สันจมูกซิลิโคน 3.5 มม. ปลายจมูกใช้กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค ไม่รู้ว่ากี่มิล ไม่ได้ถาม... ส่วนความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ของฉันไม่มีทั้งสองอย่าง ผ่านมาเดือนครึ่งแล้ว ใช้ที่กดสิวค่อยๆ บีบไขมันที่จมูกได้ดี เส้นแผลผ่าตัดลดปีกจมูกดีขึ้นมาก ช่วงนี้มีครั้งหนึ่งดื่มหนักมาก แล้วเส้นแผลแดงขึ้นชั่วคราว แต่เรื่องนี้เดิมทีก่อนแก้จมูก ตอนสมัยดื่มเหล้าก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ตอนนี้ยังเอานิ้วใส่เข้าไปในจมูกเพื่อแคะขี้มูกไม่ได้ ใช้คอตตอนบัดเอาออกแทน ㅋ อ้อ แล้วเวลายิ้มกว้างๆ จมูกก็ไม่บานออกด้วย เลยพอใจกับชีวิตมากขึ้น
รูปที่ 1, 2 คือปัจจุบัน จมูกหลังแก้ได้เดือนครึ่ง
ตั้งแต่รูปที่ 3 เป็นต้นไปคือสภาพหลังจากผ่าจมูกครั้งแรกพังไปแล้ว 2-3 ปี ^^ นั่นคือจมูกที่ผ่ามาเหรอ ไปไหนก็อายจนไม่กล้าบอกว่าทำจมูกมา คนก็ไม่เชื่อด้วย และเมื่อเทียบกับจมูกเดิม กลับมีแค่ปลายจมูกที่ทู่ขึ้นกว่าเดิม เสียใจจนอยากทุบพื้น แล้วสุดท้ายก็ยอมแพ้ ใช้ชีวิตแบบเคเซราเซรา~ ประมาณ 3 ปีโดยไม่คิดจะแก้จมูก... สันจมูกไม่ใช้วัสดุเสริม เอาแค่กระดูกอ่อนหูของตัวเองมาใส่ปลายจมูก แล้วทำตัดแต่งกระดูกสันจมูกด้วย จ่ายไป 2.2 ล้านวอน และผ่ากับหมอเถื่อนต่างจังหวัด.. ถ้ามีไทม์แมชชีน ฉันจะย้อนกลับไปตบตัวเองในอดีตที่เลือกโรงพยาบาลนั้น....
ฉันไปปรึกษาเพราะจะทำโหนกแก้ม แล้วคิดว่าจะลองให้คุณหมอที่เก่งเรื่องโครงหน้าและแก้จมูกประเมินราคาดูหน่อย พอปรึกษาแล้วก็โดนดึงไปจองคิววันนั้นเลย ผ่าตัดด้วยความหวังเล็กๆ ว่าแค่ดีขึ้นกว่าจมูกตอนนี้ก็คงดี? แต่ผลออกมาดีมากจนตอนนี้กำลังก้มกราบไปทางคังนัม...
จริงๆ แล้วนิสัยฉันขี้เกียจ เลยไม่ได้ตระเวนปรึกษาโรงพยาบาลให้ดีด้วยซ้ำ ไปปรึกษาตามที่คนรู้จักแนะนำโรงพยาบาล จองผ่าตัด แล้วอีกหนึ่งเดือนก็ผ่าตัดตรงเลย....ㅋㅋㅋㅋㅋ โชคดีที่สำเร็จ แต่ทุกคนอย่าผ่าตัดแบบนี้นะ.. ไปปรึกษาหลายๆ ที่ให้เต็มที่ก่อนค่อยทำเถอะ....
แล้วถ้าหมอไม่ให้คำตอบและแผนผ่าตัดที่ชัดเจนตอนปรึกษา ก็อย่าผ่าตัดที่นั่น.... ตอนผ่าครั้งแรก เขาบอกว่าจมูกชมพู่ของฉันเป็นจมูกที่แก้ให้ดีขึ้นมากได้ยาก (เหลวไหล คุณหมอที่แก้ให้บอกว่าไม่ใช่จมูกยาก) และแน่นอนว่าจะดีขึ้นกว่าก่อนทำ ฉันเลยเชื่อแล้วทำ สรุปบานแผ่กว่าเดิมㅎㅎㅎㅎ....
ถูกใจ 10