ก่อนอื่น ฉันใส่แว่นมาตั้งแต่ประถมต้น และใช้ชีวิตใส่แว่นจนถึงอายุ 20 ปี เป็นแว่นที่ทำให้ตาดูเล็กมาก เลยต้องบีบอัดเลนส์ให้บางที่สุด และกรอบแว่นที่เลือกได้ก็มีจำกัด ถอดแว่นแล้วมองไม่เห็นอะไรเลย..
ก่อนทำ LASEK สายตาฉัน -8 และมีสายตาเอียงด้วย เคยไปปรึกษา LASIK กับการใส่เลนส์เสริมในตาที่คลินิกตาอื่นด้วย แต่ได้ยินว่า LASIK ทำไม่ได้ เพราะสายตาฉันแย่มากเกินไป และติดเรื่องขีดจำกัดของกระจกตาที่ต้องเหลือไว้ ส่วนการใส่เลนส์เสริมในตา พอตรวจแล้วก็ไม่ผ่าน เพราะต้องมีพื้นที่ให้ใส่เลนส์ได้ แต่ฉันไม่มี!!.. สำหรับฉันไม่มีทางเลือก เลยต้องทำ LASEK และคลินิกตาแห่งแรกที่ไปปรึกษายังบอกว่า LASEK ก็ไม่ทำให้ (แต่ละคลินิกตามีเกณฑ์ขีดจำกัดกระจกตาที่ต้องเหลือไว้ต่างกัน แนะนำให้ปรึกษาหลายๆ ที่)
ตอนปรึกษา LASEK เขาบอกว่ากระจกตาฉันค่อนข้างหนามาก เลยทำได้แบบเฉียดๆ และผ่าตัดจาก -8 ไปเป็น 1.0 (อันนี้ก็ทำได้เพราะกระจกตาฉันหนามากเมื่อเทียบกับคนอื่น) เขาบอกว่าความเจ็บจะมากกว่าคนอื่นประมาณ 3-4 เท่า และฉันถอดแว่นแล้วแทบมองไม่เห็น ต้องใส่คอนแทคเลนส์แต่รู้สึกไม่สะดวกมาก เลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นไม่ใส่คอนแทคเลนส์บิ๊กอายดีกว่า และยอมรับความเจ็บเพื่อผ่าตัด!
ตอนผ่าตัดมีหยอดยาชา เลยไม่เจ็บเลย แต่เขาฉีดอะไรเหมือนน้ำเกลือตลอด และเป็นครั้งแรกที่ผ่าตัดกับร่างกายตัวเอง เลยสั่นอยู่เหมือนกัน ㅋㅋㅋㅋ
ผ่าตัดเสร็จแล้วคุยกับผู้อำนวยการคลินิก จากนั้นกลับบ้าน ระหว่างทางรู้สึกเหมือนตาจะหลุดออกมา.. ฉันเป็นคนทนเจ็บได้ดี แต่ก็เจ็บมาก พอกลับถึงบ้านก็หยอดยาชา? ที่ได้รับมา หรืออะไรทำนองนั้น ใส่ที่ปิดตา ปิดม่านทึบแสงในห้อง แล้วรอ ความเจ็บก็ลดลงจนพอทนได้
ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด รู้สึกเหมือนกินแล้วก็นอนอย่างเดียว... ปกติคนที่สายตาไม่ได้แย่เท่าฉันจะฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ LASEK เป็นการค่อยๆ มองเห็นชัดขึ้น ฉันเลยมองมัวอยู่หลายวัน เหมือนมีฟิล์มเคลือบอยู่ข้างหน้า! รู้สึกว่าสายตาค่อยๆ ดีขึ้น แต่ยังเหมือนมีฟิล์ม และเวลามองของก็เหมือนโฟกัสไม่เข้า? เป็นแบบนั้นประมาณ 3 สัปดาห์ถึง 1 เดือน หลังจากนั้นโฟกัสก็ดีและวัดสายตาได้ 1.0!
หลังผ่าตัดหลายเดือน มองเห็นชัดแต่ตาเหนื่อยง่าย และเวลา ดื่มเหล้าหรือเหนื่อย จะรู้สึกตึงบริเวณรอบดวงตา ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ถึงใส่คอนแทคเลนส์ทั้งวันก็ไม่ค่อยรู้สึกว่าตาแห้ง แต่พอเปิดฮีตเตอร์อะไรแบบนั้นก็ตาแห้งง่าย หลังช่วงนี้ ความรู้สึกตึงตาค่อยๆ ลดลงและหายไป!
ตั้งแต่ปีแรกจนถึงตอนนี้ ถ้าจะบอกว่าเป็นผลข้างเคียง ก็คือเป็นภาวะตาแห้ง ฉันพกน้ำตาเทียมทุกวัน แม้ไม่หยอดก็พอไหว แต่ตาจะฝืดและรู้สึกเหนื่อยกว่า ฉันเลยพกตลอด มีแสงแตกกระจายด้วย รู้สึกมากเวลามองสัญญาณไฟจราจรจากในรถตอนกลางคืน จนถึงตอนนี้สายตายังคงอยู่ที่ 1.0
วิธีดูแลไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ปกติทำ LASEK เพราะไม่อยากใส่แว่นใช่ไหม? ของฉันแปลกตรงที่อยู่บ้านจะใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าตลอดㅋㅋㅋㅋㅋ ฟิล์มก็แปะกันแสงสีฟ้าไว้ และสำหรับฉันการผ่าตัดซ้ำก็ยาก อีกทั้งใส่แว่นกรองแสงสีฟ้าแล้วตาเหนื่อยน้อยลง เลยใส่ทุกวันจนเป็นนิสัย! เคยเป็นตากุ้งยิงและตาบวมบ่อย ทำงานที่คลินิกทันตกรรมก็โดนเครื่องฉายแสง UV บ่อย และทุกวันต้องทำงานใต้แสงสว่างเพื่อดูในปากคนไข้ ตาก็เหนื่อยอยู่ แต่สายตายังคงเหมือนเดิม! (ตอนทำงานก็หยอดน้ำตาเทียมเรื่อยๆ ระหว่างวัน) หน้าร้อน วันที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเยอะ ฉันมักใส่แว่นกันแดด!
ข้อดีคือไม่ใส่แว่นก็มองเห็นชัด.. ไม่ต้องใส่แว่นที่ทำให้ตาดูเล็กอีกแล้ว? (โดยเฉพาะเวลาไปโรงอาบน้ำ สระว่ายน้ำ หรือกินอาหารร้อนๆ ไม่สะดวกมาก.. แถมเพราะค่าสายตาหนักมาก แว่นเลยหนักมาก จนมีรอยกดตลอดและเจ็บจมูก)
ข้อเสียคือ สำหรับฉันโอเค แต่ถ้าเป็นคนที่จำเป็นต้องใส่คอนแทคเลนส์บิ๊กอาย อาจมีคนที่อยากทำช้ากว่านี้! และบอกไม่ได้ว่าไม่มีผลข้างเคียงเลยㅜㅜ รอบตัวฉัน แม้สายตาไม่ได้แย่เท่าฉัน ส่วนใหญ่ก็เป็นตาแห้งและพกน้ำตาเทียมกัน
ถ้าสิ่งที่ต้องการชัดเจนเหมือนฉัน ก็แนะนำให้ทำ แต่ผลข้างเคียงไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดกับตัวเอง จึงอยากให้ตัดสินใจอย่างรอบคอบ! ไม่ว่าจะศัลยกรรมหรือแก้ไขสายตาก็เหมือนกัน ไม่มีทางมีแต่ข้อดี และต้องจำไว้ว่ามีผลข้างเคียงด้วย การตัดสินใจเป็นของตัวเอง!
ถูกใจ 0
อีโมติคอนแสดงความเห็นด้วย
Translating
ต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