ฉันทำศัลยกรรมครั้งแรกเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วค่ะ! จนอายุเข้าช่วงกลาง 20 ฉันก็ไม่ได้ไม่พอใจหน้าตาตัวเองอะไรมาก เลยไม่เคยไปแม้แต่คลินิกผิวหนัง ไม่ต้องพูดถึงคลินิกศัลยกรรมเลย แต่หนังหน้าผาก? ควรเรียกแบบนั้นไหม.. พอหน้าผากค่อย ๆ ตกลง เวลาแต่งหน้า เส้นตาสองชั้นก็พับเป็นเส้นเอาต์ไลน์ใหญ่มาก.. แล้วภาพลักษณ์ก็ดูเข้มและดูต่างชาติมากขึ้นㅋㅋㅋㅋ เปลือกตาก็ค่อย ๆ ตกลงด้วย พอเริ่มใช้หน้าผากลืมตา สีหน้าก็ดูไม่เป็นธรรมชาติและรู้สึกไม่สบาย เลยตัดสินใจทำตาสองชั้นค่ะㅎㅎ แต่ที่โรงพยาบาลบอกว่าระยะระหว่างตากับคิ้วแคบ เลยแนะนำยกหน้าผากมากกว่า พอได้ยินเรื่องยกกระชับแบบกะทันหันก็กลัวㅜㅠ เลยทำแค่ตาสองชั้น+เปิดหัวตาค่ะ ช่วงแรกบวมและช้ำหนักมาก แต่ฉันเป็นคนผิวฟื้นตัวดีมาก และรอยช้ำก็จางเร็ว เลยไม่มีปัญหาใหญ่เรื่องการฟื้นตัว แต่..ไม่รู้ว่าเพราะผิวฟื้นตัวดีเกินไป หรือคุณหมอไม่อยากทำมากเกินไป รอยพับมองโกลㅠㅜㅜㅠเลยไม่คลายออก เส้นตาสองชั้นได้เป็นอินไลน์อย่างเป็นธรรมชาติตามที่ต้องการ+เพราะภาพลักษณ์ที่ดูต่างชาติ คนที่เจอครั้งแรกไม่มีใครรู้เลยว่าฉันทำศัลยกรรมㅋㅋㅋㅋㅋㅋ แม้แต่คุณยายฉันก็ไม่รู้.. ถ้าชั่งข้อดีข้อเสีย อืม.. ใบหน้าที่เคยดูไม่ชัดนิด ๆ กลับดูคมชัดขึ้นมากค่ะ! คนบอกว่าสวยกว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับที่กังวลว่าเพราะระยะระหว่างคิ้วกับตาแคบ ตาก็โตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติด้วยㅎㅎ แต่งหน้าก็สนุกขึ้น (อันนี้ใหญ่สุดค่ะ) สิ่งที่รู้สึกเสียดายคือภาพลักษณ์.. บางครั้งได้ยินคนบอกว่าไม่ใช่แค่ดูต่างชาติ แต่ดูออกแนวฟิลิปปินส์นิด ๆㅋㅋㅋㅋㅋㅋ ฉันเองก็รู้สึกแบบนั้นบางครั้งㅠㅜ ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดคือเริ่มอยากทำอะไรกับหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ..? ถ้าเดิมทีไม่ได้แตะอะไรเลย (ถึงสักวันก็คงทำอยู่ดีㅠㅜ) ฉันคงใช้ชีวิตโดยไม่สนใจคลินิกศัลยกรรมไปตลอดชีวิต พอเวลาว่างก็เข้าแอปศัลยกรรมไปหาโน่นหานี่จนเป็นกิจวัตร เลยกลายเป็นว่าฉีดฟิลเลอร์นิด ๆ หน่อย ๆ ฉีดลดกรอบหน้าด้วยㅋㅋㅋㅋ นัดโรงพยาบาลไว้วันพฤหัสนี้แล้วรู้สึกเหมือนโดนความจริงกระแทก เลยมาเขียนโพสต์นี้ค่ะ.. ไม่ว่าคนรอบข้างจะบอกว่าโอเคแค่ไหน ความอยากนี่เหมือนไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆㅠㅜ แต่ฉันจะไม่แตะจมูกกับกระดูกค่ะ สัญญากับตัวเองไว้แล้ว! วันพฤหัสไปปรึกษาทำทั้งหน้าและ dual canthoplasty แล้วจะมาโพสต์นะคะㅎㅎ บ๊ายบาย!
ถูกใจ 2