ตอนนี้ฉันผ่าตัดแก้จมูกมาได้ 3 เดือนแล้วค่ะ ตอนนี้ตกลงไว้แล้วว่าจะผ่าตัดแก้อีกครั้งประมาณเดือนสิงหาคม ที่โรงพยาบาลเดิมที่เคยทำค่ะ ความรู้สึกเหมือนผ่านไป 3 ปีแล้ว แต่เขาบอกว่าต้องรออย่างน้อย 6 เดือนให้สภาพเนื้อเยื่อคลายตัวก่อน ถึงจะผ่าตัดใหม่ได้ ฉันเลยกำลังรออยู่ค่ะ ฉันรู้ว่าการผ่าตัดครั้งนี้ทำเพื่อให้มันออกมาดีขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นยิ่งปล่อยให้แผลหายมากๆ และทำช้าลงเท่าไรก็ยิ่งดีค่ะ
การผ่าตัดครั้งแรกฉันทำที่คลินิกแห่งหนึ่งเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน รูปทรงออกมาดีมาก พอใจมากและใช้ชีวิตได้ดี แต่โรคจมูกอักเสบรุนแรงจนพูดไม่ถูก เลยต้องผ่าตัดแก้ค่ะ พอเวลาผ่านไปก็รู้สึกว่าจมูกเหมือนจะต่ำลงนิดหน่อย และก็มีความอยากปรับปรุงเพิ่มอีกเล็กน้อยด้วยค่ะ หลังจากหาข้อมูลเยอะมาก ฉันไปผ่าตัดแก้ที่โรงพยาบาลเฉพาะทางหูคอจมูกที่ถูกพูดถึงบ่อยในหลายคาเฟ่ศัลยกรรมและแอปค่ะ ฉันทำผ่าตัดแก้จมูกทรงชมพู่ + เสริมปรับรูปทรง + ผ่าตัดโรคจมูกอักเสบ ใช้กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองในการผ่าตัดค่ะ ฉันรู้ว่าสไตล์ของผู้อำนวยการแพทย์คือรับฟังความเห็นคนไข้แล้วทำทรงให้ไม่มากเกินไป และฉันชอบตรงนั้นเลยไปโรงพยาบาลนี้ แต่ผลลัพธ์ออกมาเป็นระดับที่ถ้าไม่บอกก็แทบไม่รู้ว่าทำมา ㅋㅋㅋㅋ เดิมทีไลน์จมูกของฉันสวยอยู่แล้ว ฉันเลยคิดบ่อยมากว่า เพื่อผลลัพธ์แบบนี้ ฉันต้องตัดกระดูกอ่อนซี่โครง จ่ายเงินขนาดนั้น และลำบากฟื้นตัวขนาดนี้เลยเหรอ
ไม่รู้เพราะเป็นการผ่าตัดแก้หรือเปล่า การฟื้นตัวช้ามากค่ะ ระหว่างทางก็มีอาการคล้ายอักเสบเป็นบางช่วง แต่พอเวลาผ่านไปก็เป็นกระบวนการฟื้นตัวทั้งหมดค่ะ อาจเพราะเดิมจมูกฉันเล็ก จมูกของฉันทนกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองที่แข็งแรงไม่ไหว เลยเกิดอาการคล้ายภาวะลิ้นจมูกตีบ ผนังด้านในของผนังกั้นจมูกบวมขึ้นค่ะ ฉันอยู่ต่างจังหวัด เลยไปถามที่แผนกหูคอจมูก เขาบอกว่าเพราะอาการบวม จมูกอาจรับกระดูกอ่อนซี่โครงได้ไม่ดี ทำให้รู้สึกหายใจอึดอัดได้? เขาบอกว่าถ้าจะทำทรงให้สูง กระดูกอ่อนซี่โครงที่แข็งแรงก็ดี แต่บางครั้งก็มีกรณีแบบนี้เหมือนกันค่ะ
