โพสต์

รีวิวศัลยกรรมหน้าอก@breast-review

รีวิวการผ่าตัดหน้าอกและการเอาออก

*เอาข้อความที่ฉันเคยโพสต์ไว้ในคาเฟ่อื่นมาคัดลอกมาเพื่อแชร์ข้อมูลค่ะ*

ฉันใส่ซิลิโคนทรงหยดน้ำผิวทราย ขนาดประมาณ 320cc (สองข้างไม่เท่ากัน แต่จำได้ไม่แน่ชัด) ในปี 2012 โดยจำชื่อบริษัทผู้ผลิตไม่ได้ และเอาออกในช่วงหน้าร้อนปี 2016 ตอนครบ 5 ปีพอดี

ตอนนี้ก็ผ่านมาตั้ง 3 ปีแล้วนับตั้งแต่เอาออก ใส่และเอาออกทั้งหมดทำผ่านทางรักแร้ค่ะ แผลเป็นไม่รุนแรง แต่ถ้าเป็นคนที่เคยผ่าตัดมาก่อนก็น่าจะพอดูออก..?

เหตุผลที่เอาออกคือเกิดพังผืดรัดตัวแบบล่าช้าค่ะ

ก่อนอื่น ตอนนั้นฉันโดนคำพูดของคุณหมอที่ว่า ถ้าจะทำทั้งทีต้องใส่ให้ใหญ่ที่สุดจะได้ไม่เสียดาย และซิลิโคนทรงหยดน้ำมีรูปทรงอยู่แล้ว ต่อให้ใส่เต็มที่ก็ไม่ดูไม่ธรรมชาติ ทำให้ลังเลแล้วเลือกใส่ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ใส่ได้ แล้วฉันก็เสียใจกับมัน และตอนนี้ก็ยังเสียใจอยู่ (ไม่ได้จะโทษคุณหมอนะคะ สุดท้ายคนตัดสินใจก็คือฉันเอง)

ตอนแรกฉันดีใจมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ที่มีหน้าอกซึ่งเป็นความเครียดมาตลอดชีวิต ช่วงพักฟื้นจะเจ็บหรือขยับลำบากอะไรพวกนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเลย ฉันสูง 165 และเป็นคนตัวค่อนข้างใหญ่ ถ้าจะไม่มีหน้าอกก็ต้องผอมบางตัวเล็กน่าทะนุถนอม หรือถ้าจะตัวใหญ่และหนาก็ควรมีหน้าอกมาด้วย ฉันรู้สึกว่ามันไม่แฟร์มาก ยิ่งฉันหน้าอกไก่และหน้าอกห่าง ต่อให้ดันรวมไว้ด้วยบราก็ตาม พอยกแขนทีเดียวทุกอย่างก็สลาย~~~~ ไปหมดเลย

แต่หลังผ่าตัดก็มีปัญหาหลายอย่างค่ะ

1. พอพ้นช่วงบวมแล้ว หน้าอกส่วนบนไม่ยุบลงมาเลย ไม่เห็นทรงหยดน้ำเลย และถ้ามองด้านข้าง หน้าอกส่วนบนดูใหญ่กว่าส่วนล่างอีก ฉันไปโรงพยาบาลเพื่อปรึกษา เขาก็บอกว่าทำได้ดีแล้ว ไม่มีปัญหา เพราะหัวนมเดิมอยู่ต่ำ แถมพื้นที่ในโพรงหน้าอกที่ขยายได้ก็ค่อนข้างแคบ และเพราะผิวหนังมีความยืดหยุ่นดีเลยเป็นแบบนั้น.. ฉันก็ใส่สายรัดช่วงบนอย่างขยันมาก แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นมาก แม้เวลาจะผ่านไปก็พอดีขึ้นบ้าง แต่ความนูนด้านบนก็ไม่หายไปอยู่ดี

แย่ไปกว่านั้น เส้นฐานเต้านมซ้ายขวาก็ต่างกัน ทำให้ระดับหัวนมก็ต่างกันด้วย ดังนั้นความนูนด้านบนฝั่งซ้ายจึงยิ่งชัด และหน้าอกซ้ายยังดูเหมือนซิลิโคนทรงหยดน้ำหมุนด้วย พอฉันพูดถึงปัญหานี้ เขากลับบอกว่าเป็นเพราะระดับหัวนมฉันเดิมไม่เท่ากัน แต่ถ้าอย่างนั้นก็ควรผ่าตัดเพื่อปรับให้ตรงกัน หรืออย่างน้อยก่อนผ่าตัดก็น่าจะถามฉันไว้ล่วงหน้าว่าจะจัดการอย่างไรไหม..ㅎㅎ

