หลัง<หลังผ่าตัด>ก่อน<ก่อน>ก่อน<ก่อน> แก้จมูกคด + ตัดกระดูก + จมูกถูกกดทับ + ซิลิโคน + กระดูกซี่โครงผู้บริจาค + ผนังกั้นโพรงจมูกคด + โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
(ข้อความยาว โปรดระวัง)
สวัสดีครับ/ค่ะ ก่อนหน้านี้ผม/ฉันอ่านรีวิวหลังผ่าตัดมามาก แต่ไม่เคยคิดเลยว่าไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ผม/ฉันจะได้มาเขียนรีวิวการผ่าตัดของตัวเอง
ตอนเด็ก ๆ ผม/ฉันเอาจมูกไปชนกับประตูฟุตบอล เลยมีปมเรื่องจมูกมาตลอด
จมูกอยู่ตรงกลางที่สุดของใบหน้า ถ้าจะเปรียบกับร่างกายก็เหมือนลำตัวที่ทำหน้าที่เชื่อมแขนขาและคอทั้งหมดเข้าด้วยกัน ไม่มีไหล่แบบคอคอดตรงกลางคิ้วถึงจะทำให้คอดูยาว ไหล่ดูเป็นมุมฉาก และรูจมูกกับปีกจมูกที่เปรียบเหมือนสะโพกต้องพอดี ถึงจะทำให้ขาดูยาว เอวดูคอด และดูมีวอลลุ่ม ลำตัวจึงเป็นส่วนที่สำคัญมากของร่างกาย ยิ่งไปกว่านั้นอวัยวะสำคัญ ๆ ก็อยู่ที่ช่วงบนของร่างกายทั้งนั้น
เพราะอย่างนั้น ผม/ฉันเลยคิดว่าจมูกมีบทบาทที่ใหญ่ที่สุดทั้งในแง่การใช้งานและความสวยงามบนใบหน้า
ดังนั้นถ้าดูสัดส่วนการทำศัลยกรรมแยกตามอวัยวะ จมูกจึงมีสัดส่วนค่อนข้างสูงสำหรับผู้ชายอย่างที่คิดไม่ถึง
เอาจริง ๆ ที่ผ่านมาผม/ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ แบบไม่ได้คิดมาก แต่เริ่มคิดว่าจะทำดีไหมตอนอายุประมาณ 24 ปี ตอนอยู่ในกองทัพ พอเห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันใส่หน้ากากแล้วจมูกพุ่งเด่น เวลาเห็นจากด้านบน หน้ากากจะถูกดันให้เป็นทรงสามเหลี่ยมเหมือนภูเขา ผม/ฉันอิจฉาเสมอ แล้วก็เป็นคนที่สนใจเสื้อผ้ามาก พอเห็นคนที่ใส่หมวก แว่นตา แว่นกันแดด แล้วเข้ากันดี ก็รู้เลยว่านอกจากรูปหน้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทรงที่ดูแฟชั่นจ๋าหรือดูเป็นธรรมชาติ จมูกสำคัญมากจริง ๆ
อย่างที่เห็นจากข้างบน ผม/ฉันคิดเรื่องความงามของจมูกมาตลอด ส่วนเรื่องการใช้งานไม่เคยคิดถึงเลย และก็ไม่ได้อยากรู้รายละเอียดขนาดนั้นด้วย
บังเอิญได้ไปหาหมอหูคอจมูกและส่องกล้อง คุณหมอบอกว่ามีผนังกั้นโพรงจมูกคด ที่นั่นเป็นแค่ที่วินิจฉัยอย่างเดียว เลยเขียนใบส่งตัวให้ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยหรือคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง
พอดีกับช่วงโควิด เลยมีเวลาว่างขึ้นมานิดหน่อยโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วความคิดเพ้อฝันเกี่ยวกับจมูกที่เคยมองว่าเป็นปมของตัวเองก็เริ่มทำงานในหัว
ตอนนั้นผม/ฉันกำลังหาข้อมูลและทำลิสต์โรงพยาบาลที่เน้นความงามอยู่ แต่พอคิดว่าในเชิงการใช้งานก็ควรผ่าตัดด้วย และถ้าทำแบบนั้น จมูกที่เอียงอยู่ตอนนี้ก็น่าจะไม่เอียงกลับมาอีกในอนาคต แถมโรคจมูกอักเสบและผนังกั้นโพรงจมูกคดก็น่าจะไม่กลับมาเป็นซ้ำด้วย ผม/ฉันก็รู้สึกได้แบบสัญชาตญาณ
เลยรื้อทุกลิสต์ที่ทำไว้แบบส่งเดชทิ้งหมด แล้วเริ่มทำลิสต์โรงพยาบาลที่ผ่าตัดทั้งความงาม+การใช้งานใหม่ทั้งหมด
คนเราถ้าใช้หัวไม่ดี ร่างกายก็ลำบากเอง สรุปก็คือผม/ฉันผิดเองที่ไม่ประเมินปัญหาจมูกของตัวเองให้ดีตั้งแต่แรก แต่ดันไปทำลิสต์ก่อน...
พอดูในชุมชนหรือแอปต่าง ๆ ส่วนใหญ่คลินิกที่ทำทั้งฟังก์ชัน+ความงามจะคัดกันเหลือประมาณ 3-5 ที่เหมือนสูตรสำเร็จ
ㅍㄹㅁㅇ, ㅅㄷㄹㄹ, ㅂ, ㅁㅈ, etc
ผม/ฉันอยากได้จมูกที่ค่อนข้างโดดเด่นนิด ๆ ด้วยนะ ทั้งสไตล์การแต่งตัวและโครงหน้า... จากรูปก็เห็นอยู่ ใต้คิ้วที่ค่อนข้างนูน คางที่ยื่นออกมานิด ๆ โหนกแก้ม และรูปหน้าที่ค่อนข้างกว้าง ผม/ฉันตัดสินใจเองว่าถ้าเป็นจมูกแบบธรรมชาติจัดเกินไปคงไม่เข้ากับสภาพปัจจุบันแน่ ๆ แน่นอนว่าถ้าในอนาคตไปทำคอนทัวร์หน้า อาจจะต้องผ่าตัดแก้เพื่อปรับสัดส่วนของจมูกอีกครั้ง... แต่ผม/ฉันตัดสินใจพับความฝันเรื่องคอนทัวร์หน้าเก็บไว้ก่อน เพราะเหตุผลนั้นเดี๋ยวอ่านไปก็จะเข้าใจเองครับ/ค่ะ คนที่ทำคอนทัวร์หน้าผม/ฉันนับถือจริง ๆ
1. ㅍㄹㅁㅇ มีชื่อเสียงที่สุด คุณหมอ C
ถ้าจะนัดปรึกษาก็ต้องรอนานมาก คนที่ผ่าตัดไปก็เยอะมาก ร้านอร่อยย่อมมีเหตุผลของมัน เลยอยากปรึกษาให้ได้...
แต่จัดเวลาให้ตรงยากมาก อันนี้เป็นเหตุผลส่วนตัวของผม/ฉันเอง เพราะลักษณะงานและจังหวะชีวิตทำให้ไม่สามารถแบ่งเวลาได้หลายวัน... ต้องจบในวันเดียวแบบทีเดียวให้เสร็จ
เลยไปดูรีวิวที่เขียนเป็นตัวอักษรกับรูปภาพเยอะมาก ทรงก็ดูสวย รีวิวก็ดี ผม/ฉันอยากถามมากจริง ๆ ว่าจมูกของผม/ฉันจะผ่าออกมาแบบไหน แต่น่าเสียดายที่แค่ดูรีวิวอย่างเดียวก็เป็นสไตล์ที่ผม/ฉันต้องการพอดี
2. ㅅㄷㄹㄹ
ㅅㄷㄹㄹ เป็นที่ที่ผม/ฉันเริ่มสนใจจากการค้นหาข้อมูลไม่นานมานี้ ผม/ฉันมีประกันสุขภาพเอกชนอยู่ และ ㅅㄷㄹㄹ เคลมได้ 90%... อย่างที่ทุกคนรู้กัน ถ้าเป็นความงาม+ฟังก์ชัน การเบิกได้ก็จะได้เฉพาะส่วนฟังก์ชันใช่ไหมครับ/คะ
แต่ที่ ㅅㄷㄹㄹ ผม/ฉันได้ยินมาว่าสามารถทำศัลยกรรมในส่วนฟังก์ชันแล้วเบิกได้ เลยมีความได้เปรียบมากในด้านราคา และดูเหมือนจะทำออกมาแนวธรรมชาติ
เข้าใจว่ามีคนที่อยากเป็นดารา นักแสดง หรือเตรียมตัวเป็นนางแบบไปที่นั่นเยอะ
3. ㅂ
ดูเหมือนจะเป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับสองรองจาก ㅍㄹㅁㅇ สำหรับการทำทั้งฟังก์ชัน+ความงาม เพราะแนวที่ทำออกมาค่อนข้างธรรมชาติ ผม/ฉันดูแค่รีวิวที่เป็นตัวอักษรกับรูปแล้วรู้สึกว่าทรงไม่ใช่สไตล์ของตัวเอง เลยลังเลจนถึงที่สุดแล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ทำ
4. ㅁㅈ
เหมือนกับ ㅅㄷㄹㄹ ที่นี่ก็มีทั้งคนที่อยากเป็นดารา คนที่เตรียมตัวเป็นนักแสดง และนางแบบมาเยอะกันมาก ได้ยินกันปากต่อปากเยอะพอสมควร ซึ่งแปลว่าต้องมั่นใจในฝีมือมากแน่ ๆ แต่พอเห็นรีวิวว่าหลายคนใช้กระดูกซี่โครงตัวเองตั้งแต่ผ่าตัดครั้งแรก
ด้านราคาพอเป็นการผ่าตัดครั้งแรก แต่ใบเสนอราคากลับออกมาใกล้เคียงกับระดับการผ่าตัดแก้เลย... ผม/ฉันคิดว่าจะลองไปปรึกษาดูสักครั้ง แต่เพราะคิวนัดปรึกษาแน่นมาก ก็เลยศึกษาเอาจากข้อมูลออนไลน์แทน
5. 조앤신
ชื่อศัลยกรรมจองแอนชินนี้ ผม/ฉันเพิ่งมารู้จักตอนหาข้อมูลครั้งนี้เอง จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ดูที่โรงพยาบาล แต่ดูที่คุณหมอเป็นหลัก
คนที่เคยหาข้อมูลเรื่องจมูกทรงโดดเด่นนิด ๆ คงรู้กันดีอยู่แล้ว คุณหมอ ㄱ ที่ ㅂㄹㅇ, คุณหมอ C ที่ ㅍㄹㅁㅇ และคุณหมอ ㅇㄱㅁ
เดิมทีตอนที่คิดแค่เรื่องความงาม ผม/ฉันอยากได้แบบดูเด่นแต่ยังธรรมชาติ ดูมีความทันสมัย เลยเลือก 3 ท่านนี้ไว้ในลิสต์ ซึ่งถือว่าเป็นสองขั้วหลักจริง ๆ ไม่ใช่ว่าใครเก่งกว่ากันแบบชัดเจน แต่ทั้งสามท่านอยู่ในสาขาที่ระดับฝีมือสูงพอ ๆ กัน ผม/ฉันตั้งใจว่าจะต้องไปให้ครบ 3 ที่แน่ ๆ แต่พอคุณหมอ ㅇㄱㅁ ออกจากโรงพยาบาลเดิมแล้วพักงานไปสักระยะ ความตั้งใจเรื่องผ่าตัดจมูกของผม/ฉันก็ชะลอลงไปด้วย
ผลจากการหาข้อมูลรอบนี้ คุณหมอท่านนั้นย้ายมาอยู่ที่ศัลยกรรมจองแอนชินแล้ว ผม/ฉันไม่ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลนี้มากนัก แต่ตลอดช่วงที่หาข้อมูลและดูความรู้เรื่องศัลยกรรมที่ท่านลงในยูทูบอยู่บ่อย ๆ ก็เลยอยากไปปรึกษาให้ได้จริง ๆ! คุณหมอ ㄱ ที่ ㅂㄹㅇ ผม/ฉันไว้ใจเพราะมีคนรู้จักไปผ่าตัด ส่วนคุณหมอ C ที่ ㅍㄹㅁㅇ และคุณหมอ ㅇㄱㅁ ของจองแอนชินผม/ฉันอยากไปปรึกษาให้ได้!! ต้องได้!!!
