ก่อน<ก่อน>หลัง<หลัง>เห็นมีคำถามเกี่ยวกับศัลยกรรมโครงหน้า และรีวิวที่เกิน 3 ปีก็ไม่ค่อยเห็น เลยลองเขียนดูค่ะ
ฉันทำน่าจะประมาณปี 2014 ตอนนี้ก็ราวปีที่ 6 หลังทำศัลยกรรมโครงหน้าแล้วค่ะ คิดว่าน่าจะทำช่วงที่ศัลยกรรมโครงหน้าเริ่มเป็นที่แพร่หลาย
ตัวฉันทำลดกรามเหลี่ยมแบบ long curve ตอนอายุยี่สิบต้นๆ (รวมลดกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์และตัดกระดูกคอร์เทกซ์) + ลดโหนกแก้มค่ะ
1. เรื่องผลข้างเคียงล่าช้าตามกาลเวลาอย่างความหย่อนคล้อยที่หลายคนกังวล ฉันไม่ได้มีมากอย่างชัดเจนค่ะ แต่ฉันใส่สายรัดหน้า/ผ้ารัดกระชับแทบจะวันละ 20 ชั่วโมงเป็นพื้นฐานเลย ได้ประโยชน์มากจากบรรยากาศบริษัทที่ค่อนข้างอิสระและสภาพแวดล้อมที่ทำงานจากบ้านได้ โดยส่วนตัว ฉันคิดว่าถ้าทำศัลยกรรมอย่างปลอดภัยในระดับที่ช่วยปรับภาพลักษณ์ แทนที่จะทำมากเกินไป และตัวเองดูแลหลังผ่าตัดให้ดีแม้แต่ในชีวิตประจำวัน ก็สามารถทำศัลยกรรมโดยไม่หย่อนคล้อยได้ค่ะ 참고로 ฉันเพิ่งลองทำลิฟติ้งครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้วเอง! (เลเซอร์ลิฟติ้งความเข้มต่ำ)..ไม่ได้หย่อนคล้อยมากหรอก..แต่กลัวความแก่เลยเริ่มดูแล..ฮ่าฮ่า
2. ความเจ็บ ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหนักจริงๆ ค่ะ การใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานไม่ได้เป็นไปไม่ได้ แต่กระทบแน่นอน ส่วนอาการบวม โรงพยาบาลจะบอกอย่างน้อย 2-3 เดือน..แต่นั่นคือระดับที่คนอื่นมองแล้วรู้สึกว่า “อ๋อ คนนี้ไปทำอะไรใหญ่ๆ มาแน่” ส่วนบวมยิบย่อยจะอยู่เกิน 6 เดือนค่ะ ในรูปไม่ค่อยเห็น แต่เจอตัวจริงจะรู้ได้เลย ดังนั้นหลังจากนั้นฉันเลยเริ่มกรองรีวิวเซลฟี่ในแอปคาเฟ่ Naver ออก...เฮ้อ..
3. อาการปวดเส้นประสาท ความรู้สึกผิดปกติแล้วแต่คน แต่ของฉันมีอาการปวดเส้นประสาทเล็กๆ ต่อเนื่องเกิน 1 ปี แล้วจู่ๆ ก็หายไปในช่วงหนึ่งค่ะ
4. กระดูกขากรรไกรล่างบางลง เมื่อไม่นานมานี้ฉันไปถอนฟันคุดขากรรไกรล่าง แล้วได้รับแจ้งว่าขากรรไกรล่างบาง จึงมีโอกาสกระดูกหักขณะถอนฟันคุด ฉันไม่คิดว่าเป็นผลข้างเคียงนะคะ เพราะในเมื่อ削ให้ขากรรไกรล่างบางลง ก็เป็นเรื่องที่น่าจะเกิดได้อยู่แล้ว ใครจะถอนฟันคุด ให้ถอนล่วงหน้าก่อนนะคะ และตอนปรึกษาจัดฟันก็ได้รับความเห็นว่าขากรรไกรล่างไม่มั่นคง อีกทั้งยังมีความเห็นว่าการลดกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ “อาจมีผลสะท้อนอยู่ด้วย” แม้ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลจะไม่ได้แน่ชัด 100% แต่ฉันเขียนไว้เผื่อคนที่อยากพิจารณาประเด็นนี้ด้วยตอนคิดจะทำศัลยกรรมค่ะ
5. ความพึงพอใจ เป็นความธรรมชาติที่แม้แต่แม่ยังไม่รู้ว่าทำมา และเพราะเสียดายเงิน ฉันกลับเป็นฝ่ายไปอวดคนรอบตัวเองว่าทำมาค่ะ ไม่ได้เป็นแบบหรูหราปัง!!! เรียวคม!! แต่ปมด้อยและภาพลักษณ์ของฉันดีขึ้น ฉันเลยพอใจ 100% ค่ะ ตาหรือจมูกยังสามารถปรับเสริมทีหลังตามเทรนด์ได้ แต่กระดูกแทบจะไม่สามารถเสริม แก้กลับ หรือผ่าตัดแก้ให้คืนเดิมได้จริงๆ ฉันเลยเลือกทางที่ปลอดภัย ตอนนั้นไลน์แบบสาวกังนัมที่ดูหรูหรามากๆ (ไม่ใช่แอป ไม่ได้ดูถูก) กำลังฮิตและเป็นกระแสมาก ถ้าตอนนั้นทำแบบนั้น ในรูปคงออกมาสวย แต่ในฐานะพนักงานออฟฟิศธรรมดา ฉันคิดว่าคงจะดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ อย่าคิดถึงเทรนด์ ให้พิจารณาระยะยาวนะคะ เราไม่รู้หรอกว่าชีวิตจะเป็นยังไง..
ถ้าฝากคำถามไว้ในคอมเมนต์ ฉันจะมาตอบเมื่อมีเวลาค่ะ
ถูกใจ 15