ก่อน <ก่อนผ่าตัด> หลัง <ทันทีหลังผ่าตัด><วันที่ 1><วันที่ 2> รีวิวศัลยกรรมจมูกที่คลินิก ครบ 1 สัปดาห์
สวัสดีค่ะ ในที่สุดฉันก็เป็นคนที่ไปทำศัลยกรรมจมูกที่คลินิกมาเมื่อวันที่ 6/5 ก่อนผ่าตัด ตอนที่เดินหาข้อมูลและปรึกษาหลายที่ ฉันก็ได้ข้อมูลมากมายจากชุมชนนี้ และเพราะรู้สึกว่ารีวิวตรงๆ มีไม่ค่อยเยอะ ต่อไปเลยจะลงรีวิวเพื่อช่วยคนที่จะทำศัลยกรรมค่ะ
(รีวิวการไปปรึกษาหรือวิธีผ่าตัดต่างๆ อยู่ในโพสต์อื่นที่ฉันเขียนไว้ ลองไปดูได้นะคะ) ตอนเดินปรึกษารอบแรกก็ลังเล จนถึงตอนเดินปรึกษารอบสองก็ยังครึ่งเชื่อครึ่งสงสัยและคิดหนักกับที่นี่อยู่ตลอด แต่พอคิดดูดีๆ แล้ว คุณหมอที่คลินิกไม่ได้แนะนำการรักษาที่ไม่จำเป็น เคารพสิ่งที่คนไข้พูด และรับฟังดีที่สุด คนที่ที่อื่นซึ่งยืนกรานหนักมากว่า “อันนี้ต้องทำแบบนี้” “อันนั้นเป็นแบบนั้น” “ต้องทำอย่างนั้น” ไม่ใช่สไตล์ฉันเลย.. ผู้จัดการให้คำปรึกษาก็ทำให้รู้สึกสบายมาก และในการปรึกษาฉันสัมผัสได้ถึงความใส่ใจ เหมือนไม่ได้มองคนไข้เป็นแค่เงินค่ะ
หลังตัดสินใจผ่าตัด เพราะฉันจะทำปลูกถ่ายไขมันทั่วหน้าด้วย เขาบอกว่าจะช่วยสลายฟิลเลอร์ที่อยู่ตามจุดต่างๆ บนหน้าให้ทั้งหมด ฉันเลยไปปรึกษาอีกครั้ง ฉีดสลายฟิลเลอร์ แล้วจองคิวผ่าตัดกลับมา ในขั้นตอนการจองและตัดสินใจผ่าตัด ฉันโทรไปรบกวนวันละสิบสาย... แต่เขาก็ให้คำปรึกษาอย่างดีโดยไม่แสดงท่าทีรำคาญเลย ขอบคุณมากจริงๆ ㅜㅜ
วันผ่าตัด เปลี่ยนชุด ชำระเงิน เตรียมตัว ก่อนผ่าตัดก็สเกตช์บนใบหน้า จากนั้นเข้าห้องผ่าตัด ใส่สายน้ำเกลือ แล้วดมยาสลบทันที.. ฉันอยากเห็นหน้าคุณหมอก่อนแล้วค่อยหลับ แต่ไม่รู้เขารู้ได้ยังไงว่าคืนก่อนฉันตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เลยให้ฉันหลับลึกเร็วๆ เลยค่ะ ลืมตาขึ้นมาก็อยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว พอเขาบอกให้พักให้สบายก่อนค่อยกลับ ฉันก็ไม่ต้องเกรงใจใคร พักอย่างสบายมากแล้วค่อยออกมา เอกสารประกันแบบเบิกตามจริงก็เตรียมไว้ให้อย่างดีล่วงหน้าโดยที่ฉันไม่ต้องบอกค่ะ
หลังผ่าตัด จนถึงวันที่ 2 ที่เอาสำลีออก มันแค่อึดอัดมาก คุณภาพชีวิตลดลง.. ตอนนอนหายใจติดๆ ขัดๆ จนคิดประมาณห้าร้อยล้านครั้งว่า ถ้านอนแบบนี้ต่อไปคงตายแน่ๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หน้าบวมถึงขีดสุด และฉันกังวลเลยถามเรื่องบวมไป แม้คลินิกจะหยุด แต่เขาก็ไม่ลืมและตอบกลับมาอย่างดีค่ะ วันที่ไปเอาสำลีออก คนที่ใส่น้ำเกลือให้ตอนผ่าตัดเอาสำลีออกให้ทั้งหมดแบบไม่เจ็บเลย