแต่เป็นการผ่าตัดที่ง่ายมาก.. ถึงขั้นจองคิวแล้ว แต่พอค้นดู เห็นว่ามีบางกรณีที่ภายหลังกระดูกรองรับฟันไม่พอจนต้องปลูกถ่ายกระดูก ฉันเลยคิดว่าแก่แล้วค่อยเหลาเอามาใช้ㅋㅋㅋㅋ แล้วก็ยกเลิกคิวไป...
การจัดฟันของฉันช้ามากค่ะ!! ฟันก็ใหญ่และไม่ค่อยขยับ เลยช้า แต่แทนที่จะเจ็บมากก็ไม่ได้เจ็บมากค่ะ ดังนั้นฉันเลยเคี้ยว กัด ชิม และสนุกกับอาหารได้หมด... โชคดีที่อาจเพราะขูดหินปูนเดือนละครั้ง เลยไม่มีฟันผุด้วย แต่เหงือกอ่อนแอ ทุกครั้งที่ขูดหินปูนคือเลือดท่วมเลยค่ะ
แต่ช่วงนี้แก้มไม่ใช่แค่ลดแล้ว เริ่มหย่อนด้วย เลยกังวลนิดหน่อย.. ถึงอย่างนั้นถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็ยังอยากทำค่ะ อย่างแรกคือถ่ายรูปตอนยิ้มได้ ไม่ต้องปิดปาก ปากปิดได้ ภาพรวมใบหน้าดูดีขึ้น
แนวกรามไม่ได้เปลี่ยนค่ะ เพราะกระดูกเหงือกกับกระดูกขากรรไกรเป็นคนละส่วนกัน แค่พอเนื้อหน้าลดลงนิดหน่อย แนวกรามก็ดูเป็นระเบียบขึ้น
จัดฟันเซรามิก 4 ล้านวอน และจ่ายค่ารักษาเดือนละ 50,000 วอนค่ะ ใช้เงินก้อนใหญ่ แต่ไม่เสียใจ และแค่ข้อต่อขากรรไกรดีขึ้นก็พอใจแล้ว! คลินิกทันตกรรมที่ฉันไปจะเปลี่ยนผู้อำนวยการและคุณหมอผู้รับผิดชอบทุก 5 ปี แต่ฉันโชคดี? ที่ได้รักษากับคุณหมอคนเดียว 4 ปี ถ้าเปลี่ยนใน 2 ปีคงน่าหงุดหงิดค่ะ
แต่เพราะโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลทันตกรรมรวม ถ้าเหงือกไม่ดี ก็มีคุณหมอเฉพาะทางเหงือกดูให้ทันที ถ้ามีฟันผุก็มีคุณหมอเฉพาะทางดูให้ อันนี้ดีมากค่ะ
รู้สึกว่าภายหลังคงต้องมีปัญหาเหงือกหรือเส้นประสาทแน่ๆ เลยตั้งใจจะทำประกันทันตกรรมแบบแพงๆ ค่ะ!
เขียนแบบไม่ค่อยเป็นระเบียบ แต่หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