ก่อน<ก่อนผ่าตัด 1>ก่อน<ก่อนผ่าตัด 2 (ตอนยิ้ม)>หลัง<ทันทีหลังผ่าตัด>ก่อน<อันนี้ถ่ายเมื่อกี้ตอนวันที่ 2 ค่ะ!>ก่อนอื่น ฉันเข้ารับการผ่าตัดปรับโครงหน้า 3 รายการ เป็นคิวแรกตอน 10 โมงเช้าวันจันทร์ค่ะ
ฉันจะไม่บอกข้อมูลโรงพยาบาลนะคะ! เพราะอยากเขียนโพสต์ให้ดูน่าเชื่อถือที่สุด โดยไม่ถูกสงสัยว่าเป็นนายหน้า และมากกว่าการแชร์ข้อมูลโรงพยาบาล ฉันอยากแชร์ข้อมูลให้กับคนที่กำลังลังเลเรื่องผ่าตัดปรับโครงหน้าอยู่ตอนนี้ หรือคนที่กลัวการผ่าตัด เลยลองเขียนโพสต์นี้ค่ะ
(วันที่ 1) ก่อนอื่น พอไปถึงโรงพยาบาลตอน 10 โมง ก็ล้างหน้า บ้วนปาก เปลี่ยนเป็นชุดผู้ป่วย เข้าห้องน้ำ แล้วไปนอนรอที่ห้องพักโดยใส่สายน้ำเกลือไว้ หลังจากทักทายพ่อแม่แล้วก็ย้ายไปห้องผ่าตัดทันทีค่ะ
ก่อนหน้านี้ฉันย้ำหลายครั้งแล้วว่าต้องการแก้ตรงไหนบ้าง เลยไม่ได้ปรึกษาเรื่องการออกแบบกับคุณหมอแยกต่างหากในห้องปรึกษา แต่ตอนนอนอยู่ในห้องผ่าตัด คุณหมอก็วาดดีไซน์ลงบนหน้าโดยตรง พร้อมอธิบายประมาณว่า “ตรงนี้เป็นส่วนที่ต้องการใช่ไหมครับ/คะ?”
แล้วคุณหมอวิสัญญีก็เข้ามาแล้วบอกว่า “ตอนนี้จะหลับแล้วนะครับ/คะ~” พอพูดจบ อยู่ๆ ก็มีกลิ่นหอมอะไรสักอย่าง แล้วเวียนหัวมาก จนคิดในใจว่า “จะสลบจริงไหมนะ?” แล้วประมาณ 1 วินาทีต่อมาก็หลับลึกไปเลย ㅋㅋㅋㅋㅋㅋ
หลังจากนั้นเหมือนมีใครพูดว่า “ต้องตื่นแล้วนะคะ~!!” เขาบอกว่าต้องเดินกลับไปห้องพักเอง ฉันเลยเกาะแม่ไว้แน่น ทั้งที่โลกหมุนติ้วๆ แต่ก็ฝืนขยับเดินไปจนได้ค่ะ..
พอเริ่มมีสติขึ้นนิดหน่อย ก็เห็นว่าถูกพันด้วยผ้าพันแผลหนามากแบบแน่นๆ มีสายระบายเลือดคั่งเสียบอยู่ด้วย ทันทีหลังผ่าตัดไม่เจ็บเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ แต่เวียนหัวมาก
เพราะเวียนหัว ฉันเลยตั้งใจไม่ทำอะไรเลย เอาแต่มองนาฬิกาแล้วนั่งเหม่อ อยากนั่งให้สูงขึ้นอีกหน่อย เลยลุกขึ้นชั่วครู่ แต่ก็คลื่นไส้ทันที และพอขยับก็อาเจียนน้ำออกมาเลยค่ะ
จากนั้นจนกว่าจะดื่มน้ำได้ตอน 7 โมงครึ่ง เขาบอกว่าห้ามหลับค่ะ เพราะฤทธิ์ยาสลบทำให้ง่วงมาก เลยทรมานมาก สำหรับฉัน มากกว่าอาการเจ็บหรือคลื่นไส้ การง่วงแต่โดนห้ามนอนนี่ลำบากที่สุดค่ะ มันเหมือน ตอนต่อสู้กับความง่วงในคาบเรียนเลย ทุกคนเข้าใจใช่ไหมคะ? รู้สึกเหมือนต้องทำแบบนั้น นานหลายชั่วโมงเลยค่ะ
เขาบอกว่าดื่มน้ำได้ตั้งแต่ 19:30 น. และนอนได้ตั้งแต่ 20:00 น. ฉันเลยอดทน แล้วก็นอนยาวตั้งแต่ 20:00 ถึง 21:00 น.! แล้วเขาบอกว่าผู้ดูแลต้องออกไปตอนกลางคืน ฉันเลยอยู่คนเดียวตั้งแต่ 21:00 น. ก็รู้สึกกังวลนิดหน่อยค่ะ แต่พี่พยาบาลบอกว่าไม่ต้องกลัวมากนะ อยู่ห้องข้างๆ เรียกได้ทันทีทุกเมื่อ ทำให้จิตใจสงบลงมากจริงๆ ค่ะ,,,
แล้วก่อนคุณหมอกลับบ้าน คุณหมอก็แวะมาที่ห้องพักแป๊บหนึ่ง ดูอาการ แล้วบอกพี่พยาบาลว่า “ช่วยดูแลเธอดีๆ หน่อยนะครับ/คะ!” แล้วก็ไป ฉันเลยรู้สึกขอบคุณมาก ผู้จัดการให้คำปรึกษาก็มา ให้กำลังใจว่าอดทนอีกนิดนะ รู้สึกขอบคุณจริงๆ ค่ะ
(วันที่ 2) จากนั้นจนถึง 6 โมงครึ่งเช้าวันถัดมา ฉันหลับๆ ตื่นๆ ทุก 1 ชั่วโมง หลับแล้วตื่น ตื่นแล้วหลับ ตอนรุ่งสาง ปลายคาง/กรามทั้งสองข้างเจ็บมาก เลยเรียกพี่พยาบาลมาฉีดยาแก้ปวดให้ ส่วนอาเจียนนั้น มีแค่อาเจียนน้ำครั้งเดียวในวันที่ 1 แล้วก็จบ แต่แทนที่จะเป็นแบบนั้น ทุกครั้งที่ไปห้องน้ำ เวียนหัวจนคิดว่าจะตายเลยค่ะ ตอนใส่ยาปฏิชีวนะนี่สุดยอดมาก เหมือนจะอ้วกจริงๆ
แล้วตอน 8 โมงครึ่งเช้า เขาถอดสายออกและคลายผ้าพันแผลให้เบาลงนิดหน่อย ทุกคนคะ ตอนถอดสายค่อนข้างเจ็บมากนะ.. มันไม่หลุดออกมาในทีเดียว เขาจะดึงแรงๆ อยู่หลายวินาที รู้สึกเหมือนลูกตาจะเด้งออกมาเลยค่ะ แบบ ㅋㅅㅋ ฉันเป็นคนทนเจ็บได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว เลยพอไหว แต่พยาบาลบอกว่าปกติผู้ชายผู้ใหญ่ก็ยังทนลำบากค่ะ
หลังทำทุกอย่างเสร็จ ประมาณ 9 โมงครึ่งเช้า ฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้า บ้วนปาก ฟังคำอธิบายต่างๆ เจอผู้จัดการให้คำปรึกษาอีกครั้ง แล้วก็ออกจากโรงพยาบาลค่ะ!
นั่งแท็กซี่กลับบ้าน ตอนนี้กินยาแล้วกำลังพักอยู่ เพราะใส่สายรัดหน้าเลยเจ็บนิดหน่อย แต่ก็ยังทนได้มากกว่าวันที่ 1 ค่ะ
วันที่ 1 ทันทีหลังผ่าตัดลำบากที่สุด และคิดว่าน่าจะบวมมากที่สุดในวันที่ 3 ค่ะ
ฉันมีกรามเหลี่ยมค่อนข้างเด่นมากอยู่แล้ว ตอนนี้เลยถือว่าบวมเยอะ แต่แค่มองแวบเดียวก็เห็นความแตกต่าง ถึงจะเจ็บก็พอใจค่ะ ㅠ ㅠ
พี่พยาบาลบอกว่า หลังคุณหมอผ่าตัดเสร็จแล้วในห้องผ่าตัด คุณหมอพูดว่า “อ่า หน้าเรียวขึ้นแล้ว ภูมิใจจัง” ㅋㅋㅋㅋㅋ น่ารักจัง,,
ยังต้องรอให้บวมยุบก่อนถึงจะรู้ได้ชัดเจน แต่ฉันอยากเล่าขั้นตอนการผ่าตัดอย่างละเอียด เลยขอทิ้งรีวิวไว้ก่อนนะคะ
ถ้ามีอะไรสงสัย ฝากคอมเมนต์ไว้ได้เลยค่ะ! พอผ่านไปอีกสักระยะ ฉันจะมาโพสต์รีวิวอีกนะคะ หวังว่าจะช่วยคนที่ลำบากใจกับรูปหน้า เหมือนฉันได้มากๆ ค่ะ
ถูกใจ 10