ฉันเคยฉีดโบท็อกซ์กรามเหลี่ยมมาตั้งแต่ปี 2018 ประมาณสามครั้ง? สี่ครั้ง? และโบท็อกซ์ที่ฉีดล่าสุด (ฤดูใบไม้ผลินี้) แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ เลยเขียนมาเล่าให้ฟังค่ะ
ฉันเป็นคนกรามเหลี่ยม และตัวกระดูกเองก็ใหญ่จนดูเหมือนยื่นไปถึงด้านหลังหู ดังนั้นฉันฉีดโบท็อกซ์แค่เพื่อให้ภาพรวมใบหน้าดูนุ่มนวลขึ้นเท่านั้น กล้ามเนื้อก็มีเยอะเพราะกระดูกใหญ่ แต่เพราะมีกระดูกอยู่ ฉันเลยไม่ได้คิดว่าจะทำให้หน้าเรียวได้ค่ะ
ตอนปรึกษาครั้งแรก ฉีดข้างละ 150 รวม 300 หรือเปล่านะ? ยังไงก็ฉีดในปริมาณค่อนข้างมาก แล้วครั้งต่อมาก็เหมือนจะฉีดประมาณข้างละ 100? เอาเป็นว่าจำได้ว่าฉีดปริมาณค่อนข้างมากกว่าคนอื่น ๆ แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่ามีผลหรือไม่มีผลกันแน่ พอครอบครัวบอกว่าเหมือนจะมีผล ฉันก็เลยคิดว่าคงอย่างนั้นค่ะ
แล้วล่าสุดมีเรื่องต้องไปกำจัดขน เลยไปที่อื่น แล้วได้ฉีดโบท็อกซ์กรามเหลี่ยมในราคาโปรโมชัน ที่นั่นจำกัดปริมาณไว้มาก ฉันเลยบอกว่าเคยฉีดเยอะที่โรงพยาบาลอื่น เขาก็บอกว่าปกติควรทำครั้งละปริมาณน้อย ๆ เท่านั้น ฉันเลยคิดว่า ‘คราวนี้ก็คงแทบไม่มีผลอีกแล้ว...’
แต่หลังฉีดไป ผลออกมาชัดจนเห็นได้ด้วยตาว่ากล้ามเนื้อลดลง ประมาณ 50 หรือเปล่า... ยังไงก็ตาม ทั้งที่ฉีดน้อยมาก แต่พอมองจากด้านหน้าแล้วรู้สึกถึงเส้นโค้งที่นุ่มนวลขึ้น เลยตกใจมากค่ะ รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อบริเวณกรามใต้หูยุบเข้าไป
แต่ก็มีผลข้างเคียงด้วย ก่อนหน้านั้นฉันไม่เคยอ้าปากลำบากหรือปวดกรามเลย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่อ้าปากไม่ได้ ตกใจนิดหน่อยค่ะ แล้วก็เคี้ยวอาหารลำบากมาก พออ้าปากกว้าง ๆ จะมีเสียงดังคลิก ๆ จากกราม เลยคิดว่าไม่จำเป็นต้องไปฉีดอีกแล้ว สำหรับฉันอาการนี้อยู่เกือบสองเดือน ทำให้กินข้าวค่อนข้างลำบากค่ะ
และตอนนั้นหลังทำหัตถการ ฉันเป็นลมค่ะ เขาบอกว่าน่าจะเป็นเพราะความเครียดที่มีอยู่ปกติ และเพราะเข็มทำให้ร่างกายเกร็งอย่างรุนแรงชั่วขณะ แต่ก่อนหน้านั้นไม่เคยเป็นแบบนี้เลย จำได้ว่าตอนนั้นตกใจมากค่ะ
โชคดีที่ตอนนี้ร่างกายไม่มีปัญหาอะไร และราคาก็ไม่แพง เลยคิดว่าคุ้มที่จะลอง แต่ก็ทำให้รู้สึกตระหนักว่าหัตถการเล็ก ๆ ก็ต้องระวังเหมือนกัน ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบนี้ อีกอย่างสำหรับฉันก็เป็นครั้งแรกจากประสบการณ์หลายครั้ง อาจเป็นเพราะฉันโชคไม่ดีด้วย แต่หวังว่าทุกคนจะคิดให้รอบคอบเรื่องโบท็อกซ์ด้วยนะคะ!
ถูกใจ 3