전전후후후สวัสดีค่ะ~! วันที่ 10 ธันวาคม ฉันได้ทำศัลยกรรมคอนทัวร์ 3 รายการ (โหนกแก้ม, คางด้านหน้า, กรามเหลี่ยม) ที่ The Standard of Contouring และตอนนี้ครบหนึ่งเดือนแล้ว เลยอยากมาเขียนรีวิวค่ะ!
vเหตุผลที่ตัดสินใจทำ ปกติกรามเหลี่ยมของฉันทำให้เครียดมาก และทุกครั้งที่ถ่ายรูป หน้าทรงเหลี่ยมก็ดูเด่นชัดมากจนความมั่นใจก็ลดลงไปเยอะ เวลาไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ทุกคนจะยุ่งกับการถ่ายรูปลงอินสตาแกรมกันหมด แต่ฉันกลับแทบไม่ถ่ายรูปเลย มีแต่ถ่ายรูปให้เพื่อน.. เลยตัดสินใจว่า “ถ้าจะเครียดขนาดนี้เพราะถึงขั้นถ่ายรูปไม่ได้ในวัยที่สวยแบบนี้ งั้นทำศัลยกรรมไปเลย!!” แล้วก็เริ่มเก็บเงินแบบไม่คิดมากประมาณ 7~8 เดือน พอเก็บเงินได้ประมาณหนึ่งก็พอดีมีเวลาว่างอยู่ราว ๆ 3 เดือน ฉันคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการผ่าตัดพอดี เลยเริ่มหาข้อมูลโรงพยาบาลค่ะ
vเหตุผลที่เลือกโรงพยาบาล ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคำอย่างมุมใต้หู การตัดกระดูกอะไรพวกนี้เลย.. เลยตัดสินใจจากรูปรีวิวที่ลงในแอปศัลยกรรมความงามเท่านั้นค่ะ สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญมีอยู่ 2 อย่างคือ ⭐️ความเป็นธรรมชาติและที่ที่ไม่ใช่ทรงหน้าแบบโรงงาน⭐️!! แล้วก็คิดว่าถ้าราคาถูกเกินไปก็คงไม่ดี เลยรู้สึกว่าราคาโดยรวมสมเหตุสมผลค่ะ
vรีวิวการปรึกษา ฉันเป็นคนขี้กลัวมากจริง ๆ เลยพาเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่คลินิกศัลยกรรมอีกที่ไปปรึกษาด้วย (เพื่อนก็เห็นด้วยเต็มที่!) อย่างแรกเลย โรงพยาบาลสะอาดและสบายมาก และคุณหมอที่เจอก็ใจดีสุด ๆ!! โดยเฉพาะผู้จัดการ.. ฉันแทบคิดว่าเป็นพี่สาวแท้ ๆ เลยค่ะ ได้ยินมาว่าเธอทำงานร่วมกับคุณหมอโอจองซอกในห้องผ่าตัดมานานแล้วด้วย พอฉันพูดตรง ๆ ว่าอยากให้เธอเป็นคนทำศัลยกรรมให้ เธอก็บอกว่าจะจดไว้และจำให้ได้แน่นอน น่าประทับใจมาก… คุณหมออธิบายวิธีผ่าตัดอย่างละเอียดพร้อมรูปที่เหมือนจะมาจากบทความวิชาการ แล้วก็ดูรูปคนดังหรืออินฟลูเอนเซอร์กับฉันเพื่อช่วยหาลุคที่ฉันอยากได้และช่วยคิดไปด้วย ไม่มีการบังคับให้ทำศัลยกรรมเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นอยากให้ทุกคนลองไปปรึกษาดูก่อนอย่างน้อยก็ยังดี~!
vรีวิววันผ่าตัด ฉันต้องเดินทางไกลไปผ่าตัด เลยขึ้นเครื่องตั้งแต่เช้ามืดและไปถึงโรงพยาบาลเร็วกว่าคิวผ่าตัดมาก แม้จะไปถึงก่อนเวลา แต่ก็ให้ฉันพักในห้องพักฟื้นได้ ดีมากเลย! ฉันตื่นเต้นมากจนเดินไปเดินมานั่งไม่ติด พอสุดท้ายก็นอนลงบนเตียงผ่าตัด…! คุณหมอวิสัญญีเข้ามา เอาหน้ากากออกซิเจนอันใหญ่มาแนบปาก แล้วบอกว่า “หายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ นะ~” พอทำได้ประมาณครั้งที่สอง แรงทั้งตัวก็เหมือนหายไปตั้งแต่ปลายเท้า แล้วฉันก็หลับไปอย่างช้า ๆ พอตื่นขึ้นมาตามเสียงปลุกก็พบว่าหน้าทั้งหน้าปวดมากจริง ๆ ฉันลุกขึ้นมาร้องไห้เลย.. โอ๊ย ปวดมาก ฮือแบบนี้เลย… จำได้ว่าพยาบาลเช็ดน้ำตาให้ แล้วปลอบว่าตอนนี้ยังไม่บวมเลย อย่าร้องนะ.. ฉันพักผ่อนอย่างเต็มที่ในห้องพักฟื้นที่อบอุ่นแล้วก็ไปพักต่อที่โรงแรมที่จองไว้ล่วงหน้า
vความเจ็บ วันผ่าตัดเจ็บมากจริง ๆ ทำอะไรก็เจ็บไปหมด.. ปกติฉันทนเจ็บได้ค่อนข้างดี แต่ครั้งนี้เป็นความเจ็บที่ไม่อยากเจออีกเลยจริง ๆ.. คอก็เจ็บ หน้าเจ็บ และอาจเป็นเพราะแก๊สยาสลบด้วยเลยคลื่นไส้มาก เดินนิดเดียวก็เวียนหัวเหมือนจะอาเจียน เลยต้องนั่งยอง ๆ ตลอด แม้แต่ตอนพิงอยู่ก็ยังคลื่นไส้ เลยพยายามหายใจลึก ๆ ใหญ่ ๆ ตลอดเวลา! ความเจ็บหายไปหลังประมาณ 2 วัน ส่วนอาการคลื่นไส้ก็น่าจะอยู่ประมาณ 2 วันเหมือนกัน แล้วก็มีบางคนบอกว่าเพราะยาสลบเลยนอนหลับตลอด แต่ฉันกลับนอนไม่หลับ.. คงเพราะเจ็บมาก
vการดูแลอาการบวม วันแรกหลังผ่าตัดแทบไม่บวมเลย ฉันยังแบบ โอ~ แต่ก็คาดไว้ว่าพอวันถัดไปก็เริ่มบวมขึ้นเรื่อย ๆ^^ วันที่ 2 กับ 3 บวมหนักที่สุด เหมือนดวงจันทร์กลมก้อนใหญ่เลย สัปดาห์ที่ 1 เหมือนวงกลมใหญ่ สัปดาห์ที่ 2 เป็นวงกลมเล็กลงมาหน่อย.. สัปดาห์ที่ 3 เหมือนคนเพิ่งถอนฟันคุด สัปดาห์ที่ 4 เหลือแค่ช่วงกรามบวมเหมือนคุณคิมกูรา.. แต่พอเวลาผ่านไปก็ค่อย ๆ ยุบลงเรื่อย ๆ ไม่ต้องกังวลค่ะ! ฉันใช้สายรัดหน้าและถุงประคบที่โรงพยาบาลให้ โดยใส่สายรัดหน้าหนึ่งชั่วโมง จากนั้นครบหนึ่งชั่วโมงก็ถอดออกแล้วประคบ ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ! ระหว่างนั้นก็ออกไปเดินเล่นบ้าง แต่ช่วงแรกเดินเล่นก็ลำบากเหมือนกัน เลยพยายามออกไปครั้งละสั้น ๆ แต่บ่อย ๆ และรวมแล้วน่าจะทำประมาณ 2 ชั่วโมงค่ะ! ตอนนอนก็หนุนสูงอยู่ 2 สัปดาห์ และบ้วนปากอย่างขยันด้วย~! ฉันยังไปซื้อดังกุยซูซานกับ Newbine ที่ขึ้นชื่อว่าช่วยลดบวมจากร้านขายยามาลองกินด้วย แต่สำหรับฉันไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่.. ฉันดื่มชาแก้บวมที่ขึ้นชื่อสำหรับคนท้องอย่าง Catch-T, Mashi-neun Sensian และน้ำฟักทองของ Young Farmer แล้วกลับรู้สึกว่าพวกนี้ได้ผลมากกว่ายาจากร้านขายยาอีก.. ตอนนี้ครบหนึ่งเดือนแล้ว อาการบวมหลัก ๆ ก็ยุบหมดและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เพื่อน ๆ ก็ไม่รู้เลยว่าฉันไปผ่าตัดมา ฉันก็ไม่ได้บอกด้วย แต่เพราะฉันมองหน้าตัวเองมาทั้งชีวิตไม่รู้กี่ครั้งแล้ว เวลาเห็นกระจกก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง แต่บวมนั้นเป็นบวมที่มีแค่ฉันที่รู้สึกได้ เลยไม่ได้กังวลมาก~!!
vการกินอาหาร ช่วงแรกปากก็อ้าได้ไม่มาก แต่เพราะเจ็บเลยไม่ค่อยอยากกินข้าวเท่าไหร่ เลยดื่มนมถั่วเหลืองแทน! ตั้งแต่วันที่ 2 ก็กินโจ๊กทีละนิด วันที่ 4 ก็ลวกเส้นโซเมนแล้วซดกลืน หรือไม่ก็กินคัสเตลลา ไอศกรีม พอกินแต่ของพวกนี้อยู่ประมาณสัปดาห์หนึ่งก็เริ่มเบื่อมาก เลยพยายามกินข้าวด้วย ตอนนี้ครบหนึ่งเดือนแล้ว ฉันกินเก่งกว่าทุกคนอีก… ใช่.. ฉันกินเก่งมาก… ฉันเป็นคนหิวเก่งเลยรู้สึกว่าการหิวนั้นลำบากนิดหน่อย ถ้าทนแค่ 1~2 สัปดาห์แล้วกินของที่ไม่เผ็ดจัด หลังจากนั้นก็จะกลับมากินได้หมดเอง~!
vสรุป & เคล็ดลับ เห็นหน้าตัวเองยุบลงทุกวัน และเห็นกรามเหลี่ยมที่เคยเป็นปมด้อยหายไป ก็รู้สึกว่ามันน่าทึ่งมากและคิดว่าตัดสินใจทำศัลยกรรมถูกแล้ว! มันธรรมชาติมากจริง ๆ เลยยิ่งชอบเข้าไปอีก!! ถ้าใครอยากสวยแบบเป็นธรรมชาติ ฉันขอแนะนำ The Standard of Contouring แบบสุด ๆ เลยค่ะ!!! หวังว่าคนที่กำลังลังเลจะได้ประโยชน์จากรีวิวของฉันนะคะ! รีบจองคิวปรึกษาเลย~!!>< *ก่อนผ่าตัดควรไปขูดหินปูนสักครั้งนะคะ!! เพราะแปรงฟันได้ไม่ดีมันรู้สึกแย่มาก.. *หลังผ่าตัด คนดูแลควรพาไปกับคนที่คุณสบายใจจริง ๆ ฉันใช้สิทธิ์คุณแม่ค่ะ *ถ้ามาจากต่างจังหวัด แนะนำให้เผื่อเวลาไว้สบาย ๆ 2 วันก่อนกลับบ้านค่ะ!
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