แม้แต่แม่สามีก็เห็นจมูกฉันแล้วพูดตลอดว่าจมูกสวย.. เฮ้อ..ฉันนี่นะ!
อดีตอันไม่รู้เรื่องของฉัน ที่ตัดสินใจหลังปรึกษาโรงพยาบาล 3 แห่ง! ฉันแค่มีความสูงตรงหว่างคิ้วน้อยไปนิดเดียว จำได้ว่ามีผู้อำนวยการแพทย์ท่านหนึ่ง น่าจะอยู่แถวสถานีซินซา ดูเป็นคนดี บอกห้ามไม่ให้ทำ.. แล้วก็แนะนำว่าลองฉีดฟิลเลอร์ดูก่อนไหม พร้อมฉีดน้ำเกลือเข้าที่สันจมูกให้ แต่ฉันนึกชื่อโรงพยาบาลนั้นไม่ออกเลยㅠ ถ้าตอนนั้นฉันฟังคำพูดของผู้อำนวยการแพทย์ท่านนั้น ก็คงไม่ต้องมาค้นหาโรงพยาบาลถอดออกที่นี่... เพราะการตัดสินใจผิดพลาดในตอนนั้นจริง ๆ ถึงต้องมาลำบากแบบนี้..
โรงพยาบาลที่ไปเป็นแห่งที่สอง ฉันจำไม่ได้ค่ะ
แห่งที่สามคือที่นี่ เป็นผู้ดูแลคาเฟ่ที่ทำตัวเป็นนายหน้าชัด ๆ ติดต่อมาทางข้อความส่วนตัว ฉันเลยผลีผลามไปปรึกษา.. จุดเริ่มต้นของความโชคร้าย! นายหน้าควรหมดไปจริง ๆ! ราคามีความน่าสนใจ และเพราะเขาบอกว่าถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจะรับผิดชอบจนถึงที่สุด ฉันเลยเชื่อใจฝากจมูกไว้.. ง่ายจริง ๆ นะคะ ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินจากหมอคนนี้ว่าจมูกฉันมีฮัมพ์นิดหน่อย เขายังบอกว่าสันจมูกกว้าง เลยแนะนำให้ตัดกระดูก และต้องเกลาฮัมพ์เล็กน้อยด้วย จึงจะได้ไลน์จมูกที่สวย จมูกที่เดิมแค่หว่างคิ้วขาดไปนิดเดียว กลายเป็นจมูกขี้เหร่ที่มีปัญหาเยอะ และฉันก็รับเอาการผ่าตัดทั้งหมดที่เขาแนะนำไว้หมด วันผ่าตัด ไม่รู้ว่าเป็นผู้จัดการหรือใคร แนะนำให้ทำศัลยกรรมเสริมบริเวณร่องแก้มด้วย บอกว่าทำด้วยกันแล้วจะดูเด็กลงมาก และการผ่าตัดก็ง่าย หลายคนทำพร้อมกับจมูก ฉันเลยทำไปด้วยㅠ อยากย้อนกลับไปจริง ๆ ค่ะㅡㅡ ฉันหลงเชื่อกลยุทธ์ขายของโง่ ๆ นั่นทั้งหมด เลยต้องมาลำบากแบบนี้.. หลังผ่าตัดเสร็จ ความเจ็บเป็นความเจ็บที่ฉันไม่เคยสัมผัสมาก่อน.. แล้วตอนเอาเทปที่จมูกออกและล้างหน้าเป็นครั้งแรก ฉันก็รู้เลย ความแข็งนั้น.. ซิลิโคนก็เอียงไปข้างหนึ่งเล็กน้อย และส่วนเสริมร่องแก้มข้างหนึ่งไม่ได้อยู่ตรงตำแหน่งร่องแก้ม ปัญหาใหญ่ที่สุดคือหลังผ่าตัดจมูก ฉันมีอาการคัดจมูกที่ไม่เคยมีมาก่อนㅠ พอบอกหมอ ฉันจำได้ว่าเขาหัวเราะเยาะแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้ เขาไม่คิดจะตรวจเลย เอาแต่ยืนยันเหมือนคำพูดของตัวเองถูกทั้งหมด และก็ยังไม่เปลี่ยนจริง ๆ รู้สึกเหมือนคุยกับกำแพงㅡㅡ ความเสียใจว่าเราทำเรื่องบ้า ๆ ลงไปแล้ว... แม้แต่ตอนเจอครอบครัวฝั่งบ้านฉันและเพื่อน ๆ หลังจากไม่ได้เจอกันนาน ก็ไม่มีใครรู้ว่าฉันทำจมูกมา หมายความว่าก่อนกับหลังผ่าตัดไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก ทั้งที่ใส่อะไรต่อมิอะไรเข้าไปแล้วผ่าตัด.. ยกตัวอย่าง คนรู้จักของพี่สาวฉันเห็นฉันครั้งแรกแล้วถามพี่สาวว่า น้องสาวทำจมูกมาเหรอ? พี่สาวบอกว่าเปล่า จมูกน้องฉันเป็นจมูกของตัวเอง แล้วหัวเราะ ก่อนจะมาเล่าว่ารู้สึกเหลือเชื่อมาก ทั้งขำทั้งเศร้าㅡㅡ ถึงขนาดนั้น คนที่ไม่รู้จักฉันมองแล้วจะดูออกว่าทำจมูกมา แต่เพื่อนสนิทหรือครอบครัวไม่รู้เลย พอฉันบอก ทุกคนก็พูดกันคนละคำว่าฉันบ้าไปแล้ว ไม่เห็นเปลี่ยนอะไรเลย ฉันยังจำได้ㅠ
ตอนนั้นฉันอยากถอดออกทั้งหมด แต่หมอบอกว่าอีกไม่นานก็จะดีขึ้น รอดูไปก่อน ต่อให้ถอดออกก็กลับไปเป็นเหมือนก่อนผ่าตัดไม่ได้ ฉันสิ้นหวังเลยค่ะ.. นั่นเป็นเหตุผลใหญ่ที่สุด เหตุผลที่ฉันไม่ผ่าตัดอีก เพราะไม่สามารถฟื้นกลับไปเหมือนก่อนผ่าตัดได้ และเพราะฉันไม่อยากทำการผ่าตัดอันน่ากลัวนั้นอีกเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด! ไม่ใช่เพราะพอใจกับส่วนไหนสักส่วนแล้วเลยใช้ชีวิตไปแบบนั้นแน่นอนㅠ ฉันยอมแพ้และใช้ชีวิตโดยปรับตัวไปค่ะ
ปัญหาคือผ่านไปหลายปี ผลข้างเคียงก็เกิดขึ้น เรื่องนี้ยาวมาก ถ้าจะเล่าคงยาวค่ะㅜ ครั้งหน้าฉันจะเล่าเรื่องที่ได้เจอที่โรงพยาบาลที่ผ่าตัด หลังจากเกิดผลข้างเคียงแล้วไปหาเขา ขอเสริมว่า ถ้าโรงพยาบาลที่ผ่าตัดไม่ให้ดูเวชระเบียนของตัวเอง หรือไม่ให้ถ่ายรูป ได้ยินว่าสามารถเรียกตำรวจตรงนั้นได้เลยค่ะ~ *เรื่องนี้ถ้าสอบถามศูนย์สาธารณสุขในเขตนั้น จะได้รับความช่วยเหลืออย่างละเอียดได้ค่ะ
ถูกใจ 19