โพสต์

รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด@petit-review

ไม่กล้าไปคลินิกผิวหนังอีกแล้ว

เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงต้นปี 2024 ค่ะ ตอนนั้นสภาพจิตใจพังยับ ร้องไห้กลับบ้านมาเลย และจนถึงตอนนี้ก็ยังกลัวการไปคลินิกผิวหนังอยู่ค่ะ

ฉันมีขนขึ้นทั่วร่างกายเยอะมาก ซึ่งเป็นปมด้อยมาตั้งแต่เด็ก พอสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จก็ไปที่คลินิกผิวหนัง ㄷㄹㅇㅈ ตามคำแนะนำของคนรู้จักค่ะ ตอนนั้นเพิ่งสอบเสร็จได้ไม่นานด้วยก็ไม่ได้มีเงินเยอะ เลยเอาเงินที่ได้รับตอนตรุษจีนไปค่ะ คนรู้จักบอกว่าถ้าบอกว่าเดินทางมาจากไกล เขาน่าจะคิดถูกลง ถ้าบอกว่าเป็นลูกค้าประจำของคลินิกนี้ แล้วมากับคำแนะนำของเขา เขาน่าจะใส่ใจเป็นพิเศษ ฉันก็เลยเชื่อแล้วไป แต่ผิดหวังมากจริงๆ ค่ะ

ก่อนอื่นได้เข้าปรึกษาก่อน ซึ่งที่คุณหมอเจ้าของคลินิกมาปรึกษาเองก็ทำให้รู้สึกน่าเชื่อถือ แต่ไม่ว่ามันจะเจ็บแค่ไหน ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำเลเซอร์กำจัดขนที่คลินิกนี้ในวันนั้นแน่นอน เลยไม่ได้ถามเรื่องอื่นเป็นพิเศษ เพียงแต่ขอว่าเพิ่งสอบเสร็จและพกเงินมาไม่มาก ถ้าเป็นไปได้ช่วยทำราคาให้ถูกหน่อยได้ไหม ตอนคุยกันทาง KakaoTalk เคยได้ยินว่าถ้าทำ 3 ครั้งจะอยู่ราว 500,000 วอน แต่ฉันก็ไม่ได้คิดจะทำถึง 3 ครั้งอยู่แล้ว อีกอย่างตอนนั้นก็ยังไม่ได้ทำงานพิเศษ 500,000 วอนสำหรับฉันถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ค่ะ เลยขอให้ช่วยคิดถูกที่สุด.. และก็ย้ำด้วยว่ามาจากการแนะนำของคนรู้จักค่ะ

ตอนคุยกับคุณหมอเจ้าของคลินิก ท่านบอกว่าทำแขนขาเฉพาะเหนือข้อศอก เหนือเข่า ถ้าเพิ่มส่วนรอบข้อศอกสองข้างก็เพิ่มอีก 50,000 วอน รวมเป็น 200,000 วอนค่ะ แต่พอคุยเสร็จแล้วออกไปจ่ายเงิน ฉันถามว่าแล้วต้นแขนกับต้นขาทำไหม พอฉันตอบว่าทำอยู่ดีๆ กลับกลายเป็น 300,000 วอนซะอย่างนั้น..? ฉันเลยบอกว่าเมื่อกี้ในห้องบอกว่า 200,000 วอนไม่ใช่เหรอ...? เขากลับบอกว่าเหมือนคุณหมอจะเข้าใจผิด คิดว่าไม่ทำต้นแขนเลยพูดผิดไป.. แต่ที่ฉันไม่เข้าใจก็คือ ถ้าเพิ่มต้นแขนก็ยังแค่ 250,000 วอนอยู่ดีนี่นา ,, ? ตรงนั้นฉันเริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาทันที.. (ตอนนั้นควรจะหนีไปเลยแท้ๆ..) แต่ในสถานการณ์นั้น ถ้าจะทำที่นี่ ฉันต้องเอาเงินที่ตั้งใจจะเอาไปเติมเงินออมฝากประจำออกมานิดหน่อย แล้วก็เอาเงินที่เก็บจากอั่งเปาตรุษจีนมารวมกันจนได้ 290,000 วอน ซึ่งจ่าย 300,000 วอนไม่ไหวค่ะ เลยคิดว่าไม่เอาดีกว่า.. แล้วก็เงียบไปพักหนึ่ง

