โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review

รีวิวลดโหนกแก้มครบ 5 เดือนที่เขียนเพราะมีคนที่นี่สงสัย

หลัง<9~10>หลัง<พฤศจิกายน>หลัง<พฤศจิกายน>หลัง<พฤศจิกายน>หลัง<มกราคม>หลัง<มกราคม>ก่อน<กุมภาพันธ์>ก่อน<กุมภาพันธ์> ช่วงสัปดาห์ที่ 6~8 หลังศัลยกรรม เรียกได้ว่าเป็นช่วงจิตตกมาก เพราะถ่ายเซลฟี่ เช็กอาการบวม รู้สึกเหมือนยุบลงนิดหนึ่งแต่ก็เหมือนยังบวมอยู่ แล้วก็ส่องการเปลี่ยนแปลงของหน้าอย่างละเอียดมาก (หน้ายาวขึ้นไหม? หย่อนลงไหม? ฯลฯ) พร้อมกับกังวลไปหมด ไม่นานมานี้ โรงพยาบาลที่ทำศัลยกรรมส่งข้อความมาให้เขียนรีวิวครบ 3 เดือน เลยคิดว่า อ้าว ผ่านมา 3 เดือนแล้วเหรอ พอย้อนดูขั้นตอนที่ผ่านมา ความกังวลทั้งหมดก็เป็นแค่เรื่องของช่วงเวลานั้นเท่านั้น สิ่งที่กังวลที่สุดคือปวดศีรษะ ความดันในลูกตา ไข้สูง อาการบวม แก้มตอบ และความหย่อนคล้อย และเรื่องที่กังวลล่าสุดน่าจะเป็นอาการผิดปกติของเส้นประสาทที่จู่ ๆ ก็รู้สึกจี๊ด ๆ ทั้งที่อยู่เฉย ๆ

ก่อนอื่น อาการผิดปกติของเส้นประสาท ปวดศีรษะ ความดันในลูกตา ไข้สูง ฯลฯ ไม่ใช่สิ่งที่สามารถพูดได้ว่าจะหายไปแน่นอน (ของฉันหายไปแล้ว) แล้วแต่สถานการณ์ อาจเป็นปฏิกิริยาอักเสบ หรืออาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัว และฉันคิดว่าไม่สามารถตัดสินสาเหตุและผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่รายละเอียดน่าจะเคยพูดไว้ในโพสต์ก่อนแล้ว เพราะอาการปวดศีรษะไม่ทราบสาเหตุและความดันในลูกตา ทำให้ต้องกินไทลินอลประมาณ 2 วันต่อสัปดาห์ และเคยมีไข้ต่ำต่อเนื่องด้วย ตอนนั้นพอเห็นโพสต์ต่าง ๆ ที่บอกว่าถ้าทำศัลยกรรมโหนกแก้มต้องเผื่อเรื่องไซนัสอักเสบไว้ ฉันก็คิดว่า อ่า สิ่งที่ต้องมาในที่สุดก็มาถึงฉันแล้ว เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับไซนัสอักเสบเยอะมาก แต่สุดท้ายไม่ได้กลายเป็นไซนัสอักเสบ และตอนนี้แทบจำไม่ได้แล้วว่าเคยมีช่วงแบบนั้น อาการเส้นประสาทผิดปกติที่รู้สึกจี๊ด ๆ ตอนอยู่เฉย ๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟื้นตัว และไมเกรนก็น่าจะเป็นกระบวนการฟื้นตัวที่ผ่านไปเช่นกัน พังผืดแผลในปากตอนนี้ลดลงมากแล้ว ถึงขั้นว่าต้องยืดลิ้นในปากอย่างแรงมากแล้วดันขึ้นข้างบน ถึงจะแทบแตะโดนส่วนปลายที่ขรุขระได้ เวลายืดแบบอา-เอ-อี-โอ-อู แทบไม่รู้สึกว่าพังผืดแผลถูกดึงเลย และต้องหมุนริมฝีปากไปซ้ายขวาแรงมาก ๆ ถึงจะพอรู้สึกตึง ๆ นิดหน่อย เนื้อย้อยแบบบูลด็อกแทบยุบหมดแล้ว เวลาเห็นกระจกก็ไม่กังวลเรื่องร่องแก้ม แก้มตอบจากอาการบวมหายไปหมดแล้ว

อาการบวมเป็นลำดับเหมือนรีวิวอื่น ๆ จริง ๆ ฉันเคยเห็นโพสต์ที่ไหนสักแห่งว่า “ตอนเดือนที่ 3 มาดูรูปเดือนที่ 1 ที่ตอนนั้นคิดว่าบวมยุบลงไปเยอะแล้วถึงถ่ายไว้ ปรากฏว่าหน้าเหมือนลูกฟุตบอลอะไรสักอย่าง” ㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋㅋ เป็นจุดที่เข้าใจมาก ๆ ตอนเดือนที่ 2 ฉันคิดว่าแทบไม่บวมแล้ว เลยไปวงเหล้าและถ่ายรูปเยอะมาก ตอนนี้พอดูรูปเดือนที่ 2 หน้าเหมือนซาลาเปาที่บวมมาก แต่ยังทำเป็นสวยอยู่ รีวิววันนี้เลยจะเน้นเปรียบเทียบรูปช่วง 1~2 เดือนกับรูปปัจจุบันนิดหน่อย ถ้าเทียบกับรูปในโพสต์เก่าที่นอนถ่ายหน้าบวมที่ไหลไปด้านข้าง จะเห็นแบบ ㅋㅋㅋ คนละขั้วกันมาก

จนถึงเดือนที่ 3 ฉันยังไม่ได้ยินฟีดแบ็กจากคนรอบข้างเกี่ยวกับศัลยกรรมเลย เดือนที่ 1 บวมถึงขั้นถ้าไม่ใส่หมวกก็ออกไปข้างนอกไม่ได้ เดือนที่ 2 เป็นบูลด็อก และพอเข้าเดือนที่ 3 เท่านั้น คนถึงค่อย ๆ ให้ฟีดแบ็กเกี่ยวกับหน้า เช่น หน้าดูเล็กลงชัดเจน ทำศัลยกรรมแล้วคุ้ม บรรยากาศของหน้าเปลี่ยนไป สวยขึ้น หน้าเล็กเท่ากำปั้น เป็นต้น ก่อนหน้านี้ถ้าฉันถามว่า “เป็นไงบ้าง?” ส่วนใหญ่จะตอบประมาณว่า “削骨ก็ไม่ได้ทำให้กลายเป็นหน้าศัลยกรรมจัด ๆ นะ~ ดูไม่ค่อยออกว่าทำมา” หรือ “ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้” ประมาณว่า “สวยขึ้นจริงเหรอ?” เป็นส่วนใหญ่ แต่ช่วงนี้แม้ไม่ถาม ก็ได้ยินคำอุทานที่เริ่มด้วย “ว้าว แต่ว่า...” อยู่

โดยส่วนตัว เพราะโหนกแก้มที่เคยกว้างด้านซ้ายขวาแคบลง บางครั้งตอนส่องกระจกก็คิดว่าหน้าซึ่งไม่เคยคิดว่ายาว กลับดูยาวขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นเครียด แค่หัวเราะผ่าน ๆ ว่า อ่า เดิมทีฉันเป็นคนหน้าใหญ่ พอซ้ายขวาแคบลง ด้านบนล่างเลยดูยาวขึ้นㅋㅋ อีกอย่าง จมูกดูใหญ่กว่าเมื่อก่อน แล้วก็คิดว่าแบบ จมูก..? ใหญ่ขึ้นเหรอ? ฉัน..? แต่คิดว่าน่าจะเพราะพื้นที่รวมของหน้าลดลง จมูกเลยดูใหญ่ขึ้น ทั้งที่ทั้งชีวิตไม่เคยคิดว่าจมูกใหญ่เลย พอใส่หน้ากาก หน้ากากเหลือพื้นที่และหลวม เลยพอใจมาก **ฉันเคยคิดว่าหน้าจะเปลี่ยนเป็นเทพธิดาแบบดรามาติก แต่กฎที่ว่าพื้นฐานเดิมไม่เปลี่ยนยังมีอยู่จริง และรูปที่คนอื่นถ่ายในมุมกล้องต่าง ๆ หรือรูปที่ไม่ได้ใส่ใจมุม ก็ยังออกมาดูแย่มากเหมือนเดิม** มีแวบหนึ่งที่คิดว่าต้องทำให้ตาที่ยื่นออกไปยุบเข้าไปไหม หรือต้องศัลยกรรมตรงไหนอีกไหม แต่เดิมทีนอกจากโหนกแก้มแล้ว ฉันไม่มีจุดอื่นบนหน้าที่อยากแก้ จึงไม่อยากแบกรับความเสี่ยงแล้วฝืนผ่าตัดส่วนอื่น ต่อให้ให้เงินก็ไม่ทำ แต่กำลังคิดเรื่องยกกระชับหรือจัดเรียงไขมันใต้ตาอยู่.. แต่คิดว่าน่าจะคิดไปคิดมาแล้วไม่ทำ

