ครั้งแรกทำเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ยุบไปเยอะมาก ครั้งที่สองทำช่วงต้นเดือนมีนาคมค่ะ ตอนนี้ยังมีอาการบวมอยู่ เลยคิดว่าคงต้องรอดูอีกสักสองสามสัปดาห์ ครั้งแรกและครั้งที่สองทำแบบไม่วางยาสลบ เลยลำบากมากเพราะรอยช้ำ เดิมทีไม่ได้สนใจการปลูกถ่ายไขมันเลย แต่ไขมันบนหน้าหายไปเรื่อยๆ และร่องแก้มลึกขึ้น เลยตัดสินใจทำ ตอนนี้ยังไม่ยุบดี เลยยังไม่เห็นลุคที่สมบูรณ์ค่ะ หน้าผากทำออกมาเป็นธรรมชาติดี เส้นสวยแบบไม่มากเกินไป คงต้องรอให้บวมหายก่อนถึงจะรู้ผลลัพธ์ที่แน่นอน..
แต่หลังทำครั้งแรก เขาบอกว่าครั้งที่สองให้ทำหลัง 3 เดือน ฉันเลยอยากจองเดือนมกราคม แต่เขาบอกว่าคนไข้ผ่าตัดครั้งที่สองทำช่วงปลายมกราคม (ช่วงเทศกาล) ถึงต้นกุมภาพันธ์ไม่ได้ จ่ายเงินเท่ากันเพื่อจองครั้งที่สองแท้ๆ เลยรู้สึกงงมาก.. เขาบอกว่าได้เฉพาะคนไข้ผ่าตัดครั้งแรก.. สุดท้ายจองเดือนกุมภาพันธ์ แต่พอโควิดระบาดก็เลื่อน 1 ครั้ง แล้วไปจองเดือนมีนาคม เขาบอกว่าเป็นการเปลี่ยนครั้งสุดท้าย ฉันเลยทำไป หลังผ่าตัดครั้งที่สอง ผู้จัดการไม่โผล่มาให้เห็นเลย วันผ่าตัดก็โทรมาแค่ครั้งเดียวถามว่ากลับบ้านดีไหม แล้วจบ ไปทำเลเซอร์ลดบวม 2 ครั้ง พนักงานเคาน์เตอร์ก็ไม่เป็นมิตรมากๆ ครั้งแรกกับครั้งที่สองต่างกันได้ยังไงขนาดนั้น ฉันจ่ายเงินเองทำศัลยกรรมของตัวเอง และราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ เลยรู้สึกด้วยซ้ำว่าจำเป็นต้องทนบริการแบบนี้เพื่อทำไหม วันผ่าตัดครั้งที่สอง (ตั้งแต่เกิดมา การผ่าตัดหน้าครั้งแรกคือการปลูกถ่ายไขมัน) เขาบอกให้เปลี่ยนแค่ชุดคลุม ฉันเลยเปลี่ยนเป็นกางเกงชั้นในแบบใช้แล้วทิ้ง แต่ยังใส่ชุดชั้นในท่อนบนแล้วนอนบนเตียงผ่าตัด ไม่มีคำอธิบายให้ถอดชุดชั้นในทั้งหมด เลยโมโหมากค่ะ.. พอนอนบนเตียงผ่าตัด พยาบาลตกใจถามว่าใส่ชุดชั้นในอยู่เหรอ แต่ยาชาถูกให้ไปแล้ว.. ผ่าตัดดำเนินต่อ.. นัดสุดท้ายหลังหนึ่งเดือนเพื่อดูผลหลังครั้งที่สอง เพราะฉันอยู่ต่างพื้นที่ เลยบอกว่าจะจองวันเสาร์อาทิตย์ เขาก็บอกว่าเสาร์อาทิตย์ไม่ได้.. ตอนแรกพูดแบบนั้น แล้วทีหลังถึงยอมจองให้แบบเลี่ยงไม่ได้ คุณหมอใหญ่ใจดี แต่พนักงานเคาน์เตอร์ไม่เป็นมิตรมาก เลยมาเขียนโพสต์นี้ค่ะ โรงพยาบาลส่วนใหญ่เป็นแบบนี้กันหมดไหม?
ถูกใจ 0