มีความนูนด้านบน แต่ระดับหัวนมต่ำ ดังนั้นถ้ามองจากด้านข้าง หัวนมจึงไม่ได้อยู่ตรงจุดที่สูงที่สุดของหน้าอก แต่ไปอยู่ในบริเวณที่เป็นเงา

ฉันเลือกใส่ซิลิโคนทรงหยดน้ำเพราะอยากได้ทรงหยดน้ำ แต่กลับไม่เห็นทรงแบบนั้นเลย ถ้าอยากให้ดูธรรมชาติ เวลายืนหน้าอกควรหย่อนลงมานิดหนึ่ง แล้วเนื้อใต้หน้าอกควรมีการพับหรือย่นบ้าง แต่ของฉันคือเนื้อแทบไม่แตะกันเลย 1 มิลก็ไม่มี มันเป็นหน้าอกที่ตึงเปรี๊ยะ~~~ เปรี๊ยะ~~~ จนเต็มขึ้นมาถึงส่วนบนเลย

2. หน้าอกที่ใส่เต็มที่แน่นมาก จนเกือบครึ่งปีฉันปวดด้านนอกของหน้าอก (ด้านข้างลำตัว) กับหัวนมมาก จนไม่ต้องพูดถึงการจับเลย แค่ใส่บราเองยังลำบาก (เหมือนผิวหนังถูกยืดเลยเป็นแบบนั้น) เวลาเป็นไข้แล้วเอามือแตะผิวหนังจะขนลุกและแสบ ๆ ปวด ๆ ทำนองนั้น ความเจ็บแบบนั้นเป็นอยู่นานมาก

ฉันเป็นคนค่อนข้างทน จึงคิดว่าเดี๋ยวเวลาผ่านไปก็คงดีขึ้น และสุดท้ายมันก็ดีขึ้นจริง ๆ แต่จนถึงตอนที่เอาออกแล้ว ความรู้สึกของหัวนมก็ยังไม่มีเลย ใครมาจับก็ (*-_-*) ยังไม่ค่อยรู้สึก สิ่งเดียวที่ยังพอรับรู้ได้คือความเจ็บ ซึ่งเป็นความรู้สึกเจ็บยังคงอยู่ เส้นประสาทที่ขาดไปแล้วแบบถาวรจะไม่กลับมาฟื้นแน่นอน

3. ปกติฉันใส่ไซซ์ 55 ครึ่งถึง 66 อยู่แล้ว แต่เพราะหน้าอกต้องใส่ 77 ก็เป็นความเครียดเหมือนกัน มันไม่ใช่แค่หน้าอกใหญ่ขึ้นนิดเดียวบนร่างกายของฉัน แต่ขนาดมันต่างไปเลย และเดิมทีฉันก็เป็นคนตัวใหญ่ พอทำหน้าอกให้ใหญ่ที่สุดแล้ว การหาชุดที่ใส่พอดีจึงยากมากเป็นอันดับแรก (ตอนนั้นยังไม่มีร้านไซซ์ใหญ่เยอะเหมือนตอนนี้ด้วย)

พอมาคิดย้อนดูแล้ว มันเป็นการผ่าตัดที่ไม่ได้คำนึงถึงรูปร่างของฉันหลาย ๆ อย่างเลย ถึงอย่างนั้นฉันก็มีหน้าอกแล้ว และฉันก็ไม่ใช่คนที่คิดมากอะไร เลยใช้ชีวิตแบบนั้นอยู่หลายปี แต่แล้วอยู่ ๆ ความนูนส่วนบนของหน้าอกซ้ายก็ดูเหมือนจะยิ่งชัดขึ้นเรื่อย ๆ ฉันเลยคิดว่าได้เวลาตรวจเช็กเพราะผ่าตัดมานานแล้ว ควรไปอัลตราซาวนด์ดูสักหน่อย พอไปก็พบว่า ตรงตำแหน่งที่ฉันรู้สึกว่าผิดปกติ พอดีกลายเป็นมีการอักเสบ มีน้ำคั่งอยู่ และพังผืดรัดตัวก็กำลังดำเนินอยู่