พอเป็นแบบนั้น ผู้หญิงที่เหมือนหัวหน้าฝ่ายปรึกษาที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ก็พูดอย่างเร่งรีบว่า “งั้น...เอาเป็น 250,000 วอนให้เลยก็ได้ค่ะ~~” พูดเหมือนทำบุญให้ ทั้งที่ฉันก็แบบ ??? แต่พอทำได้ในงบที่มีอยู่ก็เลยจ่ายไปค่ะ (แต่พอกลับบ้านมาแล้วรู้สึกเหมือนเขาพยายามจะโก่งราคาแต่ดันไม่สำเร็จ เลยคิดจะคิดเงินตามราคาปกติเฉยๆ มากกว่า..)

แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากค่ะ เพราะฉันเชื่อใจคนรู้จักที่แนะนำคลินิกนี้มากจริงๆ และเขาก็บอกว่าทั้งคนในครอบครัว ญาติ และเพื่อนของเขาก็แนะนำคลินิกนี้กันหมด ฉันเลยนึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกปฏิบัติแบบนี้..ㅎ

ฉันเคยคุยปรึกษาทาง KakaoTalk มาก่อนหน้าจะไปคลินิก 2 สัปดาห์และ 1 สัปดาห์ค่ะ เขาบอกแค่ว่าราคาประมาณเท่านี้ ให้มาปรึกษาด้วยตัวเองก็เลยจองคิวทาง KakaoTalk ไป ส่วนเรื่องเตรียมตัวอื่นๆ ไม่ได้มีการพูดถึงเลย ฉันก็เลยไปคลินิกในวันนัดตามปกติ

หลังจากคุยปรึกษาเสร็จ คนที่เหมือนหัวหน้าฝ่ายปรึกษาคนนั้นถามฉันว่ามาโกนขนมาก่อนหรือเปล่า ฉันตอบว่าไม่ได้ทำ เพราะตอนจองคิวไม่มีใครบอกเรื่องนี้เลย แล้วก็ถามว่ามีปัญหาไหม เขาบอกว่าไม่เป็นไร แล้วให้ไปเตรียมตัวก่อน มีพนักงานอีกคนเอากางเกงที่เหมือนกางเกงชั้นในกับเสื้อด้านบนมาให้(จำไม่ชัดว่าได้เสื้อด้วยไหม น่าจะได้) ความทรงจำไม่ค่อยชัด แต่เหมือนจะเป็นพนักงานพยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาลสักคนที่เอามาให้ แล้วก็พาฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวที่มีกระจกฝ้าๆ อยู่ด้านนอก แต่ฉันได้ยินผู้หญิงที่เอาเสื้อผ้ามาให้คุยขำกับพนักงานอีกคนอยู่ข้างนอก ตอนนี้ฉันยังจำได้ชัดเลยว่าได้ยินว่า “ฉันเป็นคนทำแว็กซ์รึไง~~ㅋㅋㅋㅋ” พอได้ยินแบบนั้นหัวฉันก็ขาวโพลนขึ้นมาทันที คนที่มาทำกำจัดขนวันนี้ในเวลานี้น่าจะมีแค่ฉันคนเดียวไม่ใช่เหรอ.. งั้นนั่นก็หมายถึงกำลังพูดถึงฉันอยู่ใช่ไหม..?.. แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงพนักงานคนอื่นพูดอะไรอีกเลย

ด้วยสภาพที่สติแทบหลุด ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วถูกพาไปยังห้องที่ดูเหมือนร้านดูแลผิว มีเตียงอะไรสักอย่างอยู่ข้างใน ที่นั่นมีพนักงานสองคนช่วยกันตัด/โกนขนแขนกับขาฉันให้สั้นลง ต่อมาฉันถึงได้รู้ว่าตอนทำเลเซอร์กำจัดขนต้องโกนขนให้สั้นก่อนเพราะเสี่ยงไหม้ พนักงานสองคนนั้นถอนหายใจแรงตลอดเวลาที่ตัด/โกนขนแขนขาให้ฉัน แล้วระหว่างรอแป๊บหนึ่ง คนที่นอนอยู่ข้างๆ ก็โทรศัพท์เสียงดังตลอดเวลา พอรอสักพักแล้วกลับมาดูอีกที พนักงานสองคนนั้นก็ยังพูดย้ำแบบเหน็บๆ ว่าครั้งหน้าจะมา ต้องโกนขนมาก่อนนะ ครั้งหน้าต้องโกนขนมาก่อนนะ พูดแบบนี้เกิน 3 ครั้ง ฉันจำไม่ได้แน่ชัดว่ากี่ครั้ง แต่เขาพูดกับฉันแบบนั้นซ้ำๆ เลยค่ะ ฉันเลยทนไม่ไหวจนเบื่อสุดๆ แล้วบอกว่า น่าจะไม่มาครั้งหน้าแล้ว และตอนจองคิวก็ไม่เคยมีใครบอกเลยว่าต้องโกนขนมาก่อน พอพูดแบบนั้นพวกเขาก็แค่ตอบประมาณว่า “อา.. ค่ะ..” เท่านั้นเอง (จำไม่ได้แน่ชัดว่าตอบอะไร แต่ที่แน่ๆ คือไม่ได้ยินคำขอโทษแม้แต่คำเดียวเกี่ยวกับท่าทีของทั้งสองคนนั้นเลย ไม่มีเลย) ตลอดชีวิตไม่เคยไปที่ไหนที่จ่ายเงินแล้วโดนเหน็บโดนแซวแบบนี้มาก่อนเลย..ㅋㅋ ตอนนั้นฉันคิดว่าเพราะได้ราคาถูก และเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่หาข้อมูลให้ดีก่อน ขอแค่เลเซอร์กำจัดขนได้ผลสำเร็จก็พอ เรื่องขั้นตอนระหว่างทางจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ ฉันพยายามปลอบใจความรู้สึกน้อยใจของตัวเองไว้

แล้วก็ขึ้นไปทำเลเซอร์กำจัดขนค่ะ

ตั้งแต่ก่อนเริ่ม เครื่องกำจัดขนก็มีเสียงแปลกๆ แล้วเหมือนจะไม่ค่อยทำงาน ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจ พอผ่านไปพักหนึ่งคุณหมอก็พูดว่าไม่ใช่ว่าเครื่องมีปัญหาอะไรนะ ไม่ต้องกังวลมาก แต่ก็ยังมีเสียงแปลกๆ แล้วก็เหมือนทำงานไม่ดี คอยจับเครื่องนั่นเครื่องนี่อยู่ตรงนั้น ทำๆ งงๆ แบบนั้น จะไม่ให้กังวลได้ยังไงกันล่ะ,,ㅎ.. เอาเถอะ ถึงตรงนี้ฉันก็ยังคิดว่า ถ้ากำจัดขนได้ดีก็โอเค

แต่เลเซอร์กำจัดขนมันเจ็บมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลยค่ะ คุณหมอพูดอะไรนะ เหมือนจะบอกว่าให้คิดเสียว่ามันรู้สึกเย็นสบายแล้วทนเอาไว้? แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเท่าไร..ㅋㅋ เลยได้แต่คิดว่าต้องทนให้เหมือนตายไปแล้ว และก็สะดุ้งๆ อยู่บ้างแต่ก็ยังทนได้ พอทำไปได้พักใหญ่ คุณหมอก็ถามเรื่องอายุ ว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยไหม เรียนคณะอะไร ฯลฯ ทั้งที่เจ็บจนจะตายอยู่แล้วจนแทบพูดไม่ออก ก็ยังถูกชวนคุยตลอด เลยต้องตอบไปอย่างยากลำบาก

แล้วคุณหมอก็พูดขึ้นมาทันทีแบบนี้ค่ะ จำได้ชัดเจนว่าเขาพูดว่า “เมื่อกี้คุณเอาแต่พูดเรื่องเงิน~เรื่องเงิน~ เลยนะ~ ผมก็เลยลดราคาให้เยอะเลย~ รู้ใช่ไหม?ㅋ” เจอคำพูดแบบนี้ฉันควรตอบอะไรได้บ้างคะ? ฉันตอบอะไรไม่ออกเลย ตอนนี้มาคิดดูแล้วก็ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาลดให้เยอะจริงไหม.. ตอนนั้นฉันเชื่อว่าลดเยอะอยู่ ก็เลยรู้ว่าเขาหมายถึงอะไรแต่รู้สึกน้อยใจมากจริงๆ .. พอกลับบ้านมา.. ทั้งเสียเงินไปแล้วก็ต้องนั่งรถไฟใต้ดินกับรถบัสหลายชั่วโมงเพื่อกลับมา แล้วฉันทำอะไรลงไปกันแน่..

พอออกไปที่ที่สว่างถึงได้เห็นว่าเป็นเลเซอร์กำจัดขนแท้ๆ แต่รากขนยังอยู่ครบ แถมเส้นขนเองก็ยังหลงเหลือเป็นหย่อมๆ อย่างปกติ ตอนทำเลเซอร์คุณหมอบอกว่าตัวเองละเอียดมาก แม้แต่ตรงนิ้วก็ทำให้ได้ละเอียดมาก ลูกค้าก็พอใจกันมาก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ขนที่นิ้วยังเหลืออยู่ และที่แขนก็ยังมีขนเหลือเป็นหย่อมๆ จนดูน่าเกลียดเหมือนผมร่วงเลยค่ะ..

ฉันคาดหวังไว้อย่างน้อยว่าจะอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน แต่ไม่เลยค่ะ เพิ่งผ่านไปนิดหน่อยกว่าหนึ่งเดือนก็กลับไปเป็นสภาพเดิมแล้ว.. นี่มันถูกต้องจริงๆ เหรอ..

หลังจากนั้นฉันก็กลัวคลินิกผิวหนังมากจนไม่กล้าไปอีก จนมีอยู่ครั้งหนึ่งหน้าฉันเห่อหนักจากผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส ทนไม่ไหวเลยต้องไปคลินิกผิวหนังใกล้บ้านครั้งหนึ่ง แต่ที่นั่นก็เจ็บตัวหนักอีก เลยคงไปคลินิกผิวหนังอีกไม่ได้แล้ว..

ในบรรดาคนที่อ่านเรื่องนี้อยู่ บางคนอาจคิดว่าถ้าจ่ายน้อยก็ต้องได้รับความใส่ใจน้อยเป็นธรรมดา เพราะฉันต่อราคาเลยถูกปฏิบัติแย่ๆ ฉันเข้าใจว่าคงมีคนคิดแบบนั้นกันมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าได้มาฟรีนี่นา แล้วมันจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือคะ..? ฉันยังนึกถึงเหตุการณ์นั้นเป็นครั้งคราว และยังฝันร้ายอยู่เลย.. แถวๆ คลินิกผิวหนังก็ไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดเข้าไป ฉันแปลกเกินไปเองหรือเปล่าคะ?

+ เพราะเป็นคลินิกที่ไปตามคำแนะนำของคนรู้จัก ฉันเลยไม่ได้เขียนรีวิวแย่ๆ กลัวว่าจะส่งผลเสียไปถึงคนรู้จักคนนั้นด้วย และก็ไม่ได้บอกคนรู้จักคนนั้นด้วยว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น.. คิดว่าถ้าใช้ชีวิตยุ่งๆ ไปเดี๋ยวก็คงลืมได้ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังนึกถึงอยู่ เลยเขียนระบายออกมาเพราะอัดอั้นค่ะ...

ฉันเขียนตามความจริงโดยไม่พูดเกินจริงหรือบิดเบือนอะไรเลย แบบนี้จะโดนฟ้องฐานหมิ่นประมาทจากการระบุข้อเท็จจริงได้ไหมคะ.. ถ้ามีปัญหาจะลบออกค่ะ...

ชอบ 0

อีโมติคอนความรู้สึก

แปลแล้ว

คุณต้องการบันทึกรีวิวนี้ไว้หรือไม่? +0

รีวิวนี้เป็นรีวิวหลังผ่าตัดที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติ

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้