ในรูปก่อน-หลัง รูปแรกคือก่อนผ่าตัด แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ซิลิโคนตรงปลายจมูกเริ่มเห็นทะลุออกมา ปลายจมูกยุบลง.. หลังผ่าตัดครั้งแรกฉันใช้งานได้ดีตั้ง 8 ปี แต่ภาวะแทรกซ้อนนี่มาแบบไม่ส่งสัญญาณเลยและทรมานคนจริง ๆ อยู่ ๆ วันหนึ่งขึ้นลิฟต์แล้วมองกระจก เพราะแสงไฟทำให้เห็นซิลิโคนชัดมาก ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันกุมหน้าอกตัวเองแล้วลงจากลิฟต์
เอาเป็นว่า พอตั้งใจจะผ่าตัดแก้จมูกก็วิ่งหาข้อมูลหลายที่มากจนได้ผ่าตัดไปโดยลางาน ตอนนี้เป็นวันที่ 6 หลังผ่าตัดแล้ว วันเสาร์ที่โรงพยาบาลก็เพิ่งถอดเฝือกออกพอดี ตอนถอดเฝือกใหม่ ๆ ฉันมองเส้นจมูกตัวเองไม่ออก แล้วพอพยายามมอง มุมมันก็เพี้ยน เลยคิดว่าออกมาไม่ดีจนช็อกมาก อยากจะทรุดลงร้องไห้เลย แถมผิวบริเวณสันจมูกยังนูนขึ้นนิดหน่อยให้เข้ากับรูปซิลิโคนเดิม เลยยิ่งดูแปลกกว่าเดิม คุณหมอแปะเทปทับไว้แล้วบอกให้แปะต่อไปสักพัก ต้องกดไว้ด้วย ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความเข้าใจผิดค้างคาอยู่ตลอด เลยรู้สึกเหมือนโลกพัง แต่พอทีหลังเห็นรูปที่ถ่ายให้แล้วก็เข้าใจผิดหายไป ดีใจมาก.. สัปดาห์หน้าตอนจะไปตัดไหมกระดูกอ่อนหูต้องไปขอบคุณคุณหมอเสียหน่อย วันนี้รู้สึกละอายใจมาก ความหวังของฉันจริง ๆ คืออยากใช้มันไปอีกประมาณ 20 ปี แล้วค่อยผ่าตัดครั้งสุดท้ายตอนอายุสัก 40-50 ถ้าจะขอแบบโลภ ๆ คือถ้าไม่มีปัญหาใหญ่ก็อยากใช้ไปตลอดชีวิตเลย
สิ่งที่รู้สึกได้จากการผ่าตัดครั้งแรกและการผ่าตัดแก้คือ จมูกจริง ๆ แล้วดีที่สุดคืออย่าทำมากเกินไป อย่าฝืนเกินขีดจำกัด และแก้แบบพอดี ๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเปลี่ยนรูปทรงมากเกินไป แน่นอนว่าไม่ทำเลยคือดีที่สุด... ตอนนี้บริเวณแก้มรอบจมูกยังบวมอยู่ และจมูกยังรู้สึกตึงอยู่ เขาบอกว่าเป็นเพราะเอาพังผืดออกทำให้ผิวบางลง อ้อ ปลายจมูกก็เคยแดงด้วย แต่วันนี้พอถอดเฝือกแล้ว ตอนเย็นมองดูอีกทีก็หายไปแล้ว เฮ้อ... ทั้งอาทิตย์ฉันใช้ชีวิตแบบติดกระจกตลอดเวลาเลย... เฮ้อ... หวังว่าจะหายดีแบบนี้ไปเรื่อย ๆ นะ