พอเป็นแบบนั้นก็เลยคิดว่าจะทำอย่างไรดี มีคนบอกว่าที่บุนดังมีโรงพยาบาลชื่อ ㄷㅇ ซึ่งดังเรื่องผ่าตัดแก้พังผืดรัดตัว ฉันเลยไปปรึกษา แต่คุณหมอบอกว่าไม่ได้รุนแรงมาก และถ้าจะผ่าตัดแก้ ต้องเปิดโพรงเดิมไว้แล้ว แถมเนื้อเยื่อบางส่วนจะสูญเสียไประหว่างการเอาออกด้วย ดังนั้นอาจต้องใส่ซิลิโคนที่ใหญ่กว่าเดิม หรืออย่างน้อยขนาดเล็กสุดที่ใส่ได้ก็คือขนาดปัจจุบัน จึงยากที่จะลดความไม่สบายที่ฉันรู้สึกลงได้ ท่านจึงแนะนำว่าให้ลองรักษาด้วยยาและพยายามควบคุมไว้ให้ได้มากที่สุดจะดีกว่าไหม (คุณหมอใจดีมากและให้คำปรึกษาอย่างเป็นมนุษย์มาก แม้ฉันจะไปแค่ปรึกษาอย่างเดียวก็ยังรู้สึกขอบคุณมาก หลังจากโพสต์แล้วฉันลองค้นดู โรงพยาบาลดูเหมือนยังมีอยู่ แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกลับแทบไม่ขึ้นเลย)

พอมาคิด ๆ ดู ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าอาจเป็นการฝืนยัดตัวเองเข้าไปในเสื้อผ้าที่ไม่เข้ากับฉันหรือเปล่า ต่อให้ผ่าตัดแก้ หรือพยายามควบคุมการอักเสบครั้งนี้ ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะไม่เกิดปัญหาเดิมขึ้นอีก

ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเอาออก และเอาออกที่โรงพยาบาลเดิมที่เคยผ่าตัด (คุณพยาบาลประสานงานดูเสียใจมาก) อ้อ จำได้ว่าไม่ต้องลอกพังผืดออกก็ได้เลยไม่ได้ทำ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกัน

รีวิวหลังเอาออกค่ะ

1. ทันทีหลังผ่าตัด รู้สึกว่าร่างกายเบามาก อาการปวดไหล่ก็หายไปเลยทันที ช่วงพักฟื้นก็ไม่ยาวเหมือนตอนใส่ซิลิโคน รู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นร่างกายของตัวเองจริง ๆ

2. ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าตอนก่อนผ่าตัด ตอนแรกคิดว่าบริเวณที่เคยมีซิลิโคนคงถูกพันกดไว้จนแบน! แล้วจบไป แต่เนื้อกลับค่อย ๆ เติมเข้ามา พอประมาณ 3 เดือนก็ถึงขั้นใส่บราเอเมฟิลชูโมริแล้วมีร่องอกแล้ว (ก่อนผ่าตัดยังทำไม่ได้เลย) ตลกคือความนูนด้านบนกลับยิ่งชัดกว่าเดิม รูปทรงก็ยิ่งไม่สวยกว่าเดิม และสุดท้ายฝั่งซ้ายที่เคยอักเสบตอนนี้กลับใหญ่กว่าอีก คงเป็นเพราะตรงนั้นยืดออกเพิ่มตามการอักเสบนั่นแหละ ㅋㅋㅋ

แต่รูปทรงไม่สวยเลย และเพราะโพรงหน้าอกเปิดมาถึงด้านข้างลำตัวด้วย เส้นแบ่งระหว่างเนื้อรักแร้กับหน้าอกจึงแทบไม่มีเลย แล้วก็ตกลงมาเยอะมากㅋㅋㅋ ไม่มีหน้าอกส่วนบนเลย แต่เนื้อไปรวมกันที่ด้านล่าง กลายเป็นหน้าอกหย่อนคล้อยชัด ๆ แบบนั้นเลยㅋㅋㅋ

พอไปซื้อบราก็ไม่ต้องการอะไรที่ดันหรือเก็บทรงเป็นพิเศษ แค่ขอให้รองรับหน้าอกฉันได้ดีก็พอแล้ว แต่เพราะพื้นที่หน้าอกกว้างมาก ถ้วยควรขึ้นไปถึง C-D แต่ความจุมันไม่พอ พอใส่บราเสริมก็ยังว่างโหวงอยู่ สรุปคือพอซื้อบรามาใส่แล้ว รู้สึกเหมือนกำลังโกหกคนอื่นด้วยบราดันทรงอย่างยิ่งยวดㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ ช่วงนี้เลยใส่แต่บราลเล็ต และถ้าวัดจากรอบอกใต้ราวกับรอบอกบนอย่างเดียว ก็ประมาณ 80 B~C ค่ะ

แค่มือรวบเข้าหากันก็ดูอวบอิ่มและสวย แต่พอปล่อยมือ...