โชคดีที่คิวปรึกษาไม่ได้แน่นมาก เลยนัดได้ในอีก 1 สัปดาห์ คุณหมอหมุนดูใบหน้าจากหลายมุมเพื่อเช็กสภาพจมูกของผม/ฉัน แล้วให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจน ตอนแรกผม/ฉันไม่ได้เอารูปดาราหรือรูปคนดังในโซเชียลไปด้วย อย่างที่ทุกคนรู้กัน พอคำนึงถึงความหนาของผิวและปัจจัยอื่น ๆ รวมกันแล้ว ด้วยสภาพร่างกายที่ต่างกันของแต่ละคน มันไม่มีทางออกมาเหมือนกันเป๊ะ ๆ ได้:)
แน่นอนว่าความเห็นแบบนี้เป็นข้อเท็จจริงที่คุณหมอส่วนใหญ่ก็รู้อยู่แล้ว แต่คุณหมออีคยองมุกไปไกลกว่านั้น คือออกแบบจมูกให้เหมาะกับสภาพปัจจุบันของคนไข้ เรื่องมุมปากจมูก ขนาดรูจมูก และการออกแบบจมูกในอุดมคติอะไรพวกนั้น ในยูทูบก็มีเยอะอยู่แล้ว และก็มีผู้เชี่ยวชาญมากกว่าผม/ฉันเยอะ เลยขอข้ามไปนะครับ/ค่ะ สิ่งที่ผม/ฉันชอบก็คือคุณหมอใช้ประสบการณ์ออกแบบให้เข้ากับใบหน้าของผม/ฉันเอง
จาก 5 ที่ในลิสต์ ถ้านับรวมการหาข้อมูลแบบนั่งค้นเองด้วย น่าจะมีราว 15-20 ที่ บางที่ผม/ฉันก็ได้ไปปรึกษาแบบออฟไลน์แล้ว บางที่ก็ไม่มีปัญญาจะจองเพราะคิวแน่น
อย่างน้อยก็ลิสต์โรงพยาบาลไว้ได้แล้ว เท่ากับว่าพวกคุณผ่านด่านแรกของผม/ฉันไปได้แล้ว
ในบรรดาโรงพยาบาลที่อยู่ในลิสต์ ก็มีทั้งที่คุณผู้จัดการและคุณหมอใจดี ไม่ค่อยใจดี บางที่ผู้จัดการกดให้มัดจำแรงมาก บางที่ก็เอาใจใส่ บอกให้ไม่ต้องกดดัน ค่อย ๆ คิดดี ๆ จากที่เคยอ่านรีวิวและโพสต์ในชุมชน พอมาเจอด้วยตัวเองจริง ๆ กลับรู้สึกแปลกมากกว่าจะรู้สึกไม่ดี เพราะมันก็เป็นงานของพวกเขาอยู่แล้ว ไม่มีอะไรน่ารำคาญมากมาย ตีหน้าด้านไว้แล้วถ้าไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบได้เลย เรื่องเงินก็สำคัญ แต่ลำดับความสำคัญของผม/ฉันคือ 1. ความปลอดภัย 2. ฟังก์ชัน 3. ดีไซน์ ดังนั้นการกดมัดจำ โปรโมชัน หรือขอให้เขียนรีวิวอะไรพวกนี้ ไม่ใช่เรื่องของผม/ฉัน
เพราะถ้าพอใจจริง ต่อให้ไม่มีใครบอก ผม/ฉันก็คงเขียนรีวิวเองอยู่ดี:)
นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์เลือกโรงพยาบาลที่ทุกคนมักเห็นกันบ่อย ๆ ผม/ฉันก็เอามาคัดกรองไว้เหมือนกัน 1. คุณหมอเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางหรือไม่? 2. ขึ้นทะเบียนกับสมาคมแพทย์เกาหลีหรือไม่? 3. ในห้องผ่าตัดมี CCTV หรือไม่? 4. มีวิสัญญีแพทย์ประจำอยู่ในโรงพยาบาลโดยตรงหรือไม่? 5. ไม่ใช่สถานที่ที่เพิ่งเปิดใหม่แบบฉาบฉวยและยังอายุไม่กี่ปีใช่ไหม? 6. มีแบล็กลิสต์หรือหมอเงา ฯลฯ หรือไม่
