ก่อน <วันผ่าตัด ก่อนตัดกราม> ก่อน <ลักษณะกรามเหลี่ยมก่อนผ่าตัด> หลัง <หลังผ่าตัด 40 วัน> หลัง <หลังผ่าตัด 40 วัน> ผมผ่าตัดกรามเหลี่ยมเพราะกังวลกับกรามเหลี่ยมที่ยื่นออกมาเวลาหันหรือเอียงศีรษะไปด้านข้างครับ
จริงๆ เขาบอกว่าไม่ทำก็ได้ แต่ระหว่างทำงาน หรือเวลานอนเล่นโทรศัพท์ ผมกลับค้นหาข้อมูลศัลยกรรมอยู่เรื่อยๆ
เลยคิดว่า ถ้าจะเสียเวลาแบบนั้น สู้ผ่าตัดไปเลยดีกว่า! แล้วก็ผ่าตัดครับ
ผมทำเฉพาะ angle กรามเหลี่ยมเท่านั้น ไม่ได้ทำการเอากล้ามเนื้อแก้มลึกออก ไม่ได้ทำกระดูกชั้นนอก และไม่ได้ทำปลายคางครับ
อย่างไรก็ตาม มันเป็นการผ่าตัดที่ใช้เลื่อยตัดกระดูก เลยกลัวมาก และจึงหาข้อมูลหลายที่มากครับ
ผมผ่าตัดที่ที่ไม่ได้เชียร์ให้ผ่าตัดมากเกินไป และให้คำปรึกษาอย่างจริงใจครับ
จริงๆ ผมได้ปรึกษากับคุณหมอหลายครั้ง ครั้งละเกือบหนึ่งชั่วโมงครับ
สุดท้ายก็ผ่าตัด..
จนถึง 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด มันเหมือนนรกไม่สิ้นสุดจริงๆ ครับ กินแต่ข้าวต้ม ซุปอะไรแบบนั้นทุกวัน น้ำหนักก็ลดฮวบๆ ทั้งอึดอัดด้วย
หน้าก็เจ็บและตึง รู้สึกทรมานจริงๆ พอเห็นหน้าที่บวมตุ่ย ก็เหมือนหน้าดูโดนรังแกอย่างไม่เป็นธรรมจนผมถึงกับโกรธหน้าตัวเองครับ
เจอผู้คนไม่ได้ อยู่แต่บ้าน เลยรู้สึกผิดต่อพ่อแม่ และเหมือนผู้ชายมาทำตัวเรื่องมากด้วย.. ผมใช้เวลาอยู่คนเดียวเยอะมากครับ
แต่ถึงอย่างนั้นเวลาก็ผ่านไปครับ ตอนนี้ผ่านไปประมาณ 45 วันแล้ว อาการบวมยุบลงเยอะมาก และกินอะไรได้หมดครับ
หมูสามชั้น กิมจิหัวไชเท้าอ่อน ก็กัดเคี้ยวได้หมดไม่มีปัญหา ออกกำลังกายหนักๆ ก็ทำได้โดยไม่ฝืนครับ
พอเจอคนหลังจากไม่ได้เจอกันนาน ถ้าผมไม่บอก เขาก็ไม่รู้ว่าผมผ่าตัดมา ส่วนเพื่อนที่รู้ก็บอกว่าดูเป็นธรรมชาติครับ
ตอนนี้เวลาผ่านไปแล้ว ผมพอใจกับผลการผ่าตัดครับ.. แต่ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดทรมานมากจริงๆ ฮือๆ
เคล็ดลับลดบวม
เพื่อให้บวมยุบเร็ว ผมเริ่มเดินเล่นวันละหนึ่งชั่วโมงตั้งแต่สองวันหลังผ่าตัดครับ
ประมาณหนึ่งสัปดาห์ต่อมาก็เริ่มจ็อกกิ้ง และหลังจาก 3 สัปดาห์ก็เริ่มเข้าฟิตเนสครับ
แล้วจนถึงหนึ่งเดือนหลังผ่าตัด ผมกินยา 3 อย่างคือ Panocin, Bruna, Infla ครับ
ว้าว,,, เกิดมาเพิ่งเคยกินยาเยอะขนาดนี้ครั้งแรกครับ ผมทำศัลยกรรมครั้งแรก เลยไม่รู้ว่ากินยากับไม่กินยามีผลต่ออาการบวมต่างกันแค่ไหน
แต่ก็คิดว่ามีผลนะครับ (ไม่มีหลักฐานข้อเท็จจริง ㅎㅎ;;)
สรุปก็คือ ถ้าต้องการให้บวมยุบเร็ว ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำกิจกรรมทางกายครับ~!
ถูกใจ 2