ผ่านมา 10 เดือนหลังจากรับการฟื้นฟูหัวตา ชีวิตตกลงสู่นรก ตอนปรึกษาก่อนผ่าตัด เขารับประกันว่าเป็นการฟื้นฟูเล็กน้อยและปริมาณที่ฟื้นฟูน้อย จึงแทบจะไม่มีแผลเป็น ฉันเลยเลือกที่นี่ ผลคือเกิดแผลเป็นบุ๋ม แผลเป็นขาว และแผลเป็นนูนที่ตาทั้งสองข้าง และด้านในยังเกิดพังผืดผิวหนังเป็นรูปเหมือนรอยเล็บ เรื่องรูปทรง ข้างหนึ่งเกิดการผิดรูปเล็กๆ เป็นรูปตัว ㄷ ส่วนอีกข้างไม่ผิดรูป แต่เต็มไปด้วยแผลเป็นขาว
ตาเดิมแม้จะดูคมเพราะการเปิดหัวตา แต่เป็นตาที่ไม่มีแผลเป็นเลยสักนิด พอได้แผลเป็นแบบนี้มา ฉันก็เกิดโรคแพนิคจนหายใจให้ปกติยังไม่ได้
แผลเป็นรุนแรงกว่ารูปทรงมากเกินไป จนทุกวันเอาแต่มองกระจกและเป็นซึมเศร้า โรงพยาบาลบอกให้ลองรักษาด้วยการฉีดฟื้นฟู (PDRN salmon injection) ฉันฉีดไป 3 ครั้ง แต่ไม่มีผลเลย หลังจากไปปรึกษาโรงพยาบาลฟื้นฟูที่อื่นและคลินิกผิวหนังมา เขาบอกว่าถ้าแผลเป็นบุ๋มดีขึ้นด้วยการฉีดนั้นก็คงเป็นปาฏิหาริย์ สรุปคือไม่มีความหมาย
พอขอแก้หลังผ่าตัด ครั้งแรกปฏิเสธ ครั้งที่สองบอกว่าอาจลองทำ zero restoration ได้ พอไปครั้งที่สามและบอกว่าจะรับการแก้หลังผ่าตัด ก็เปลี่ยนคำพูดแล้วปฏิเสธ แพทย์บอกว่าถ้าแก้หลังผ่าตัด อาจแย่กว่าแผลเป็นตอนนี้ แต่ยังจะทำไหม ฉันสิ้นหวังมากเลยบอกว่าถึงอย่างนั้นก็จะลองรับดู แล้วก็ถูกปฏิเสธอีก (แล้วถามทำไม?)
แพทย์เดินออกไปกลางคันระหว่างการปรึกษา และต่อจากนี้การปรึกษาแบบพบหน้าไม่ได้เพราะแพทย์ปฏิเสธ ทำได้แค่ปรึกษากับผู้จัดการให้คำปรึกษา เขาบอกว่าหากสงสัยความเห็นทางการแพทย์เท่านั้น แพทย์จะตอบออนไลน์ให้
นอกจากนี้ ผู้จัดการให้คำปรึกษายังโกหกไม่จบสิ้น ทำให้ฉันทุกข์ใจอยู่หลายเดือน บอกว่าคิวปรึกษาเต็ม จึงนัดให้ได้แค่ก่อนเริ่มเวลาทำการหรือช่วงเวลาปิด แต่พอฉันใช้ชื่อเพื่อนสอบถามจองคิว กลับตอบมาว่าเวลาปรึกษาว่างเยอะ เวลาไหนก็ได้ ฉันลางานไปตามเวลาที่โรงพยาบาลบอกว่าว่าง พอไปถึง คนที่เคยบอกว่าแน่นมากกลับไม่มีสักคน เขาเคลียร์ไว้หมด
การแก้หลังผ่าตัดมีไว้ทำไม? การแก้หลังผ่าตัดที่ถ้าแพทย์ปฏิเสธก็จบ ฉันก็เป็นลูกค้าที่จ่ายเงินผ่าตัดที่นี่เหมือนกัน การปฏิเสธให้คำปรึกษา ปฏิเสธการรักษา มันสมเหตุสมผลไหม?
เขาสนใจแต่การตลาดบน YouTube บล็อก และแอปศัลยกรรม ส่วนความรับผิดชอบและการดูแลหลังผ่าตัดตกเป็นภาระของคนไข้ทั้งหมด (จริงๆ ตอนคุยโทรศัพท์กับผู้จัดการให้คำปรึกษา เขาบอกว่าแผลเป็นที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความรับผิดชอบของพวกเขา^^)