การผ่าตัดเสริมความงามครั้งเดียวของฉันคือการปรับตำแหน่งไขมันใต้เปลือกตา โดยธรรมชาติใต้ตาของฉันมีไขมันพุ่งออกมาเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ตำแหน่งต่ำกว่าเยื่อกลีบพับสุนทรียสยอง (ไม่ใช่จุดเอ็กคีโอซัล) อยู่บริเวณดาร์กไซเคิล ทำให้ตอนเรียนมัธยมคอยังไม่สามารถปกปิดด้วยเมกอัปคลุมคล้ายดาร์กไซเคิลได้เลย จึงผ่าตัดตอนอายุ 21
ฉันกับแม่ไปที่คลินิกศัลยกรรมตกแต่งในแทเกจอน พูดคุยกับคุณหมอประจำตัวแล้วจึงตัดสินใจผ่าตัด ช่วงนั้นเครียดมาก ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เวลาในครอบครัวไปฉีดโบท็อกซ์ฉันก็ไล่ไปกับไปและทำการปรึกษาแบบสั้น ๆ อยู่สองสามครั้ง (การตัดสินใจระหว่างฟิลเลอร์ใต้ตากับการย้ายไขมันใต้ตาไม่ควรตัดสินใจเอง ควรไปวินิจฉัยที่คลินิกเฉพาะทางให้ชัดเจน) ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ว่าควรไปหาข้อมูลด้วยความขยันและใส่ใจ พอเพราะคลินิกนั้นเคยมีน้องสาวลูกพี่ลูกน้องเคยทำงานที่นั่นเป็นหัวหน้าแผนก ครอบครัวทุกคนเลยไปทำการย้ายไขมันใต้ตาที่นั่น และหลังจากปรึกษาแล้วจึงนัดหมายทันทีโดยไม่ไปที่อื่น
ราคาที่จำได้คือได้ส่วนลดเพราะรับเป็นกลุ่มประมาณช่วงต้นร้อยล้านวอนถึง 300 แสนวอน (ราว 200 ช่วงบนถึง 300)
ก่อนผ่าตัด ตอนที่ซักเรื่องการนอนหลับ/ดมยาสลบเขาถามส่วนสูง น้ำหนัก และความทนแอลกอฮอล์… ฉันจึงบอกความทนแอลกอฮอล์ต่ำไปนิดหน่อยเพราะกลัวว่าจะไม่ตื่นกลับมา haha เป็นครั้งแรกที่มีการทำให้หลับ ตอนนั้นฝันว่าการผ่าตัดจบลงแล้วและกำลังเดินไปห้องพักฟื้น แต่พอสะดุ้งขึ้นมาก็เวียนหัวมาก และยังไม่ถึงกับเริ่มผ่าตัดจริง ตอนนั้นฉันเลยหลับตาไว้และหลับต่อ เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่ากำลังอยู่ในช่วงกำลังผ่าตัดแล้ว ระหว่างนั้นยาสลบใกล้ทำให้ง่วงไม่อยู่แล้วจึงบอกไป เขาบอกเกือบเสร็จแล้ว ช่วงหนึ่งมีความรู้สึกว่าไขมันถูกย้าย และก็มีอาการปวดบ้าง เป็นความรู้สึกจี๊ดจี๊ดและดึงตึง เหมือนกำลังเกือบสิ้นสุดขั้นตอนและเริ่มเย็บเสร็จแล้ว ฉันทนความเจ็บได้ดีและเลือกทนรอจนกว่าจะสะดุ้งช้ากว่านั้น (ตอนนั้นก็คิดอยู่บ้างว่า ตัวผ่าตัดหลักทำโดยแพทย์ที่นัดหมายไว้ แต่ขั้นตอนเย็บปิดท้ายบางอย่างน่าจะเป็นคนฝึกหัด ฉันได้ยินมาตั้งแต่ก่อนผ่าตัดว่าให้ดูวิธีที่ศัลยแพทย์หลักทำงาน พอการผ่าตัดหลักเป็นของแพทย์หลักแล้วจึงคิดว่าอาจเป็นเรื่องปกติและไม่พูดอะไร)
หลังจากนั้น ในขณะคลายยาสลบฉันได้พักในห้องฟื้นตัวด้วยการประคบอุ่นเล็กน้อย และเมื่อหยุดงดอาหารก็กินข้าวทันทีแล้วกลับบ้าน ไม่มีอาการปวด แต่มีรอยช้ำและยิ้มไม่ออก ใต้ตายังรู้สึกเหมือนดึงตลอด
หลังผ่าตัดถึงก่อนแกะไหมถูกห้ามล้างหน้าด้วยน้ำ แต่ฉันทำแค่เช็ดคราบมันด้วยฟองน้ำเบา ๆ จนกว่าจะแกะไหมได้ ตอนล้างก็บีบน้ำออกให้แห้งมาก ๆ อย่างระวังไม่ให้เข้าใกล้ตาและล้างเฉพาะที่มักมีน้ำมันสะสมเช่นหน้าผากและจมูก แม้หลังแกะไหมแล้วจะล้างหน้าได้ ฉันก็ยังใช้ฟองน้ำเช็ด และไม่ใช้โฟมล้างหน้าที่ใกล้ใต้ตา เพราะเกรงว่าจะเกิดแผลเป็นหรือจุดด่าง
หลังผ่าตัดไปหลายเดือนใต้ตาตึงค่อนข้างมากอยู่พักใหญ่ แพทย์ก่อนหน้านี้ก็แจ้งว่าอาจมีอาการตึงที่ขอบเปลือกตา หลังจากฉันเป็นคนยิ้มด้วยตาค่อนข้างบ่อย จึงต้องระวังตอนยิ้ม นอกนั้นไม่มีความไม่สบายตัวอื่น ๆ และอาการตึงค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา
ฉันคิดว่าหลังย้ายไขมันใต้ตาจะช่วยลดดาร์กไซเคิลได้บ้าง แต่ดาร์กไซเคิลแทบไม่เปลี่ยน แค่นิ้วไขมันหรือตำแหน่งไขมันที่ย้ายกลับสู่ที่เดิม (คนในครอบครัวดูดาร์กไซเคิลอ่อนลงมากขึ้น ทำให้ฉันเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองคงเป็นแบบนั้น too haha) ตอนนี้ไม่มีแผลเป็นหรือภาวะแทรกซ้อน
มีคนที่ลังเลระหว่างย้ายไขมันใต้ตากับทำฟิลเลอร์ใต้ตาเหมือนกัน ฉันก็กลัวการผ่าตัดมาก จึงค้นคว้าในยูทูปและอินเทอร์เน็ตมาก และอยากเลือกฟิลเลอร์ แต่ต้องไปพบแพทย์และได้รับการวินิจฉัยก่อน แล้วค่อยเลือกวิธีที่เหมาะสมเสมอ ถ้าดูที่บ้านอย่างเดียวก็ไม่มีที่สิ้นสุด
สิ่งที่อยากสื่อหลังผ่าตัดคือ ไม่ใช่การผ่าตัดที่เปลี่ยนโครงหน้าโดยรวม แต่เป็นความรู้สึกว่าหน้าดูกระจ่างขึ้น รู้สึกสะอาดตา ฉันคิดว่าปกติการผ่าตัดไม่ใช่เปลี่ยนคนทั้งคน แต่เป็นการทำให้ส่วนที่เป็น minus หรือจุดไม่มั่นใจดีขึ้นขึ้นสำหรับฉัน จึงเป็นการผ่าตัดที่พอใจมาก ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจึงอาจให้ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบไม่มาก แต่ก็เขียนรีวิวนี่เพื่อช่วยคนหนุ่มสาวที่กำลังเผชิญความกดดันแบบเดียวกัน
ถูกใจ 0
อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ
กำลังแปล
คุณต้องการเก็บรีวิวนี้หรือไม่? +0
นี่คือรีวิวหลังผ่าตัดที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติ