โพสต์

รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด@petit-review

รีวิวฟิลเลอร์หน้าผาก

อืม ก่อนอื่นคือฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมาได้ประมาณปีครึ่งแล้วค่ะ.. ไม่อยากโดนมีดผ่าตัด แต่อยากสวยขึ้น เลยหาหัตถการแล้วเจอฟิลเลอร์หน้าผากค่ะ หน้าผากค่อนข้างยุบ และไม่มีหน้าม้า ปกติก็เลยกังวลเรื่องนี้บ่อยๆ วันนั้นเลยหาโปรราคาถูกจากโซเชียลคอมเมิร์ซด้านศัลยกรรมแล้วจองไปวันอาทิตย์ถัดไปทันทีค่ะ (เพราะตัดสินใจแบบปุบปับมาก เลยจำข้อมูลโรงพยาบาลไม่ค่อยได้ ㅜㅜ) ไปถึงรอประมาณ 30 นาที แล้วเข้าไปปรึกษากับผู้จัดการค่ะ ฉันซื้อผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซไปแค่ 30cc แต่เขาบอกว่าถ้าจะใส่ฟิลเลอร์เพื่อเติมหน้าผากที่ยุบ ต้องใช้ปริมาณสำหรับส่วนที่ยุบ และถ้าใส่แค่ส่วนนั้นจะทำให้เป็นคลื่นไม่เรียบ ดังนั้นควรปูฟิลเลอร์ทั่วหน้าผากอีกครั้งโดยรวมจะดีกว่า เขาบอกว่าตัวเองก็ทำแบบนั้น แล้วบอกให้ฉันใส่ 60cc ค่ะ ฉันเลยบอกว่า 60cc หนักเกินไป ขอใส่แค่ 50cc แล้วหลังทายาชา 20 นาทีก็เข้าไปในห้องทำหัตถการค่ะ นอนบนเก้าอี้คล้ายเก้าอี้ทำฟัน เช็ดยาชาออกแล้วฉีดยาชา เพราะทายาชาไว้เลยไม่เจ็บ แค่รู้สึกไม่สบายใจเหมือนมีอะไรเข้ามาในหน้าผาก แล้วก็ขนลุกนิดหน่อยเท่านั้น แต่ปัญหาคือ...หลังจากนั้น เขาบอกว่าจะสร้างช่องว่างให้ฟิลเลอร์หน้าผากเข้าไป แล้วใช้เข็มฉีดยาอันใหญ่หนาประมาณที่ใช้ตอนบริจาคเลือด แหย่และคว้านหลายจุดบนหน้าผากแบบสุดๆ จริงๆ คือคว้านแรงมาก ㅋㅋㅋㅋㅋ แต่ความรู้สึกจริงๆ คือ ปวดหัวจนคิดว่าถ้าโดนไม้เบสบอลฟาดเข้าที่ท้ายทอยแรงๆ ก็คงมึนตึ้บประมาณนี้แหละ จากหน้าผากได้ยินเสียงเหมือนเนื้อเยื่อข้างในขาดดังกรึบๆ ตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็น่ากลัวมาก พอคิดว่าคงใกล้จบแล้ว ก็เอาเข็มไปใส่อีกฝั่งแล้วคว้านอีก คว้านอีก ทำแบบนั้นประมาณ 30 นาที น้ำตาไหลไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่ไหลออกมาเองเลย .. หัวปวดมาก แล้วก็รออยู่ว่าได้โปรดจบที จบที หลังจากนั้นก็เริ่มใส่ฟิลเลอร์ ซึ่งตอนใส่ฟิลเลอร์ไม่ค่อยเจ็บ แต่ได้ยินเสียงฟิลเลอร์แข็งตัว เสียงเหมือนถุงประคบร้อนแบบเก่าที่ขายตามร้านเครื่องเขียนตอนมันแข็งตัวดังออกมาจากหน้าผากเลย แล้วคุณหมอก็กดหน้าผากแรงๆ เพื่อจัดตำแหน่ง รู้สึกเหมือนหน้าผากจะบุบลงไป ㅋㅋ ยังไงก็ตาม พอฉีดฟิลเลอร์หน้าผากเสร็จออกมา ก็ถ่ายรูป แล้วเพิ่งมาบอกข้อควรระวังกับบอกว่าผลข้างเคียงอาจทำให้หัวหนักและปวดได้ ㅠ ได้ยาปฏิชีวนะกับยาแก้ปวดอะไรแบบนั้นกลับบ้าน พอกลับถึงบ้านทุกคนในครอบครัวหัวเราะกันใหญ่ ㅜㅜㅜㅜㅜ บอกว่าเหมือนหน้าผากของดาราฮวังอูซึลฮเยเมื่อก่อนบ้าง ถ้าชิมชองกลับชาติมาเกิดก็คงมีหน้าผากแบบเธอบ้าง บอกว่ามองเห็นแต่หน้าผาก ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่รู้ว่าหน้าผากบวมมากเกินไปหรืออะไร แต่มันไม่เป็นธรรมชาติค่ะ เดิมทีเขาบอกว่าประมาณ 3 เดือนห้ามไปจิมจิลบัง แต่ฉันผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หน้าผากก็ยังเหมือนเดิม เลยตั้งใจไปอยู่ในจิมจิลบังประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นถึงค่อยดูเหมือนหน้าผากคนขึ้นมาบ้าง ถ้าใส่ 60 จะเป็นยังไงนะ,, ทุกคนก็อย่าโลภเกินไปนะคะ ทำแค่เท่าที่ตั้งใจไว้เท่านั้นจริงๆ แล้วก็ความหนักที่หน้าผาก ฉันเดิมทีไม่เคยปวดหัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยกเว้นตอนอาหารไม่ย่อย แต่หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแล้วปวดหัวบ่อยมากจริงๆ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เสียใจที่สุด และส่วนเหนือคิ้วที่ใช้บ่อยก็ยุบหมดแล้ว ตอนนี้ถึงไม่ทำหน้าขมวด ก็มีแค่ตรงนั้นที่บุ๋มเหมือนกำลังทำหน้าขมวดอยู่ ต่อให้ฉีดโบท็อกซ์ ส่วนที่ยุบก็ยุบอยู่ดี สุดท้ายก็กลายเป็นวงจรไม่รู้จบ ฉีดฟิลเลอร์อีก ยุบอีก ฉีดอีก ยุบอีก ㅜㅜㅜㅠㅜ สรุปคือ ฟิลเลอร์หน้าผาก ถ้าไม่ได้จะทนกับอาการปวดหัวและค่าใช้จ่ายดูแลต่อเนื่องได้ ก็อย่าฉีดถ้าเลี่ยงได้ค่ะ!!

ถูกใจ 2

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้