โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review

รีวิวหลังจัดฟันเสร็จมา 7 ปี

ตอนเด็กๆ ฉันได้รับการจัดฟันแบบไม่ถอนฟันจากคุณหมอฟันที่คังนัมซึ่งสนิทกับพ่อแม่ พ่อแม่เชื่อใจคุณหมอคนนั้นมาก เลยคิดว่าคงให้ฉันทำโดยไม่สงสัยอะไรเลย ตอนนั้นฉันก็ยังเด็ก และคิดว่าเป็น “การรักษา” เลยทำไปโดยไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้ลองคิดย้อนกลับไป ฉันในอดีตมีแค่ฟันเกซ้อนเล็กน้อย 2 ซี่ ที่เหลือก็ปกติ ดังนั้นคิดว่าน่าจะทำไปเพื่อจุดประสงค์ด้าน “ความงาม” ล้วนๆ

แน่นอนว่าช่วง 2 ปีที่จัดฟันเหมือนตกนรก แต่ตอนเด็กคิดว่าเป็น “การรักษา” เลยคงอดทนได้ดี แต่ตอนนี้พอมาศึกษา จึงรู้ว่าหลังจัดฟันเกิดผลข้างเคียงมากมายจริงๆ โหนกแก้มเด่นขึ้นจากขมับและแก้มที่ยุบลง (แม้จัดฟันเสร็จมา 7 ปีแล้วก็ยังไม่กลับมา สุดท้ายจึงฝืนทำผ่าตัดโหนกแก้ม ซึ่งเป็นต้นตอของความทุกข์ทั้งหมด), ริมฝีปากบนม้วนเข้าในและฟันบนถอยเข้าไป ทำให้ร่องใต้จมูกยาวขึ้น (จริงๆ ก็ยาวขึ้น และเมื่อมองหน้าตรง ริมฝีปากบนแทบไม่เห็นเลย ทำให้หน้าดูยาวมาก), เกิดร่องแก้ม, แก้มห้อยเล็กน้อยจากโครงสร้างช่องปากที่เปลี่ยนไป, ปากเล็กลง, รูปปากดูหดแคบ, ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร, มีหินปูนบ่อยเพราะเครื่องมือคงสภาพด้านลิ้น, ฟันอ่อนแอลงจนบางครั้งโยก, เห็นรากฟัน เป็นต้น ผลข้างเคียงมีเยอะมากจริงๆ

ท้ายที่สุด สาเหตุที่ทำให้ฉันมาถึงขั้นผ่าตัดโหนกแก้มก็คือการจัดฟัน แพทย์บอกว่าการจัดฟันไม่เกี่ยวกับร่องแก้ม แก้มห้อย โหนกแก้มเด่น และอื่นๆ แต่มีคนจำนวนมากที่หลังจัดฟันแล้วร้องเรียนผลข้างเคียงเหมือนกันกับฉัน ต่อให้แพทย์โกหกแค่ไหน ข้อมูลจริงก็พิสูจน์เรื่องนี้ นอกจากนี้ ยังเคยมีทันตแพทย์ที่มีจิตสำนึกคนหนึ่งออกมาเปิดโปงพฤติกรรมรักษาเกินความจำเป็นอย่างไร้จริยธรรมของวงการทันตกรรมในประเทศเรา ดังนั้นจึงไม่สามารถเชื่อคำพูดของทันตแพทย์ได้ทั้งหมด

สุดท้าย สาเหตุพื้นฐานที่ทำให้ฉันต้องผ่าตัดโหนกแก้มเริ่มมาจากการจัดฟัน ใบหน้าคนเราคำตอบคือปล่อยไว้เฉยๆ ต่อให้เป็นการสบฟันผิดปกติหรืออะไรก็ตาม ก็อยู่ได้ดี แม่ฉันเป็นภาวะสบฟันเปิด ฟันหน้าบนล่างยังไม่แตะกันด้วยซ้ำ แต่ก็ใช้ชีวิตได้ดี จะมีใครที่ไม่มีการสบฟันผิดปกติแม้แต่ 0.0001 บ้างล่ะ หวังว่าจะไม่หลงกลคำพูดดูดีที่เรียกว่าการสบฟันผิดปกติแล้วไปทำ แม้แต่คนที่จัดฟันเพราะการสบฟันผิดปกติรุนแรง ก็มีหลายคนที่อยากกลับไปเป็นก่อนจัดฟัน เพราะหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างแย่ๆ ขอเถอะ ใช้ชีวิตตามหน้าตาที่เกิดมากันเถอะ

ยังไม่มีความคิดเห็น