ฉันผ่าตัดจมูกรวมทั้งหมด 5 ครั้งค่ะ ตอนแรกไม่รู้อะไรเลย เลยผ่าด้วยซิลิโคน แล้วก็ใช้ชีวิตได้ดีโดยไม่มีปัญหาอะไรมา 10 ปี แต่ทรงจมูกดูเชยเกินไป เลยอยากปรับรูปทรง ปี 2018 ฉันได้รับการแนะนำจากต่างจังหวัดให้ไปที่โซล ไปยังที่ที่บอกว่าเชี่ยวชาญด้านการแก้จมูก แล้วก็ได้ผ่าตัดแก้ค่ะ แต่โรงพยาบาลที่เรียกตัวเองว่าเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการแก้จมูกในโซลนั้น กลับทำจมูกของฉันพังเละไปหมด ตอนนั้นภายนอกดูปกติดี แต่ข้างในจมูกมีปฏิกิริยาอักเสบรุนแรงจากผลข้างเคียงของซิลิโคนอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังเอาซิลิโคนหุ้มด้วยผิวหนังใส่เข้าไปอีก ทำให้แกนกลางจมูกกับรูจมูกไม่เท่ากัน แล้วทางโรงพยาบาลก็บอกให้แก้อีกในปี 2019 ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรและผ่าตัดอีกครั้ง ระหว่างนั้นจมูกที่เคยปกติของฉันถูกแกะและรื้อจนอยู่ในสภาพที่ถ้าไม่ใช่การผ่าตัดด้วยชั้นหนังแท้ตัวเองก็แทบจะแตะต้องไม่ได้แล้ว และยังแนะนำให้แก้ครั้งที่ 3 อีก ตอนนั้นฉันถึงได้ตั้งสติขึ้นมา แล้วเริ่มหาข้อมูลโรงพยาบาลอื่น โรงพยาบาลอื่นบอกว่า ถ้าฉันมาหลังผ่าตัดครั้งแรกเลย จริงๆ แล้วน่าจะแก้ได้ง่าย แต่เพราะที่ที่อ้างว่าเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการแก้จมูกในโซลผ่าตัดหลายครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ จึงทำให้ด้านในจมูกที่เคยปกติพัง และทำให้ค่าใช้จ่ายผ่าตัดพุ่งสูงลิ่ว หลังจากปรึกษาหลายโรงพยาบาล สิ่งที่ได้ยินคือ เพราะเคยถูกผ่าตัดหลายครั้ง ผิวบริเวณสันจมูกและปลายจมูกบางลง ถ้าไม่ใช้ชั้นหนังแท้ตัวเองก็ผ่าตัดได้ยาก ฉันเลยคิดว่าในเมื่อจะทำแล้ว ก็ไปที่ที่ทำชั้นหนังแท้ตัวเองได้ดีที่สุดและมีประสบการณ์มากที่สุดดีกว่า จึงหาข้อมูลโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านชั้นหนังแท้ตัวเอง และได้ทำการแก้จมูกครั้งที่ 5 ตอนนี้ครบ 2 เดือนหลังผ่าตัดด้วยชั้นหนังแท้ตัวเองแล้ว ฉันเขียนไว้ไม่กี่บรรทัด เพราะไม่อยากให้คนอื่นเป็นเหมือนฉัน ที่ไปเพราะได้รับการแนะนำแบบไม่คิดให้ดี แล้วต้องเสียทั้งเงิน เวลา สภาพจิตใจ และความทุกข์ใจไปเปล่าๆ สภาพจมูกตอนนี้สบายมากจนเทียบกับซิลิโคนไม่ได้เลย และรู้สึกเหมือนเป็นจมูกของฉันเอง โปรดดูโดยคำนึงว่าด้วยลักษณะของชั้นหนังแท้ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงหน้าเหมือนอวตารนะคะ ถ้าใครอยากรู้ชื่อโรงพยาบาล ส่งข้อความมาได้ค่ะ แล้วฉันจะส่งให้ สิ่งที่เสียดายและเสียใจมากคือ ถ้าหลังผ่าตัดจมูกครั้งแรกในปี 2008 แล้วในปี 2018 ฉันรู้จักการผ่าตัดด้วยชั้นหนังแท้ตัวเองทันที ก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้...เสียดายมากค่ะ
ถูกใจ 4