เดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะเขียน แต่ฉันก็ได้รับความช่วยเหลือจากชุมชนนี้เยอะมาก และอีกอย่างก็นอนไม่หลับ เลยคิดว่าจะลองเขียนรีวิวหลังถอดออกค่ะ
1. สาเหตุ ครั้งแรกที่เริ่มคิดว่าอยากถอดออก คือตอนที่ทำศัลยกรรมจมูกครบ 5 ปีพอดี เพราะตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่เริ่มมีความรู้สึกไม่สบายเกิดขึ้นค่ะ ตอนนั้นเวลานอนลงจะรู้สึกว่าจมูกหนัก หรือรู้สึกตึง ๆ และในชีวิตประจำวันก็มีความรู้สึกไม่สบายแบบนี้อยู่ด้วยค่ะ เพราะก่อนหน้านั้นเคยอ่านโพสต์ที่บอกว่าซิลิโคนอาจเกิดผลข้างเคียงได้ทุกเมื่อ เลยกังวลมากว่านี่อาจเป็นสัญญาณของผลข้างเคียงหรือเปล่า ด้วยความรีบ หลังจากเริ่มมีความรู้สึกผิดปกติประมาณหนึ่งเดือน ฉันจึงไปโรงพยาบาลเดิมที่เคยผ่าตัดค่ะ แต่เพราะปลายจมูกนิ่ม และภายนอกก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย จึงได้รับคำบอกว่าน่าจะไม่ใช่ผลข้างเคียง
หลังจากนั้นไม่กี่เดือน บริเวณสันจมูกมีน้ำขังเป็นครั้งแรกค่ะ ตอนนั้นฉันไม่ทันสังเกต และจำได้ว่าพี่สาวพูดว่าวันนี้สันจมูกดูสูงเป็นพิเศษ พอลองจับสันจมูกดูก็รู้สึกนุ่ม ๆ ยวบ ๆ ค่ะ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันก็ยุบลงทันที เลยไม่ได้ใส่ใจเป็นพิเศษและปล่อยผ่านไปค่ะ พอมองย้อนกลับไปภายหลัง จึงรู้ว่านั่นคือการมีน้ำขังค่ะ
ผลข้างเคียงแบบจริงจังเกิดขึ้นหลังจากนั้น 1 ปีค่ะ วันหนึ่งจมูกเริ่มบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนแรกคิดว่าเหมือนครั้งก่อน เดี๋ยวเวลาผ่านไปก็คงยุบเอง แต่ผ่านไปหลายวันก็ไม่ยุบลงเลย ฉันจึงกลับไปที่โรงพยาบาลเดิมที่ผ่าตัดอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลใช้เข็มฉีดยาดูดบริเวณที่บวมออกมา ผลคือเป็นแค่เลือดค่ะ คุณหมอบอกว่าถ้าเป็นการอักเสบจะออกมาเป็นสีขาว แต่เพราะเป็นเลือด ตอนนี้ก็ถือว่าโชคดี และให้รอดูว่าจะยุบลงไหมค่ะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ดีขึ้นเลย กลับยิ่งมีเลือดขังเร็วขึ้นเรื่อย ๆ พอดูดออกไปประมาณ 4-5 ครั้ง ฉันที่เครียดอย่างหนักจึงจองผ่าตัดถอดออกค่ะ
2. การผ่าตัด ฉันถอดกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกและซิลิโคนออกค่ะ (เป็นการถอดออกทั้งหมด) เอาแคปซูลออก และไม่ได้จัดวางกระดูกอ่อนใหม่ค่ะ ฉันไม่อยากแตะต้องจมูกอีกแล้ว และไม่อยากเหลืออะไรไว้เลย จึงทำแค่ถอดออกทั้งหมดอย่างเดียวค่ะ โชคดีที่หมอบอกว่าสภาพจมูกของฉันสะอาดค่ะ อีกอย่าง สุดท้ายก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเลือดขังขึ้นมาจากสาเหตุอะไรระหว่างผ่าตัด จากที่ฉันไปค้นดูหลายอย่างภายหลังและคาดเดาเอง ดูเหมือนว่าจะมีช่องว่างเกิดขึ้นระหว่างกระดูกจมูกกับซิลิโคนค่ะ เลือดน่าจะคอยเข้าไปขังในช่องว่างนั้นค่ะ ก่อนผ่าตัด ฉันไม่มีการรั้งหดหรือการอักเสบเลย และปลายจมูกอยู่ในสภาพนิ่มมากค่ะ เพราะอย่างนั้นจึงสามารถผ่าตัดเสร็จได้ค่อนข้างง่ายค่ะ
3. การฟื้นตัว ตอนแรกจมูกแข็งมาก และแม้แต่สั่งน้ำมูกก็ทำไม่ได้ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็กลับมานิ่มอีกครั้งค่ะ อาการเลือดขังก็หายไปแล้วค่ะ เรื่องจมูกเชิดขึ้นหรือการหดรั้ง ฉันไม่ค่อยแน่ใจค่ะ โดยเฉพาะฉันกังวลเรื่องจมูกเชิดจากการถอดกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษค่ะ อาจเป็นเพราะภายในจมูกอยู่ในสภาพค่อนข้างปกติหรือเปล่าไม่รู้ แต่การฟื้นตัวก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ดีค่ะ อย่างไรก็ตาม อาจเพราะบริเวณที่เคยกรีดถูกกรีดซ้ำอีกครั้ง รอยแผลตรงตำแหน่งกรีดน่าจะเหลือถาวรค่ะ ตอนผ่าตัดครั้งแรกแทบไม่เห็นรอยแผล แต่ครั้งนี้ฉันคิดว่าแม้เวลาจะผ่านไป ก็น่าจะเหลือค่อนข้างชัดอยู่ระดับหนึ่งค่ะ
