เมื่อ 4 ปีก่อนฉันรีบไปดูดไขมันแขนค่ะ
เป็นโรงพยาบาลที่อัปกูจอง มีคุณหมอประจำคนเดียว (ผ่าตัดแค่วันละสองคน)
ก่อนผ่าตัด รอบแขนฉันเกือบ 42 ซม.;; เป็นแขนที่ใหญ่มาก
เลยผ่าตัดด้วยความคิดว่าแค่ให้ต้นแขนดูเหมือนแขนคนปกติก็พอแล้ว
แขนมีรอยแตกลายเยอะ และเดิมทีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อนิ่มเหมือนเต้าหู้
จำได้ว่าแขนกับเต้านมส่วนเกิน ได้ไขมันล้วนออกมาประมาณ 2400 หรือ 2700 นี่แหละ
พูดตรงๆ พอผ่าตัดเสร็จแล้วเห็นตัวเองใส่ชุดกระชับ
ฉันคิดจริงๆ ว่า อ๋อ นี่แหละเหตุผลที่คนยอมจ่ายเงิน
เพราะรู้สึกเหมือนแขนหายไปครึ่งหนึ่งเลยㅋㅋㅋ
จำได้ว่าหลังผ่าตัด รอบแขนอยู่ที่ 30-32 ซม. และตอนนี้ก็ยังไซซ์นั้นเหมือนเดิม
ข้อดีคือ ตอนนี้เสื้อผ้าสำเร็จรูปทั่วไปแทบทั้งหมดใส่ได้แล้ว
เมื่อก่อนทั้งแจ็กเก็ตทั้งเสื้อเบลาส์ใส่ไม่ได้เลยสักตัว
ตอนนี้ส่วนใหญ่ใส่พอดีค่ะ
ข้อไม่ดีคือความยืดหยุ่นของผิว
รอยแตกลายดูเด่นขึ้น และผิวเหี่ยวย่นเป็นคลื่นๆㅠㅠ
ดังนั้นตอนนี้ก็ยังใส่แขนสั้นไม่ได้.. แต่ส่วนตัวพอใจที่อย่างน้อยก็ใส่แขนยาวกับแขนสามส่วนได้เต็มที่
มีโรงพยาบาลอื่นหลายแห่งดูผลผ่าตัดแขนของฉัน (ตอนไปปรึกษาต้นขา ก็ถามด้วยว่าแขนจะดีขึ้นอีกได้ไหม)
ยกเว้นโรงพยาบาลหนึ่งแห่ง (เขาบอกว่าเพราะไม่ได้ดูดไขมันออกทั้งหมด เหลือไว้บางส่วน ถ้าผ่าตัดแก้กับเขาจะดูดออกให้หมดได้) ที่เหลือทุกคนบอกว่าเป็นส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ฉันเองก็ไม่คิดว่าถ้าวิธีผ่าตัดต่างออกไป ผลจะเปลี่ยนไปมากนัก เลยตั้งใจจะยอมรับและใช้ชีวิตกับมัน
แต่ครั้งนี้เรื่องต้นขา ฉันกำลังหาข้อมูลโรงพยาบาลอื่นอยู่
จริงๆ แล้วตอนหลังผ่าตัดไปติดตามอาการครั้งแรก น้ำหนักฉันเพิ่มขึ้นจากก่อนผ่าตัดประมาณ 5 กก.
ถึงอย่างนั้น เพราะรอบแขนลดลงตั้ง 10 ซม. ฉันเลยไปพบคุณหมอด้วยความพอใจมากเป็นการส่วนตัว (แม้จะมีรอยย่นของผิว)
แต่พอคุณหมอดูใบตรวจ InBody ก่อนและหลังผ่าตัด แล้วเห็นการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักฉัน
เขาปฏิบัติกับฉันแบบเย็นชา เหมือนว่าแขนไม่จำเป็นต้องดูแล้ว (เพราะคนไข้ทำให้น้ำหนักขึ้นมาเอง ผลผ่าตัดก็ถือว่าพังโดยไม่ต้องดู เหมือนเป็นความผิดและความรับผิดชอบของฉันทั้งหมด...) ฉันเลยไปหาโรงพยาบาลอื่น
ส่วนตัวฉันคิดว่าสิ่งสำคัญคือความรู้สึกว่าหมอจะพยายามหาวิธีร่วมกันให้มากที่สุด และรับผิดชอบดูแลฉันจนถึงที่สุด
ในส่วนนั้น ฉันรู้สึกว่าการผ่าตัดครั้งนี้มีจุดที่น่าเสียดายค่ะ