+ ช่วงนี้คุณหมอหลายท่านก็ออกสื่อบ่อย ผม/ฉันเลยไปดูบทสัมภาษณ์และสิ่งที่ท่านพูดในยูทูบทั้งหมด รวมทั้งนั่งไล่ค้นในกูเกิลเปลี่ยนตัวย่อไปเรื่อย ๆ แบบงานแรงงานเลยทีเดียว เหมือนเชฟแต่ละคนจะมีเมนูถนัดหรือวัตถุดิบที่จับถนัดมือ ศัลยแพทย์ตกแต่งก็น่าจะมีทรงจมูกที่ตนเองถนัด ผม/ฉันพยายามหาสไตล์ของคุณหมอให้มากที่สุดด้วย:)
สุดท้ายพอคัดเหลือแต่โรงพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์ของตัวเอง ก็ไปปรึกษามา แล้วก็ปรับช่วงเวลาที่จะลาพักงานและเลื่อนวันผ่าตัด สรุปโชคดีมากที่ได้ทำกับคุณหมอที่ชอบที่สุด
ตอนที่จองปรึกษาไว้ ผม/ฉันอยากรีบไปปรึกษาแล้วรีบผ่าตัดเลย... แต่พอวันผ่าตัดใกล้เข้ามาทีละวัน ก็เริ่มคิดว่า 'เฮ้อ คิดไปเองเปล่าเนี่ย อยู่แบบเดิมที่มีมาอย่างไรก็อยู่ไปดีกว่า...' จะยอมเสียมัดจำแล้วไม่ทำเลยดีไหม... ก็ลังเลเหมือนกัน แต่พอนึกถึงความเครียดที่แบกมาตลอดกว่า 20 ปี และพอเห็นรูปหน้าตรง หน้าด้านข้าง และมุม 45 องศาที่ถ่ายด้วยกล้องหน้าไอโฟนเพื่อเก็บก่อน-หลัง... ก็คิดว่า เอาล่ะ ต้องทำแล้วนะ แล้วก็รวบรวมใจตัวเองอีกครั้ง
หลังจองผ่าตัดแล้ว ถ้ามีข้อสงสัยหรือข้อควรระวัง ผม/ฉันสามารถติดต่อกับคุณผู้จัดการผ่าน KakaoTalk หรือข้อความได้ตลอด รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นดอกไม้ในเรือนกระจกที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากบริษัทขนาดกลางที่แข็งแรง มากกว่าจะเป็นโรงงานใหญ่
เช้าวันผ่าตัด หลังมาถึงโรงพยาบาลก็ได้รับแจ้งข้อควรระวัง วิธีดูแล การลงชื่อเอกสาร และมีการเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า เพื่อให้หลังผ่าตัดและฟื้นตัวแล้วสามารถกลับบ้านได้อย่างสบายใจ ถ้ามีผู้ดูแลมาด้วยอาจจะไม่รู้สึกถึงรายละเอียดพวกนี้มาก แต่ผม/ฉันไปคนเดียวแบบลุยเดี่ยวเลยครับ/ค่ะ ถ้ามองแบบจริงจัง การผ่าตัดก็ยาก ถ้ามองให้ง่ายก็เป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน:)
ก่อนเข้าห้องผ่าตัดจะมีการคุยไฟนอลกับคุณหมอ หลังคุยรอบแรกอาจมีคำถามที่ลืมถาม หรือรสนิยมด้านความสวยงามอาจเปลี่ยนไปได้เสมอ:)
แล้วขอเล่านอกเรื่องนิดหนึ่ง ตอนหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ผม/ฉันเจอห้องแชต Kakao ที่คุณหมอเป็นแอดมินเองด้วย!! ไม่แน่ใจว่าคุณหมอโรงพยาบาลอื่นก็มีหรือเปล่า แต่จุดเด่นลับ ๆ ที่ดีมากคือ ถ้ามีข้อสงสัยหรือเรื่องที่กังวล ก็สามารถได้คำตอบเร็วโดยไม่ต้องรอเป็นวัน ๆ นี่แหละ
เอาล่ะ! ในที่สุดก็มาถึงวันผ่าตัดที่รอคอย
ได้ยินเรื่องลบ ๆ เกี่ยวกับการดมยาสลบมามาก ผม/ฉันเลยแค่อยากเหมือนคนอื่น ๆ คือหลับตาแล้วลืมตาอีกทีอยู่ในห้องพักฟื้น ขออย่าให้ตื่นกลางคันเลยจริง ๆ! หวังมาก ๆ แบบสุด ๆ!! สุด ๆ ๆ ๆ...
ผม/ฉันไม่เคยเอามีดผ่าหรืออะไรแตะร่างกายตัวเองมาก่อนเลย... การทำเลสิก เลสิกผิวกระจกตา หรือการผ่าตัดใด ๆ กับยาสลบก็ไม่มีประสบการณ์เลยแม้แต่นิดเดียว คืนก่อนผ่าตัดยังสวดภาวนาก่อนนอนว่า ขอให้หลับตาแล้วลืมตาอีกทีคือเสร็จแล้ว...
แต่เอาเข้าจริง เพราะคงหลับลึกมากหรือเครียดมาก ตอนดมยาสลบมันเหมือนมียาสลบเข้าไปแล้ว แต่ไม่หลับ... เพราะอย่างนั้นผม/ฉันถึงได้เขียนรีวิวแบบสด ๆ ให้ทุกคนอ่านได้
พอเข้าไปในห้องผ่าตัด เขาจะให้บ้วนปากด้วยน้ำที่ผสมยาสีแดง... รสชาติ กลิ่น และภาพลักษณ์แย่สุด ๆ ไปเลย อืม... โอเค.... ต่อมาก็นอนลงบนเตียงแล้วถูกมัดร่างกายไว้ อืม... โอเค ๆ.... สุดท้ายก็ปิดตา....
ก่อนจะปิดตา เขาจะสอดเข็มเข้าไปที่แขนขวา แล้วรอคุณหมอมาถึง พอคุณหมอมาถึงก็จะฉีดยาดมยาสลบให้ แล้วพยาบาลกับคุณหมอก็จะพูดว่า 'เดี๋ยวก็หลับแล้วนะคะ~' พอมาถึงตรงนี้ ถ้าหลับลงพอดีตามที่ผม/ฉันวาดไว้ ทุกอย่างจะเดินไปตามบทที่คิดไว้ แต่พอรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในห้วงเวลาและอวกาศแล้วมันหยุดลง... เพราะเครียดเกินไปเลยไม่หลับ... ตอนนั้นตกใจมาก... แต่ก็เป็นการผ่าตัดครั้งแรก ได้ประสบการณ์ดี ๆ ไปแล้ว... ผม/ฉันได้ยินแม้แต่เสียงคุณหมอขอเครื่องมือจากพยาบาล และรายละเอียดว่ากำลังใช้วัสดุอะไร กี่มิลลิเมตร... ก็เลยรู้สึกได้ชัดเจนว่า ไม่ใช่การผ่าตัดแบบหมอเงาหรือแบบที่คุณหมอพูดเรื่องเฉพาะของตัวเองคนเดียวโดยไม่รู้สเปกของวัสดุและซิลิโคนกี่มิลลิเมตร แน่นอน
พอรายละเอียดและความรู้สึกระหว่างผ่าตัดมันถ่ายทอดได้สดมากขนาดนี้ ผม/ฉันเลยคิดว่า คอนทัวร์หน้าคงให้เงินเท่าไหร่ก็ทำไม่ลงจริง ๆ คนที่ทำไปแล้วผม/ฉันนับถือจากใจจริง...
อย่างแรกเขาจะทำการตัดกระดูก กรอเนื้อกระดูกแล้วใช้ค้อนเคาะเบา ๆ ซึ่งไม่รู้สึกอะไรเลย ถึงจะบอกว่าเจ็บเหมือนถูกตัดกระดูก แต่โชคดีที่กระดูกไม่มีเซลล์หรือประสาทรับความเจ็บปวดเลย... ที่เจ็บที่สุดในการผ่าตัดจมูกคือเข็มยาชา กับตอนใช้เครื่องดูดเลือดดูดเลือดที่ออกลึกในจมูก... เขาว่าพอใส่อุปกรณ์ลึกเข้าไปในจมูกจะรู้สึกเหมือนลูกตากลิ้งไปมา ซึ่งมันจริงมาก... แล้วก็เพิ่งรู้ว่าข้างในจมูกของผม/ฉันกว้างขนาดนี้... ระหว่างผ่าตัดยังมีการใช้เลเซอร์ห้ามเลือดเป็นระยะ ๆ เลยได้กลิ่นปลาหมึกย่างบนหินภูเขาไฟลอยมาเป็นช่วง ๆ ด้วย แต่เมื่อคืนก่อนเริ่มงดอาหารหลังมื้อเย็น เลยอยากกินปลาหมึกขึ้นมาซะงั้น
ถ้าใครเคยทำศัลยกรรมตาและเคยฉีดยาชาเฉพาะที่ แล้วต้องนั่งคุยกับคุณหมอเพื่อจับเส้นให้ได้จังหวะพร้อมกับหลับตาแล้วลืมตา จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าผม/ฉันกำลังหมายถึงอะไร
ถึงจะนับเลขในหัวหรือทำอะไรสารพัดก็ไม่หลับ เลยยอมแพ้ไปเฉย ๆ คิดแต่เรื่องไร้สาระ ทั้งเพลงที่ชอบ งานที่ต้องไปจัดการข้างนอก ฯลฯ ความรู้สึกระหว่างผ่าตัดจมูกแทบไม่มีความเจ็บจากการผ่าตัดเลย มีแต่ความรู้สึกแสบร้อนเหมือนพริกไทยโรยเต็มจมูก คนที่เคยผ่านทหารจะนึกถึงควันแก๊ส คนที่ไม่เคยจะนึกถึงน้ำสระว่ายน้ำที่ผสมคลอรีนเยอะ ๆ เข้าจมูกแล้วแสบ ๆ คัน ๆ พอดีเตียงผ่าตัดส่วนล่างสูงกว่าส่วนบนของลำตัวนิดหน่อย เลยรู้สึกอยากฉี่มาก อยากให้จบเร็ว ๆ จะได้ไปเข้าห้องน้ำ ㅎㄷㄷㄷ
เพราะผม/ฉันทำทั้งด้านฟังก์ชันด้วย ระหว่างที่คุณหมอสลับอุปกรณ์ผ่าตัดเป็นระยะ ๆ ก็แอบสูดลมหายใจเบา ๆ เพื่อดูว่าลมเข้าทางรูจมูกทั้งสองข้างหรือยัง ตอนช่วงต้นผ่าตัดมีข้างหนึ่งยังอุดอยู่ แต่พอผ่านไปช่วงกลาง ๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าลมผ่านเข้าจมูกทั้งสองข้างได้ ซึ่งดีมาก
โชคดีที่ช่วงท้ายก่อนเย็บฐานจมูก ผม/ฉันหลับไปประมาณ 10 นาที... หลังผ่าตัดก็ไม่เวียนหัวนะครับ/ค่ะ ถึงจะบอกว่าอาจเวียนหัวได้ แต่ผม/ฉันกลับบ้านโดยรถสาธารณะ ยังคิดเลยว่าน่าจะขับรถกลับเองได้เหมือนกัน
พอทำข้อสอบลองเสร็จ ใคร ๆ ก็อยากรู้คะแนนก่อนใช่ไหมครับ/คะ?? ผม/ฉันเข้าไปในห้องน้ำตอนเปลี่ยนเสื้อ แล้วถ่ายรูปทันทีที่ผ่าตัดเสร็จ:) เฮ้อ โชคดีที่พอใจมาก... ขอให้ดูแลดี ๆ และไม่ต้องมีการผ่าตัดแก้เลยนะ... ไม่รู้ก็คือทำครั้งหนึ่งก็พอแล้ว สองครั้งนี่ไม่เอาแล้ว...
ผม/ฉันพยายามเขียนชีวิตช่วงที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมจมูกมานานกว่า 20 ปี รวมถึงช่วงหลายปีที่ชั่งใจว่าจะทำดีไหม ให้ละเอียดที่สุด สำหรับกรณีแบบผม/ฉัน มีแต่รูปถ่าย แต่หาคนที่รีวิวหลังผ่าตัดแบบจริง ๆ ได้ยากมาก เลยเขียนอย่างละเอียดด้วยความรู้สึกว่าตัวเองมีหน้าที่รับผิดชอบนิด ๆ นั่งเอนพนักเก้าอี้อยู่บ้านแล้วพิมพ์ออกมาครับ/ค่ะ:)
สิ่งที่เจ็บที่สุดตอนผ่าตัดจมูกคือ... เข็มยาชา กับการเล็มขนจมูกก่อนผ่าตัด (น้ำตาไหล) พูดตามตรงรู้สึกว่าเจ็บกว่าทำฟันน้อยกว่านิดหน่อย... แต่ก็แล้วแต่คน บางคนอาจไม่เป็นแบบนี้ทั้งหมดนะครับ/คะ:)
สุดท้าย ถ้าใครอ่านแล้วมีคำถาม อาจสงสัยว่า ทำไมผม/ฉันถึงเลือกศัลยกรรมจองแอนชิน ทั้งที่ถ้าเทียบด้านฟังก์ชัน+ความงามแล้ว โรงพยาบาลที่ผม/ฉันเลือกมีข้อมูลน้อยกว่า ㅍㄹㅁㅇ, ㅂ, ㅅㄷㄹㄹ เยอะมาก เหตุผลที่เลือกที่นี่จริง ๆ คือประโยคเดียวของคุณหมออีคยองมุกในยูทูบ
'สิ่งที่สำคัญที่สุดในการผ่าตัดจมูกคือความเข้าใจทางกายวิภาคของศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัด' 'ถ้าไม่อยากให้เกิดผลข้างเคียงอย่างการอักเสบหรือติดเชื้อ จำเป็นต้องมีการห้ามเลือดที่สมบูรณ์แบบและผ่าตัดให้เร็ว'
สองประโยคนี้คือเหตุผลหลักครับ/ค่ะ แน่นอนว่าพอเปิดฐานจมูกแล้วการติดเชื้อก็เริ่มมีโอกาสเกิดขึ้น การห้ามเลือดที่สมบูรณ์แบบและการผ่าตัดที่รวดเร็วย่อมดีอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ได้สร้างโครงสร้างที่สมบูรณ์ทั้งในเชิงกายวิภาคและการออกแบบ แล้วแค่เอาซิลิโคนมาปิดทับไปเลย สุดท้ายหลังผ่าตัดก็จะควบคุมอะไรไม่ได้เลย แบบนั้นก็เท่ากับเสียเปล่าใช่ไหมครับ/คะ
คุณหมออีคยองมุกเคยบอกในยูทูบว่าตัวเองค่อนข้างเป็นพวกเพอร์เฟ็กชันนิสต์และมีความยึดติดเล็กน้อย จึงถ้าต้องใช้เวลาผ่าตัดนานขึ้นก็ยังต้องปลอดภัยและสมบูรณ์แบบก่อนถึงจะเย็บปิดได้ ทำให้ผม/ฉันสามารถฝากจมูกของตัวเองไว้กับท่านได้อย่างสบายใจ:)
สิ่งที่รู้สึกจากการผ่าตัดจมูกก็คือ no pain, no gain นี่แหละครับ/ค่ะ:)
ถ้ามีกระแสตอบรับพอสมควร ผม/ฉันจะลงภาพและความคืบหน้าช่วง 2 สัปดาห์ 1 เดือน และ 3-4 เดือนให้ดูด้วยนะครับ/คะ:)
ขอบคุณที่อ่านมาจนจบครับ/ค่ะ