อธิบายหลายอย่างให้ด้วย แล้วก็ฉีดยาลดบวมให้ㅎㅎ ได้เจอคุณหมอ และคุณหมอบอกว่าการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ฉันเลยแซวว่า “สภาพแบบนี้รู้ได้ยังไงคะ?” เหมือนคุณหมอบอกว่า “ก็ผมเป็นคนผ่าตัดเอง เลยรู้หมดนั่นแหละ~”ㅋㅋㅋㅋ ทำไมถึงใจเย็นได้ขนาดนั้นนะ หลังจากนั้นไม่ว่าจะบวมยังไง ช้ำยังไง จมูกแสบ บวม ตัน หรือจมูกเชิด รูจมูกไม่เท่ากัน ดูไม่สมมาตรอะไรต่างๆ เพราะตอนนี้บวมยังยุบไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ ฉันเลยรู้สึกว่าถ้าตื่นตูมเกินไปคงดูมากไป ตอนนี้เลยเชื่อคุณหมออย่างเดียวและรออย่างสงบค่ะ ทุกครั้งที่ไปตรวจแล้วได้เจอคุณหมอ ถึงจะไม่ได้ส่งผลต่อผลลัพธ์การผ่าตัด แต่เหมือนช่วยให้จิตใจมั่นคงขึ้นมาก ฉันเลยชอบมากค่ะ
แบบนี้แหละ การผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกในชีวิตฉันจบลงอย่างปลอดภัย และกำลังพักฟื้นอยู่~ หลังผ่าตัด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ฉันไม่เคยคิดเลยแม้แต่นิดว่า “น่าจะไปทำที่อื่น” หรือ “ไม่น่าทำที่นี่เลย” อาจเป็นเพราะน้ำเสียงนุ่มๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของคุณหมอ และท่าทางที่สุขุม สงบ ผ่อนคลายของคุณหมอติดมาถึงฉันด้วย เวลาที่รอก็เลยรู้สึกสบายไปหมดㅋㅋㅋ
รูปก่อนหลังยังไม่ค่อยมีความต่าง แต่ลงไว้ให้ดูเป็นข้อมูลคร่าวๆ เผื่อคนที่อยากคาดการณ์อาการบวมหรือรอยช้ำหลังผ่าตัดนะคะ ก่อนผ่าตัด เนื่องจากฉีดฟิลเลอร์คางมากเกินไป ฟิลเลอร์จึงหย่อนลง หน้าผากมีรอยยุบเป็นบางส่วน และแก้มใต้โหนกแก้มไม่มีเนื้อ ทำให้รูปหน้าโดยรวมดูขรุขระไม่เรียบค่ะ
รูปหลังผ่าตัดเรียงตามลำดับคือ วันผ่าตัด-วันที่ 1-วันที่ 2 (เขาว่ากันว่าวันที่ 2, 3 จะเป็นช่วงที่บวมและช้ำมากที่สุด ส่วนตัวฉันเป็นคนช้ำง่ายมากอยู่แล้ว และมีการตัดกระดูกด้วย เลยยิ่งหนักกว่าเดิม!!) น้ำฟักทองหรือโจ๊กฟักทองไม่ได้กินแยกต่างหาก ยกเว้นวันแรก ที่เหลือกินอาหารปกติหมด.. เพราะความอยากอาหารแรงมาก.... เคล็ดลับที่ไม่เชิงเป็นเคล็ดลับตอนนอนในวันผ่าตัด คือคาบหลอดนอนไปเลยค่ะㅋㅋㅋㅋㅋ อย่างน้อยตอนนอนก็จะไม่เผลอปิดปากเองจนหายใจไม่ออกแล้วสะดุ้งตื่น หมอนรองคอก็ช่วยได้มากㅜㅜ ตอนนี้หลังเอาสำลีออกแล้ว ทรมานกว่าเดิมเพราะคัดจมูก.. ทั้งที่รู้ว่ามีขี้มูกก้อนใหญ่อยู่ข้างใน แต่ก็แกะออกไม่ได้ ความกังวลทางใจเลยใหญ่มาก.... ฉันนับถือทุกคนที่เคยทำศัลยกรรมจมูกเลยค่ะ.. คนที่จะทำก็สู้ๆ นะคะ.. วันที่ 12 ฉันจะไปถอดเฝือกจมูกค่ะ
ถูกใจ 12