โพสต์

รีวิวศัลยกรรมตา

โหนกแก้ม 45 องศา + กรอกระดูกคิ้ว + ลดหน้าผาก + ศัลยกรรมร่องแก้มแบบกุ้ยจู๋ + สลายฟิลเลอร์ใบหน้า

โหนกแก้ม 45 องศา + กรอกระดูกคิ้ว + ลดหน้าผาก + ศัลยกรรมร่องแก้มแบบกุ้ยจู๋ + สลายฟิลเลอร์ใบหน้า

เข้าผ่าตัดตอน 11 โมง ลดหน้าผากทำด้วยยานอนหลับ ส่วนที่เหลือทำด้วยยาสลบทั้งตัว แล้วตื่นตอน 6 โมงครึ่ง แต่พอตื่นขึ้นมาปุ๊บ ใบหน้าด้านขวาบวมมากกว่าด้านซ้ายจนลืมตาไม่ได้ แล้วมีอะไรไม่รู้ไหลลงไปหลังคอแบบอึกๆ อยู่เรื่อยๆ เลือดกำเดาใสๆ ก็ไหลตลอด เลยต้องกลับเข้าไปในห้องผ่าตัดอีกครั้ง ทำอะไรบางอย่างอีกครั้งด้วยยานอนหลับ…ฉันก็ไม่รู้ว่าทำอะไร แต่คุณหมอบอกว่าเพราะความดันเลือด ทำให้มีเลือดคั่งหรือมีอะไรบางอย่างสะสมอยู่ (ไม่รู้ว่าอะไร) เลยพากลับเข้าไปห้องผ่าตัดเพื่อตรวจดู และบอกว่าจัดการเรียบร้อยดีแล้ว เขาบอกว่าถ้าปล่อยให้กลับบ้านไปแล้วเกิดปัญหาจริงๆ คงไม่ได้ เลยรีบดำเนินการทันที ตอนต้องกลับไปนอนบนเตียงผ่าตัดอีกครั้ง ฉันกลัวมากจนทั้งตัวสั่น แต่ก็แค่พูดว่า…ฝากด้วยนะคะ แล้วเชื่อใจและนอนลงอีกครั้ง พอลืมตาขึ้นมาอีกที เวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง และครั้งนี้รู้สึกได้ว่าตาขวาก็ลืมได้ใกล้เคียงกับข้างซ้ายแล้ว คุณพยาบาลห้องพักฟื้น และผู้จัดการที่ดูแลฉันก็มา ทั้งที่เลยเวลาเลิกงานไปแล้ว ถามว่าโอเคไหม และบอกว่าฉันคงไปเอายาที่ร้านขายยาไม่ไหว เดี๋ยวเธอไปแทนให้ เธอเอาบัตรในล็อกเกอร์ของฉันไป รับยาให้ แล้วก็เอากลับมาเก็บใส่ไว้อย่างดีเหมือนเดิม คุณพยาบาลถามบ่อยๆ ว่ามีอะไรไม่สบายไหม พอบอกว่าคลื่นไส้ เธอก็บอกว่าจะฉีดยาให้เพื่อกดอาการนั้น แล้วก็ไป ตอนนั้นผู้จัดการกลับมาอีกครั้ง เพราะฉันไม่มีผู้ปกครองที่มาด้วย ถ้าตอนนี้ลุกไหว เธอบอกว่าระหว่างกลับบ้านจะช่วยพยุงให้ แล้วถามว่าฉันจะไปตอนนี้ไหม แต่ฉันต้องฉีดยาก่อน เลยบอกให้เธอกลับไปก่อน ส่วนฉันอยู่ในห้องพักฟื้นต่อประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วค่อยกลับมา

คุณพยาบาลให้ฉันนั่งบนเตียง แล้วอธิบายอย่างละเอียดว่าหลังผ่าตัดโหนกแก้มต้องสูดน้ำมูกเข้าไปอย่างไร ทั้งท่าทางและวิธีการ (ห้ามสั่งน้ำมูกเด็ดขาด ต้องสูดเข้าไป) ก่อนกลับ เธอยังเอาโทรศัพท์ฉันไปสแกนคิวอาร์โค้ด แล้วบอกให้ดูวิดีโอที่อัดวิธีสูดจมูก และต้องทำบ่อยๆ ฉันขอบคุณมาก และขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่ เลยกอดเธอ คุณพยาบาลก็กอดฉันกลับ..