ส่วนโรคจมูกอักเสบดีขึ้นแล้ว แต่ยังรู้สึกหายใจอึดอัดนิดหน่อย และเพราะแบบนั้น เวลาล้างจมูกก็มีน้ำมูกสีเหลือง? อะไรคล้ายจมูกอักเสบออกมาเต็มไปหมด ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม และถ้ากินยารักษาไซนัสอักเสบก็จะดีขึ้นบ้าง แต่ฉันมีไซนัสอักเสบที่เดิมไม่เคยมีค่ะ ในกระบวนการฟื้นตัว เพราะทำผ่าตัดโรคจมูกอักเสบไปพร้อมกัน อาการคัดจมูกจึงรุนแรงมาก ฉันเลยไปแตะจมูกค่อนข้างเยอะ แคะจมูกบ่อยด้วย และคิดว่าตัวเองดูแลหลังผ่าตัดไม่ดีพอด้วยค่ะ ผลคือเกิดพังผืดแผลเป็นเยอะมากจนพูดไม่ออก ภายนอกก็มองเห็นความขรุขระบริเวณข้างๆ ฐาน/เสาจมูก โรงพยาบาลก็ช่วยดูแลด้วยการฉีดพังผืดแผลเป็นบ่อยๆ และฉันซื้อยาทุกอย่างที่ว่าใช้คลายสภาพเนื้อเยื่อมากิน แม้ความต่างจะเล็กน้อย แต่พอเวลาผ่านไปมันก็ค่อยๆ คลายลงทีละนิด ทีละนิดจริงๆ แต่ก็ยังมีพังผืดแผลเป็นอยู่ และอาจเพราะเป็นกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง อาการบวมปลายจมูกก็ยุบช้ามากค่ะ พูดตามตรง ฉันไม่รู้เลยว่านี่คือจมูกที่ทำแก้จมูกทรงชมพู่มาแล้วหรือเปล่า ความรู้สึกทื่อๆ หนาๆ มันไม่หายไปเลยค่ะ
ถึงจะคำนึงถึงพังผืดแผลเป็นและอาการบวมที่ปลายจมูกแล้ว โดยรวมก็ยังรู้สึกว่าปลายจมูกบานเกินไป เลยตกลงกันว่าอย่างน้อยหลัง 6 เดือน เมื่อสภาพเนื้อเยื่อคลายตัวแล้ว จะผ่าตัดแก้อีกครั้งเพื่อเอาพังผืดแผลเป็นออก และเสริมแก้ส่วนปลายจมูกที่บานค่ะ ดูตามคาเฟ่แล้ว ปกติคนไม่ค่อยกลับไปผ่าตัดแก้ที่โรงพยาบาลเดิม แต่ฉันค่อนข้างเชื่อใจตัวคุณหมอมาก และเหนือสิ่งอื่นใดคือท่านตรงไปตรงมาค่ะ แม้จะค่อนข้างดุหน่อย ㅋㅋ ฉันก็คิดว่า ต่อให้ไปโรงพยาบาลแพงๆ ที่คนอื่นสำเร็จกันหมด คนที่จะพังก็พังอยู่ดี ส่วนคนที่จะออกมาดีก็ทำครั้งเดียวแล้วดีเป๊ะ อะไรประมาณนั้นค่ะ... อาจเพราะสไตล์ท่านไม่ผ่าตัดมากเกินไป ก็เลยเหมือนไม่ค่อยมีเคสผลข้างเคียงที่พังหนักๆ ด้วยค่ะ
แม้หลังผ่าตัดสองครั้งจะไม่มีอาการอักเสบหรือภาวะรั้งหด แต่ยิ่งค้นหาเคสศัลยกรรมก็ยิ่งเจอเคสผลข้างเคียงเยอะมาก...เหนือสิ่งอื่นใด ฉันทุกข์ใจมากในช่วงฟื้นตัว ㅜㅜ เลยกลัวมากค่ะ ตอนที่ยังไม่รู้อะไร ฉันก็แตะนู่นแตะนี่ได้สบายๆ แต่พอรู้แล้วทำไมถึงน่ากลัวขนาดนี้... เพราะจะเปิดผ่าตัดอีกครั้งอยู่แล้ว ฉันลังเลมากว่าจะเพิ่มความสูงของซิลิโคนจมูกขึ้นอีกนิดแล้วแก้ถึงปลายจมูกไปด้วยดีไหม หรือจะคงซิลิโคนไว้เหมือนเดิมแล้วทำแค่ปลายจมูก (แก้จมูกทรงชมพู่ + แก้รูปทรงปลายจมูก) ควรทำแบบไหนดีคะ ㅠㅠ ลองค้นดูแล้ว เห็นว่าบางคนถึงผ่าตัดด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงตัวเองก็ยังเกิดภาวะรั้งหดได้ㅠㅠ
ถูกใจ 2