ถ้าจองในวันนั้นเลย เขาเสนอราคาถูกลงเกือบ 5-6 แสนวอน ฉันคิดว่ายังไงการทำตาสองชั้นก็แล้วแต่เคสและเหมือนต้องอาศัยดวง เลยจองไปเลย ตอนนี้ผ่าตัดมาได้ประมาณ 3 เดือนแล้วค่ะ จริงๆ น่าจะทำแบบกรีดบางส่วนตามที่เขาแนะนำ แต่ฉันทำแบบเย็บยึดธรรมชาติ เลยรู้สึกเสียดายนิดหน่อยเพราะชั้นตาไม่ได้ต่างจากเดิมมากนัก แต่โดยรวมก็พอใจค่ะ การเปิดหัวตาบนไม่ได้คิดไว้เลย แต่เขาบอกว่าถ้าจะทำทรงอินเซมิเอาต์ต้องทำ ก็เลยทำค่ะ อืม แผลเป็นไม่ได้หนัก และหลังฉีดยาลดแผลเป็นกับทาขี้ผึ้งก็จางลงไปมาก อ่านรีวิวที่พังแล้วกังวลมาก แต่สำหรับฉัน นอกจากเสียดายที่ไม่ได้ทำแบบกรีดบางส่วน ก็ไม่ได้ไม่พอใจอะไรเป็นพิเศษค่ะ อ้อ แต่ก่อนยุบบวม ส่วนที่เปิดหัวตาบนไม่ได้ดูเป็นอินเซมิเอาต์ และเหมือนม้วนเข้าไปด้านในนิดๆ คล้ายอินเอาต์ แถมดูไม่เท่ากัน เลยติดต่อหัวหน้าที่ปรึกษาไป แต่ก็เหมือนทุกโรงพยาบาล รู้สึกเหมือนเขาบอกแค่ว่ายังเช็กได้ยากเพราะยังบวมอยู่, เขาแนะนำกรีดบางส่วนแล้วแต่คนไข้เลือกเย็บยึดธรรมชาติเอง เป็นความผิดของคนไข้~~ อะไรแบบนั้น ฉันเลยคิดว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ และรู้สึกท้อ แต่โชคดีเกินคาด พอบวมยุบหมดแล้วก็ออกมาเป็นอินเซมิเอาต์สวยดีค่ะ ความไม่เท่ากันตรงหัวตากลายเป็นไม่เท่ากันแบบเล็กมากจริงๆ คิดว่าคงไม่มีทางมีตาที่สมมาตรสมบูรณ์แบบได้ เลยพอใจและใช้ชีวิตไปค่ะ แต่ก็รู้สึกถึงข้อจำกัดของการเย็บยึดธรรมชาติเยอะอยู่,, มีโอกาสสูงมากที่ประมาณ 3 ปีต่อมา ฉันจะอยากยกชั้นตาให้สูงขึ้นแล้วไปผ่าตัดแก้อีก ตอนนั้นก็คงจะลองพิจารณากรีดบางส่วนที่นี่เหมือนกันค่ะ เซนส์ความงามของคุณหมอไม่แย่ และพนักงานห้องผ่าตัดก็ใจดีมากจริงๆ! แต่ว่า,, ถึงตอนนี้ฉันจะโอเค แต่ถ้าเกิดผ่าตัดผิดพลาดหรือชั้นตาหลุดขึ้นมา ฉันไม่คิดว่าเขาจะรับเรื่องร้องเรียนได้ดีนัก เลยคงต้องพิจารณาอีกทีค่ะ (แต่แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับโรงพยาบาลใหญ่แล้ว ถ้าดูหลายๆ อย่าง ที่นี่ดีกว่ามาก..;;)
ตาสองชั้นนี่แล้วแต่เคสจริงๆ เพราะฉะนั้นเลือกให้ดีนะคะ~~~~~~! (ฉันไม่ได้ไปเพราะเห็นราคาโฆษณา เลยเขียนไว้ว่า 0 วอน และที่เขียนเป็นค่าผ่าตัดคือยอดชำระสุดท้ายค่ะ!)