ที่พักฉันจอง Airbnb ใกล้ๆ ไว้ เพราะตั้งใจว่าจะไปๆ กลับๆ โรงพยาบาลแถวนี้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพราะงั้นนี่คือรีวิววันผ่าตัดที่เขียนหลังเข้าที่พักมาได้ 2-3 ชั่วโมง…

อาจเพราะฤทธิ์ยาที่ได้รับจากโรงพยาบาล ตอนนี้ยังไม่ค่อยรู้สึกว่าเจ็บหรือเปล่า แต่แถวหน้าผากรู้สึกตุบๆ เหมือนจะเจ็บแต่ยังไม่เจ็บ แล้วปากอ้ากว้างกว่าที่คิดพอสมควร ประมาณหนึ่งนิ้ว? ฉันนึกว่าแค่นี้ก็อ้าไม่ได้แล้ว

อ้อ แล้วสิ่งที่เจ็บกว่าบริเวณผ่าตัดคือคอ เขาบอกว่าจากการดมยาสลบทั้งตัว เส้นเสียงอาจบาดเจ็บหรือมีอาการเจ็บคอได้ ซึ่งจริงๆ ก็เจ็บนิดหน่อย^^ เป็นความรู้สึกแบบไหนนะ เหมือนเวลาคออักเสบ ตรงส่วนระหว่างคอกับรูจมูกน่ะ รู้ใช่ไหม? แถวๆ ลิ้นไก่ ตรงนั้นแสบๆ ระคายๆ เหมือนเป็นหวัดลงคอหนักมาก

เขาบอกว่าในปากจะแห้งมาก ฉันเลยเตรียมเครื่องทำความชื้นมินิ หมวกบักเก็ตสำหรับคนหัวโต และหน้ากากไซซ์ใหญ่พิเศษมาด้วย แต่ทุกคน….ไม่พอดีสักอย่าง หน้าผากพันผ้าพันแผลไว้ วางผ้าก๊อซบนเทปบริเวณผ่าตัด แล้วใส่สายรัดหน้า พอจะใส่หมวกออกไป หมวกใส่ไม่เข้า…… ฉันตั้งใจสั่งซื้อหมวกสำหรับคนหัวโตจาก Coupang มาแท้ๆ!!!! ถ้าไม่ได้ใส่เสื้อฮู้ดซิปมาด้วย ฉันคงได้เดินถนนกลางคืนของนนฮยอนในสภาพเหมือนปีศาจแน่

วางหมวกไว้แบบลวกๆ วางหน้ากากไว้แบบลวกๆ คลุมด้วยเสื้อฮู้ดซิป แล้วแทบจะขึ้นแท็กซี่มาถึงที่พักได้….. แต่พอคนที่กำลังคุยกันเสียงดังเดินผ่านข้างๆ ฉันก็เงียบลงนะ แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ พอฉันยุบบวมแล้วพวกเขาก็จำไม่ได้อยู่ดี อ้อ แล้วเครื่องทำความชื้นยังไม่ได้ใช้ ไม่แห้งอย่างที่คิด อาจเพราะเลือดกำเดาไหลมั้ง

เขาบอกว่าเพราะเลือดหรือน้ำมูกอาจคั่งแล้วทำให้เกิดการอักเสบได้ จึงต้องก้มศีรษะ 90 องศาบ่อยๆ เก็บคางแล้วมองลงล่าง ปิดจมูกสองข้างสลับกันพร้อมสูดจมูก ทำท่านี้บ่อยๆ เป็นเวลา 1 เดือน ใช่ไหม? ตอนนี้เขาบอกว่าก้มศีรษะได้ไม่เป็นไร แต่ไม่รู้เพราะอย่างนั้นหรือเปล่า ทุกครั้งที่ทำเลือดกำเดาก็พุ่ง ไม่รู้สิ~เขาให้ทำก็ทำ พรุ่งนี้ไปถามแล้วกัน เพราะเขาบอกว่า 2-3 วันแรกจะมีเลือดกำเดาไหล

