ฉันเป็นเคสจัดฟันแบบถอนฟัน เพราะมีภาวะสบฟันผิดปกติรุนแรงมาก และมีพื้นที่เหงือกไม่พอสำหรับจำนวนฟันที่มีอยู่ ฟันเขี้ยวก็รุนแรงมาก และปากยังยื่นไปข้างหน้าด้วย
การจัดฟันใช้เวลารวมประมาณ 3 ปี ตอนเริ่มแรกได้ยินว่าขั้นต่ำประมาณ 2 ปีแล้วถึงเริ่มทำ แต่สุดท้ายก็ยาวกว่านั้น
ช่วงไม่กี่เดือนแรกของการจัดฟัน ฟันเคลื่อนเยอะมาก และตามมาด้วยความเจ็บปวดมากเช่นกัน โดยเฉพาะ 1 สัปดาห์แรกหลังติดเครื่องมือ แค่ฟันแตะกันนิดเดียวก็เจ็บมากจนแทบทนไม่ไหว... หลังจากนั้นอาจจะเริ่มชินแล้ว ก็เลยแทบไม่เคยเจ็บถึงขั้น “เจ็บจะตาย” อีกเลย
ถ้าพูดถึงผลลัพธ์อย่างเดียว ตอนนี้ฟันเรียงสวยมากและสบฟันก็เข้ากันดี พอเทียบรูปก่อน-หลังก็ถึงกับตกใจเลย ㅎㅎㅎ
แต่ข้อเสียก็ไม่อาจมองข้ามได้.. อย่างแรกคือเกิด black triangle เยอะมาก ดังนั้นข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดคือ ต้องใส่ใจดูแลเหงือกเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เศษอาหารก็ติดง่าย และเคยได้ยินมาว่าเหงือกที่ยุบลงไปแล้วจะไม่งอกกลับมา เลยกังวลว่าถ้าโตขึ้นแล้วอาการแย่ลงจะทำยังไง แต่ปัญหาเหงือกก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน บางทีฉันอาจจะโชคร้ายมากก็ได้...ㅎㅎ
นอกจากนี้ การต้องใส่ใจรีเทนเนอร์ไปตลอดชีวิตก็เป็นข้อเสียเล็กๆ(?) อีกข้อ
ปกติฉันเป็นคนค่อนข้างปล่อยๆ และเป็นเคสที่จำเป็นต้องจัดฟันอยู่แล้ว เลยไม่เสียดาย แต่ถ้าคนอื่นจะจัดฟันเพราะเหตุผลด้านความสวยงามอย่างเดียว ฉันไม่ค่อยแนะนำแบบระวังๆ ค่ะ ㅎㅎ ฟันและเหงือกของพวกเรามีค่ามากจริงๆ.....