3. ข้อดีที่ฉันชอบที่สุดคือ หน้าอกนิ่มมาก.. แล้วก็บอุ่นด้วย พอฉันรู้สึกได้เรื่องนี้ก็เกือบร้องไห้ออกมา มันแบบ.. ตอนนี้นี่แหละถึงเป็นร่างกายของฉันจริง ๆ ㅎㅎ

ตอนที่มีซิลิโคน มันแข็งและเย็น แต่เอาจริง ๆ ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้รู้สึกชัดนัก แต่พอเอาออกแล้ว หน้าอกที่มีแค่ผิวหนังของตัวเองล้วน ๆ มันอุ่นและนิ่มมาก และฉันชอบมาก อยู่บ้านคนเดียวก็ยังจับเล่นไปมาได้ ㅎㅎㅎ

ดังนั้นถ้าถามว่าฉันเสียใจกับการผ่าตัดตัวมันเองไหม ฉันไม่เสียใจนะคะ

แม้จะเสียเงินไปมากกว่าล้านวอนและต้องลำบากหลายอย่าง แต่ฉันก็ได้ใช้ชีวิตเป็นคนที่มีหน้าอกอยู่หลายปีในชีวิต ซึ่งฉันมีความสุขมาก จริง ๆ หน้าอกมันใหญ่เกินไปจนแม้จะใส่บิกินีคอฮอลเตอร์แบบไม่มีโครง หรือแปะแค่แผ่นปิดหัวนม ฉันก็ยังถ่ายรูปออกมาได้รูปทรงสวยด้วยㅋㅋㅋㅋ

คนรอบตัวที่อยากทำหน้าอกมักถามฉันอยู่บ่อย ๆ เพราะฉันทั้งเคยใส่และเอาออกแล้ว ว่าคิดอย่างไร ฉันเลยบอกว่า ถึงจะต้องลำบาก เจ็บ มีแผลเป็น และอาจเผชิญกรณีเลวร้ายที่ผิดพลาดยิ่งกว่าฉันก็เถอะ ถ้าต้องเลือกระหว่างอยู่โดยไม่มีหน้าอก กับการตายระหว่างผ่าตัดแต่ได้ตายไปพร้อมกับมีหน้าอกอยู่ ฉันอยากเลือกแบบหลัง (ฉันคิดแบบนี้เลยถึงตัดสินใจผ่าตัด) ถ้ามีสภาพแวดล้อมพร้อม ก็ต้องลองทำในสิ่งที่อยากทำสักครั้งในชีวิต

แต่ฉันก็ยังเสียดายนะว่าถ้าตอนแรกทำให้เล็กลงและเป็นธรรมชาติกว่านี้สักหน่อยก็คงจะดีกว่า ถ้าเป็นแบบนั้น ความพอใจของฉันก็น่าจะสูงกว่านี้ และถ้าเกิดพังผืดรัดตัวหรืออักเสบขึ้นมา ฉันอาจจะยอมผ่าตัดแก้ก็ได้

+ อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง!

แม่ของฉันก็เคยทำไขมันเติมหน้าอกเพราะมีปมด้อยเหมือนกัน แต่ฉันอยากแนะนำว่าให้ใส่ซิลิโคนดีกว่าทำไขมันค่ะ แค่บริเวณที่ดูดไขมันก็ต้องใส่ชุดกดกระชับทั้งตัวและลำบากจริง ๆ ได้ยินว่าการดูดไขมันทำดี ๆ แล้ว แต่ต่อให้ไปหาที่เก่งก็ยังมีโอกาสเป็นคลื่นเป็นปุ่ม และบริเวณที่ดูดไขมันเพื่อใช้ในการผ่าตัดยิ่งเป็นปุ่มเป็นคลื่นมากกว่าอีก ถึงอย่างนั้นอัตราการติดก็ต่ำ สุดท้ายตอนนี้ก็ไม่เหลืออะไรเลย (ต๊าดา-)

ยิ่งตอนนี้อายุก็มากแล้ว พอไปตรวจมะเร็งเต้านม พบว่ามีก้อนหินปูนถึง 7 ก้อนจากไขมันที่ไม่ละลายและไม่ยึดติดกลายเป็นพังผืดแข็งตัวรวมกันอยู่ (ตอนแรกนึกว่าเป็นก้อนเนื้อ ถึงขั้นต้องตรวจละเอียดทั้งหมด) และยังได้ยินมาว่าแม้วันหนึ่งจะเกิดมะเร็งเต้านมจริง ๆ หรือมีก้อนขึ้นมา เพราะมีไขมันที่มีความหนาแน่นต่างกันปนกันอยู่แบบนั้น การผ่าตัดเองก็จะยากมากด้วย!

หวังว่าจะช่วยเป็นข้อมูลให้คนที่กำลังคิดหลาย ๆ เรื่องได้บ้างนะคะ ขอบคุณที่อ่านค่ะ!

ถูกใจ 15

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้