พอประมาณเดือนที่ 5 ก็เริ่มใช้ชีวิตจนลืมไปว่าตัวเองเคยศัลยกรรม พอนึกถึงความทรงจำอันน่ากลัวตอนตื่นจากยาสลบทั่วร่างกาย ฉันคิดว่าชาตินี้คงทำเรื่องนี้เป็นครั้งที่สองไม่ได้แล้ว ฉันคิดว่าต่อจากนี้มีแต่จะสวยขึ้นเท่านั้น และพูดตรง ๆ ฉันก็สงสัยว่ารีวิวที่บอกว่าถ้าทุบโหนกแก้มแล้วหน้าจะทรุดลงจะเกิดกับฉันด้วยไหม แต่ก่อนศัลยกรรมฉันเผื่อเรื่องนั้นไว้แล้ว จึงพร้อมยอมรับ และถ้าหน้าฉันเริ่มหย่อน ฉันจะกลับมาเขียนให้ทุกคนอีกครั้งว่า “@@ เดือนแล้ว เหมือนหน้าเริ่มหย่อนแล้ว~”

อีกอย่าง ฉันไม่อยากให้มีดมาโดนหน้าอีก ไม่อยากพักฟื้น บวม และทำอะไรแบบนี้อีก เลยคิดว่าจะไม่ถอดพิน ㅠㅠ ขอให้พินยึดอยู่ในร่างกายโดยไม่มีปัญหาเถอะ ทุกคน หลังผ่าตัดโหนกแก้ม ช่วงทันทีหลังทำเพราะอาการบวม หน้าจะดูแย่มาก และประมาณหนึ่งถึงสองเดือนจะรู้สึกเหมือนทำศัลยกรรมหน้าแล้วพังยิ่งกว่าเดิม เหมือนจะไม่ฟื้นตัว และช่วงจิตตกจะมา แต่ทั้งหมดจะผ่านไป เพราะฉะนั้นสู้ ๆ

- ps. ส่วนตัวแล้วยาลดบวมไม่ได้ช่วยเลยแม้แต่นิดเดียว เครื่องนวดคลื่นวิทยุน่าจะได้ผลดี ฉันใส่ผ้ารัดหน้าอย่างจริงจังแค่ประมาณ 1 สัปดาห์เองมั้ง แทบไม่ได้ใส่เลย ㅎ แต่เรื่องหย่อนคล้อยอะไรแบบนี้ ตอนนี้ยังไม่ค่อยรู้สึก

- PS2. มีรูปที่ไม่ได้โมเสกด้วย แต่ขี้เกียจเลยลงไปเลย.. ในรูป ตอนที่บวมก็คือบวมจนดูไม่สวยเหมือนคุณยาย เป็นช่วงหน้าพัง เมื่อไหร่จะยุบสักที เลยคิดว่าสมควรแล้วที่ช่วงนั้นจิตตก ช่วงนี้ค่อย ๆ ใช้ชีวิตโดยไม่ค่อยใส่ใจใบหน้าแล้ว

ถูกใจ 0

อีโมติคอนแสดงความเห็นด้วย

กำลังแปล

ต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0

รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้