ฉันคิดว่าอย่างน้อยสัปดาห์ที่ 4 อาการบวมคงยุบไปพอสมควร แล้วจะได้แต่งหน้า ออกไปเที่ยวอะไรแบบนั้น ตั้งแต่แรกก็กำหนดเวลาพักไว้หนึ่งเดือน และวางแผนว่าจะออกไปเที่ยวช่วงประมาณครบหนึ่งเดือน จนถึงประมาณสัปดาห์ที่ 2 อาการบวมยุบลงค่อนข้างราบรื่น ผู้อำนวยการที่ตรวจตอนครบ 2 สัปดาห์ก็บอกว่าถ้าเป็นระดับนี้ถือว่าอาการบวมยุบดีมาก แต่ปัญหาอยู่หลังจากนั้น ฉันสบายใจคิดว่าถ้ายุบด้วยความเร็วแบบนี้ก็น่าจะโอเค แต่คำที่บอกว่าจนครบหนึ่งเดือนก็ยังดูไม่เป็นธรรมชาตินี่มีเหตุผลจริง ๆ อาการบวมยังอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นอาการบวมที่คางหรือแค่เนื้อคาง มันบวมอยู่เลยมีเหนียงและเห็นไลน์กรามอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ดูสวยมาก ถ้าพักถึงสองเดือน ความเครียดทางใจน่าจะหนัก แต่พอประมาณสัปดาห์ที่ 3 อาการบวมยุบช้ามากจนแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัด ๆ เลย อยู่บ้าน สั่งอาหารหรือทำข้าวกินเอง เพื่อให้บวมน้อยลงก็ออกกำลังกายนิดหน่อย ประคบบ่อย ๆ ใส่ผ้ารัดหน้าบ่อย ๆ ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แบบนั้น (ช่วงนี้เพราะโควิดเลยยิ่งไม่มีเรื่องให้ออกไปข้างนอก) ทั้งที่อยู่แต่บ้าน แต่การเปลี่ยนแปลงบนหน้ามาช้ามากจริง ๆ มองหน้าตรงแล้วไม่เห็นต่างจากก่อนศัลยกรรมมากนัก ในปากก็ตึง อาการบวมในปากพองจนพูดไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนเป็นการต่อสู้ทั้งทางใจและทางกาย ตอนนี้หน้าดูแย่กว่าก่อนผ่าตัดค่ะ ส่องกระจกแล้วเหมือนโหนกแก้มจะลดลง แต่ไม่เห็นผลจากด้านหน้า และยังเห็นไลน์ที่ขรุขระอยู่ ซึ่งมันดูยังไงก็ไม่เหมือนอาการบวม เลยคิดไปว่าเขาบอกว่าระยะเดิมของขมับลดไม่ได้ นี่คือแบบนั้นหรือเปล่า หรือเพราะฉันบอกว่าไม่อยากให้ดูชัดเกินไป เขาเลยทำให้พอดี ๆ หรือถ้าบวมยุบกว่านี้ ไลน์ในฝันจะออกมาจริงไหม แต่ดูเหมือนไม่ใช่ คิดสารพัดแบบนี้จนวันหนึ่งส่องกระจกเป็นสิบ ๆ ครั้ง เมื่อก่อนเอาแต่รอหนึ่งเดือนอย่างใจจดใจจ่อ ดูรีวิวคนที่ครบหนึ่งเดือนแล้วเปลี่ยนชัดมากก็รู้สึกตื่นเต้น แต่พอตอนนี้ไม่รู้สึกแบบนั้นเลย ก็เลยเลิกหารีวิวดู และคิดมากอยู่คนเดียว ฉันเกลียดอาการบวมนี้มาก ๆ เลยค่ะ ไม่มั่นใจเลยว่าช่วงหน้าดูแย่นี้จะหายไปเมื่อไหร่ หรือผลผ่าตัดจะออกมาชัดจริงไหม ทั้งที่เสียเงินไปไม่น้อยกับการผ่าตัด削กระดูก เลยกังวลมากว่าความลำบากและเวลานี้กำลังสูญเปล่าอยู่หรือเปล่า... สัปดาห์ที่แล้วไม่ได้ไปดูแล วันนี้กำลังจะไปเข้ารับการดูแลช่วงเกือบครบ 3 สัปดาห์ อารมณ์มันบอกไม่ถูกจริง ๆ
ถูกใจ 2