4. สุดท้าย มีบางคนบอกว่าหลังถอดซิลิโคนออกแล้วรู้สึกสูญเสียมากค่ะ ฉันเองก็ดูรูปเก่า ๆ แล้วรู้สึกว่า ตอนนั้นไม่รู้ตัว แต่จมูกสูงนี่สวยจริง ๆ นะㅋㅋ เดิมทีฉันเป็นจมูกเตี้ย ปลายทู่และใหญ่กลม จึงแทบกลับไปเหมือนเดิมค่ะ แต่ฉันไม่อยากกลับไปก่อนผ่าตัดอย่างเด็ดขาดค่ะ ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าวัสดุเสริมจะต้องเกิดผลข้างเคียงแน่นอนหรือเปล่า แต่ถึงอย่างน้อย ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าคำพูดที่ว่า “ถ้าทำจมูกแล้วไม่มีผลข้างเคียงภายใน 1 ปี ก็จะเอาซิลิโคนไปจนถึงหลุมศพ” นั้นเป็นเรื่องไม่จริงค่ะ แม้ผลลัพธ์ช่วงแรกจะถูกกำหนดโดยฝีมือแพทย์ แต่ผลข้างเคียงสามารถเกิดขึ้นได้จากเหตุผลใดก็ได้ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไปชนอะไรเข้า โดนกระแทกโดยไม่ตั้งใจ เครียดหรือเหนื่อยจนภูมิคุ้มกันตก เป็นต้นค่ะ หลังจากรู้เรื่องนี้ ฉันก็เผชิญความเครียดอย่างรุนแรงค่ะ ส่วนหนึ่งก็เพราะนิสัยของฉันที่เป็นคนกังวลง่ายอยู่แล้ว ดังนั้นถึงใบหน้าจะไม่สวยเท่าเดิมเพราะผ่าตัดถอดออก แต่ฉันชอบตอนนี้มากกว่า เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องจมูกแล้ว เวลาไปคลินิกผิวหนัง ถึงจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลที่จับจมูกฉันค่อนข้างแรงไปหน่อย ก็ไม่ต้องเกร็ง..ㅋㅋ ตอนนี้ถึงจมูกจะแดงขึ้นนิดหน่อย หรือมีความรู้สึกผิดปกติ ก็ไม่ต้องเอาใจไปจดจ่อเกินจำเป็นแล้วค่ะ
ตั้งแต่เกิดมา ฉันเคยทำศัลยกรรมแค่จมูกค่ะ ทำศัลยกรรมจมูกและผ่าตัดถอดออก รวมทั้งหมดสองครั้ง จากประสบการณ์นี้ สิ่งที่ฉันรู้สึกคือความเป็นธรรมชาติดีที่สุดค่ะ อีกอย่าง ถ้าเมื่อก่อนฉันหมกมุ่น “แค่” เรื่องภายนอก ช่วงนี้มุมมองก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยค่ะ ฉันยังคงใส่ใจเรื่องภายนอกมากอยู่ แต่แม้จะลดน้ำหนัก ก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่หมกมุ่นแค่น้ำหนักและอดอาหารอย่างเดียว ตอนนี้เลือกออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ และกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพทุกมื้อ ถึงจะใช้เวลานานขึ้นก็ตามค่ะ อีกทั้งแทนที่จะรีบร้อนเปลี่ยนหน้าตาด้วยเมกอัพสีสัน ฉันหันมาใส่ใจกับการกินอาหารเสริม รับประทานคอลลาเจน และสร้างผิวที่สุขภาพดีมากขึ้นค่ะ แบบนี้เองที่ทำให้ฉันให้ความสำคัญกับการแข็งแรงทั้งภายในและภายนอก รวมถึงความสมดุลค่ะ อาจเป็นเพราะอย่างนั้น แม้ใบหน้าจะดูเชยขึ้น แต่จิตใจก็ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ ฉันยังได้ตระหนักด้วยว่าศัลยกรรมอาจช่วยเรื่องความมั่นใจในตัวเองหรือการเอาชนะปมด้อยได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเรื่องของทัศนคติค่ะ
5. ขอบคุณที่อ่านบทความยาว ๆ มาจนถึงตอนนี้ค่ะ ฉันผ่าตัดถอดออกได้เรียบร้อยดี แต่ไม่คิดว่าเพียงเพราะฉันออกมาดีแล้ว คนอื่นจะต้องออกมาดีอย่างแน่นอนค่ะ เพราะแต่ละคนมีระดับการจัดการตอนผ่าตัดจมูกและสภาพร่างกายต่างกันไปค่ะ อีกทั้งฉันยังเคยเห็นรีวิวบางส่วนที่หลังถอดออกแล้วกลับยิ่งจมอยู่กับความเศร้ามากขึ้น จึงยิ่งไม่สามารถแนะนำให้ผ่าตัดถอดออกอย่างรีบร้อนได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่คิดว่าแม้ใบหน้าจะดูแย่กว่าตอนทำจมูก แต่ก็ยังโอเคที่จะผ่าตัดถอดออก ฉันหวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ค่ะ
*ฉันไม่ค่อยได้เข้ามาในชุมชน อาจตอบกลับช้าหน่อยค่ะ แต่จะพยายามตอบให้มากที่สุดค่ะ
ถูกใจ 15