ฉันคิดแบบนี้นะ ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล หรือผู้จัดการของโรงพยาบาล วันหนึ่งพวกเขาคงเจอคนไข้เยอะมากแค่ไหน พวกเขาทำเต็มที่ แต่ก็อาจมีตอนที่ไม่เป็นไปด้วยดี..(ซึ่งทุกคนก็คงหวังว่าอย่าให้คนนั้นเป็นฉัน) แต่ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น ท่าทีที่พยายามรับผิดชอบและทำให้กลับคืนมาให้ได้ไม่ว่ายังไง…? แค่เห็นแบบนั้น ถึงวันนี้ฉันจะนอนบนเตียงผ่าตัดสองครั้ง แต่ก็ไม่โกรธ แต่สิ่งหนึ่งที่เสียดายคือ อยากให้บอกอย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น..คงเพราะกลัวฉันกังวล โมโห แล้วโวยวายสินะ ข้างเตียงก็มีคนไข้อีกคนอยู่ด้วย แต่โชคดีที่กลับมาเหมือนข้างซ้ายแล้ว ฉันก็โอเค

อ้อ แต่หน้าบวมแบบจริงจังมากกกกกกกกก ทุกคน ฉันสูง 162 น้ำหนัก 43 นะ? เนื้อหน้าก็ไม่ได้เยอะ ตาก็เป็นตาสองชั้น แต่ตอนนี้หน้าฉันเป็นยังไงน่ะเหรอ เหมือนในแมตช์ UFC ที่โดนต่อยแค่หน้าอย่างหนักมาก

ฟิลเลอร์ก็เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ฉันฉีดปากเยอะเกินมากจนเป็นปากเป็ดใช่ไหม? ฉันขอร้องให้สลายออกให้หมดอย่างสะอาด เลยไม่รู้เพราะงั้นหรือเปล่า ตอนนี้ปากก็บวมมากด้วย.. พูดตรงๆ อยู่ที่พักคนเดียวก็แอบกลัว แต่ต่อให้มีใครเข้ามาที่นี่ เห็นหน้าฉันแล้วคงตกใจวิ่งหนีไปเลย

ผ้าพันหน้าผากเขาบอกว่าต้องพันไว้ถึงวันที่ 2 ตอนนี้เลยอยู่ในสภาพเท่มาก มีผ้าพันแผลและเทปบนหน้า ตาก็ปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางสภาพนี้ ชีวิตฉันที่ยังเขียนโพสต์ในชุมชนนี้อยู่คือตำนานจริงๆ

พูดตรงๆ เมื่อกี้ส่องกระจกแล้วก็เสียใจนะ ฉันทำไปทำไม..ฉันบ้าไปแล้ว ทุกคนก็บอกว่าอย่าทำ แต่ตอนนี้ก็ไม่แน่ใจแล้ว หน้าเดิมของฉันค่อนข้างมีสันและเป็นเหลี่ยมมุมเยอะ ได้ยินคนบอกว่าดูแรงมามากจนไม่สะเทือนแล้ว บางคนบอกว่าหน้าเหมือนนักร้อง Ali แน่นอนว่าคุณ Ali ก็สวย แต่ห่างจากหน้าตาที่ฉันต้องการมาก เลยค่อนข้างเครียดกับเรื่องนั้น สุดท้าย ต่อให้ทุกคนบอกว่าตอนนี้ก็สวยแล้ว อย่าทำเลย แต่ถ้าตัวฉันเครียด ก็คงต้องทำอยู่ดี ถ้าย้อนกลับไปเช้าวันนี้อีกครั้ง ฉันก็คงนอนบนเตียงผ่าตัดเหมือนเดิม และขอให้ผลออกมาดีเถอะ ทำได้แค่เชื่อเท่านั้น

รีวิววันผ่าตัดมีแค่นี้ ต่อไปจะมาอัปรีวิวเป็นระยะๆ นะ!

อ้อ แล้วความพึงพอใจต่อโรงพยาบาล สำหรับฉันตอนนี้คือ 9 เต็ม 10 แม้จะมีเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การรับมือของคุณหมอและคุณพยาบาลดีมาก อีกสองสัปดาห์ข้างหน้าต้องไปโรงพยาบาลหลายครั้ง ทุกครั้งจะเขียนรีวิว และจะให้คะแนนของวันนั้นไว้ด้วย

P.S- คนที่เคยดมยาสลบทั้งตัวน่าจะรู้ ปัสสาวะออกยาก ท้องป่องแน่นและเหมือนปวดปัสสาวะ แต่พอนั่งบนชักโครกจริงๆ ปัสสาวะกลับไม่ออก ทุกคนเตรียมใจไว้.. ตัวบวมแน่นมากๆ ใส่เสื้อผ้าสบายๆ ไปนะ

รีวิวนี้เป็นรีวิวผ่าตัดที่มุ่งสู่ความงามแบบธรรมชาติ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้