เข้าผ่าตัดประมาณบ่าย 1 วันที่ 16 มกราคม (เดิมทีเป็นเที่ยง แต่ผลตรวจเลือดออกช้าเลยได้ทำประมาณบ่าย 1) ตอนนี้วันที่ 5 แล้วค่ะ! ตอนนี้ย้อนคิดดูแล้วยังสงสัยว่าตัวเองเอาความกล้าจากไหนไปผ่าตัดㄷㄷ ตอนนี้ยังมีบวมอยู่เลยยังไม่รู้แน่ชัดว่าทำออกมาดีไหม (หน้าบวมป่องจนมองไม่เห็นไลน์) แต่นอกจากบวมแล้วตอนนี้ยังไม่มีอะไรไม่สะดวก และไม่เจ็บเท่าที่คิด เลยรู้สึกโล่งใจค่ะ
ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ฉันก็ได้รับความช่วยเหลือจากคาเฟ่มาเยอะ เลยมาแชร์รีวิวค่ะ!
1. การเลือกโรงพยาบาลเพื่อปรึกษา (ความปลอดภัย > ราคา)
ฉันอยู่ต่างจังหวัดและไม่สามารถลาพักร้อนได้ตามใจ เลยค้นหาทางอินเทอร์เน็ตเยอะมาก ต้องเลือกและกลับมาให้ได้ภายในวันเดียว เลยค้นไปคัดไป คัดแล้วคัดอีก แล้วตั้งใจว่าไปดูแค่สองที่พอ!
ดังนั้นที่เลือกคือสองโรงพยาบาลที่แพงกว่าที่อื่นแต่มีความปลอดภัยสูง ที่หนึ่งเป็นที่ที่อยากไปดูมานานแล้ว อีกที่รีวิวดี เลยใส่ไว้ในรายชื่อปรึกษา
2. การตัดสินใจเลือกโรงพยาบาล
ไปปรึกษามาทั้งสองที่ เนื้อหาการปรึกษาของโรงพยาบาลแรกกับโรงพยาบาลที่สองคล้ายกันค่ะ โหนกแก้มไม่ได้ใหญ่ แต่หน้าค่อนข้างกว้างและมีกรามเหลี่ยม คุณหมอทั้งสองท่านแนะนำทำ 3 จุด คางหน้าถ้าไม่ทำได้ก็อยากไม่ทำ แล้วทำเป็นเส้นโค้งยาว แต่คุณหมอบอกว่าคางกว้างทำด้วยจะดีกว่า เลยตัดสินใจทำ 3 จุด เนื้อหาปรึกษาของทั้งสองท่านคล้ายกัน แต่เหตุผลที่เลือกโรงพยาบาลตอนนี้คือความต่างของความมั่นใจของคุณหมอ ที่โรงพยาบาลแรก แม้จะอธิบายอยู่แต่รู้สึกเหมือนถอยนิดๆ? (พูดให้ดีคือรอบคอบ) ส่วนที่โรงพยาบาลที่สอง คุณหมอแสดงความมั่นใจว่า “จะผ่าตัดแบบนี้ และจะได้รูปหน้าแบบนี้!” ฉันคิดว่าคงมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่ส่วนตัวชอบคนที่มั่นใจในสาขาของตัวเอง เลยเลือกแบบหลังค่ะ
(บริการดีทั้งคู่ แต่โรงพยาบาลที่สองบอกว่าจะทำ Shurink ให้ด้วยค่ะ!)
3. หลังผ่าตัด
1) วันแรก
นอนบนเตียงผ่าตัดแล้วคิดว่า “ฉันกำลังทำอะไรอยู่แบบไม่กลัวอะไรเลย..” จากนั้นก็หลับไป แล้วการผ่าตัดก็เสร็จแล้วค่ะ ตื่นมาเจอตัวเองนอนอยู่ในห้องพักฟื้นพร้อมถือปุ่มเรียก? ไว้ในมือ
พอตั้งสติได้หน่อยก็ย้ายไปห้องพักผู้ป่วยส่วนตัวของตัวเอง
(ฉันเคยไปแค่ห้องพักที่นี่เลยไม่รู้เทียบกับที่อื่น แต่สะอาดและสบายมาก แนะนำสุดๆ!) เพราะฉันขี้กลัว เลยนอนจับมือพยาบาลแล้วน้ำตาคลอ พยาบาลก็ปลอบและตบเบาๆ บอกว่าทำออกมาดีแล้ว ถ้าเห็นหน้าแม่ทันทีคงเกือบร้องไห้ㅠㅠ
กดปุ่มเรียกแล้วมาทันที เลยรู้สึกอุ่นใจขึ้นนิดหน่อย ส่งรูปปัจจุบันให้ครอบครัว ดูทีวี เหม่อ หลับๆ ตื่นๆ นอน อาเจียน แล้ววันแรกก็ผ่านไป อยากดื่มน้ำมากๆ แล้วในทีวีก็มีโฆษณาโคล่าให้เห็นตลอด ทรมานมาก แต่ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงห้ามดื่มน้ำ เพราะดื่มไปก็อาเจียนออกมาแล้วจะยิ่งทรมานกว่าเดิม..
ขอให้ทิปไว้ก่อนหนึ่งอย่าง... ต้องขับแก๊สยาสลบออกให้หมดแล้วค่อยนอนนะคะ... ฉันหลับไปทั้งที่ยังขับแก๊สยาสลบออกไม่หมด ตอนเช้ามืดเลยทรมานจนกดติ๊งต่องๆ หลายรอบㅠㅜ แล้วเขาบอกว่าถ้าฉีดยาห้ามเลือดจะคลื่นไส้ขึ้นมา ไม่กี่วินาทีก็ขึ้นมาจริงๆ ไม่รู้ว่าจะมีคนอาเจียนง่ายเหมือนฉันอีกไหม (ปกติเมารถหนัก และอาเจียนง่าย) ถ้าเป็นคนแบบฉัน ขอถังอาเจียนไว้เลยค่ะ!
2) วันที่สอง
วันที่สองเอาสายระบายเลือดออก อาจเพราะวันก่อนฉันกดติ๊งต่องๆ เยอะมาก เลยได้ถอดเป็นคนแรก (ถึงยังไงวันหนึ่งคุณหมอผ่าตัดแค่สองคน ก็เลยเป็นที่หนึ่งในสองคน...ㅋㅋ)
ได้ยินว่าจะเจ็บเลยเกร็งนิดหน่อย แต่ยังไม่ทันเกร็งมากก็ถูกดึงออกพรืดเดียว มากกว่าความเจ็บคือดีใจที่คิดว่า ทีนี้ดื่มน้ำได้หรือยังนะ ตอนเดินเล่นหน้าห้องพัก แม่ก็มารับ รับข้อควรระวังกับยาแล้วกลับบ้านค่ะ แน่นอนว่าพอเห็นหน้าแม่ก็น้ำตาจะไหล.. วันก่อนแม่มาแล้วบอกว่าจะอยู่ด้วย แต่ที่ห้องพักพอสามทุ่มผู้ปกครองต้องออกไป เขาเลยมาวันถัดไปค่ะ!
กลับถึงบ้านแล้วเอนตัวพักอยู่ ครอบครัวเลิกงานกลับมาพร้อมซื้อเครื่องดื่มสารพัดมาให้ แต่ถึงวันที่สองฉันดื่มแค่น้ำ เลยมีประโยชน์มาก! (คอเจ็บมากๆๆๆ เจ็บคอจนไม่คิดว่าหิวเลย คิดถึงแต่น้ำกับเครื่องดื่ม ต้องมีอะไรดื่มเยอะมาก!!) นอกจากคอก็ไม่มีที่ไหนเจ็บ ทุกคนบอกว่าบวมน้อยกว่าที่คิด ฉันก็รู้สึกแบบนั้น เลยอารมณ์โอเคค่ะ
3) วันที่สาม
ว้าว... นึกว่าหน้าจะระเบิด วันนี้ยังใส่ผ้ารัดหน้าอยู่ หน้าใหญ่ขึ้นมาก บวมไปถึงใต้ตา ครอบครัวคอยมาถามว่ามีอะไรต้องการไหม.. ตัวฉันเองดูแล้วยังเป็นหน้าที่ทำให้คนเป็นห่วงเลยค่ะ
(ในขณะเดียวกันก็ได้แต่กังวล และไม่เดินเล่นเพราะหนาว..)
4) วันที่สี่
หน้ายังบวมตึง เริ่มกินซุปแล้วค่ะ ทำซุปเห็ดแชมปิญองให้ แต่เห็ดติดคอㅠㅠ ควรต้มแบบไม่ใส่เห็ด หรือเอาออกก่อนกิน ช้อนที่บ้านปลายทู่ ใช้ช้อนใช้แล้วทิ้งที่ปลายแหลมกินแล้วสบายขึ้นนิดหน่อย แต่พอได้กินอะไรแล้วอารมณ์ดีค่ะ! ครอบครัวกินขาหมู ฉันก็ยังอดทนกินซุปเห็ดจนหมดชาม
(ดื่มน้ำฟักทองเยอะ และไม่เดินเล่น)
5) วันที่ห้า
เทียบกับเมื่อวานและวันก่อนหน้า อาการบวมยุบลงเยอะ แต่ก็ยังบวมตึงอยู่.. อยากให้บวมหายไวๆ แล้วเห็นไลน์หน้าㅠㅠ ถึงเสียงยังแหบ แต่เสียงออกดีขึ้นทุกวันค่ะ!
อาหารกินโจ๊กเนื้อวัว แต่เม็ดข้าวเล็กๆ ยังติดคอ.. ตอนนี้กลับมากินซุปอีกแล้ว
(วันนี้กำลังคิดว่าจะเดินออกกำลังกายดีไหม)
นี่คือรีวิวตั้งแต่ก่อนผ่าตัดถึงวันที่ 5 ค่ะ! ถ้ามีอะไรสงสัยถามได้เลยㅎㅎ อะไรที่รู้จะตอบให้นะคะ!
ถูกใจ 1