หน้าอกฉันไม่ได้ใหญ่อะไร แต่ก็เป็นคนทั่วไป ไม่ใช่แบบไม่มีเลย (ประมาณคัพ B) ฉันก็ชอบใส่เสื้อผ้าที่มีการเผยผิว และไม่ได้ใช้ชีวิตแบบคอยกังวลเรื่องหน้าอกตลอด แต่ช่วงนี้จู่ ๆ ไขมันหน้าอกหายวูบไปอย่างเดียว แถมหน้าอกหย่อนจนเครียดเวลาแต่งตัว หน้าอกของฉันหายไปแล้วㅠㅠ ในรูปก่อนหลัง บราสีฟ้าเป็นตัวที่เคยใส่มาก่อน เป็นสินค้าที่ระบุว่า 70D แต่จู่ ๆ ก็กลายเป็นว่างโหวงเหมือนขนมปังกลวง ๆ ㅠ เพื่อจะตามหาหน้าอกที่หายไป ฉันเลยรีบค้นหาแบบประมาณ “คลินิกศัลยกรรมหน้าอก ซอมยอน” ใกล้ ๆ แล้วเลือกมาประมาณ 3 ที่ตามความรู้สึก คิดว่าจะไปปรึกษาสัก 2-3 ที่ค่ะ
คลินิกศัลยกรรมแรกเป็นคลินิกศัลยกรรมขนาดใหญ่ในซอมยอนที่ว่ากันว่าทำหน้าอกเก่ง พูดตรง ๆ เพราะเหมือนเคยได้ยินว่าที่นี่ใหญ่และทำดี เลยค่อนข้างคิดไว้มากว่าจะผ่าตัดที่นี่ แล้วพอจะจองคิวปรึกษาเลยทักไปปรึกษาทางแชต แต่คนที่คุยด้วยบอกซ้ำ ๆ ว่าตอนนี้ไม่มีแพทย์ที่จะให้คำปรึกษาเรื่องศัลยกรรมหน้าอก พอฉันถามว่า แล้วจะปรึกษาได้เมื่อไหร่? เขาก็ทำเหมือนว่าฉันพูดอะไรอยู่ แล้วก็บอกแค่ว่าไม่มีแพทย์ให้คำปรึกษาเรื่องศัลยกรรมหน้าอก และไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ ฉันไม่เข้าใจเลย แต่พอมารู้ทีหลังคือผู้อำนวยการที่ทำศัลยกรรมหน้าอกไปอบรมที่ต่างประเทศ และเขาก็บอกแค่ว่าไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่ค่ะ เพราะตั้งแต่ขั้นตอนปรึกษาก็คุยกันยากแล้ว ฉันเลยขอผ่านการจองคิวด้วยㅠ
ต่อมาฉันตั้งใจจะไปปรึกษาที่ Design Plastic Surgery กับอีกที่หนึ่ง แล้วคิดว่าจะเลือกทำที่ใดที่หนึ่งในสองที่นั้น เลยโทรจอง Design Plastic Surgery ก่อนแล้วไปเยี่ยมชม พนักงานที่สวยและใจดีให้คำปรึกษาดีมาก ผู้อำนวยการก็พูดคุยอย่างเป็นกันเอง ทำให้รู้สึกดี ฉันเลยไม่ไปดูที่อื่นแล้ว วันนั้นก็ถามเลยว่าสามารถจองเวลาที่เร็วที่สุดได้ไหม แล้วก็นัดวันผ่าตัดทันทีเลยค่ะ~
เพราะอยากรีบผ่าตัด รีบฟื้นตัว และตามหาหน้าอกที่หายสาบสูญไปกลับมา เลยจองผ่าตัดวันเร็วที่สุดในบรรดาวันที่ลาหยุดได้ คือสัปดาห์ถัดไปทันที! เวลาของมนุษย์เงินเดือนเกาหลีผ่านไปเร็วมาก แล้ววันผ่าตัดก็มาถึงอย่างรวดเร็ว บ้านอยู่ไม่ไกล เลยนั่งรถบัสไปโรงพยาบาล เดินตามพี่พยาบาลใจดีและสวย ๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนลง ทักทายคุณหมอดมยาสลบ แล้วพอลืมตาขึ้นมา การผ่าตัดก็เสร็จแล้วค่ะ สิ่งที่กังวลอยู่นิดหน่อยคือ ถ้าตื่นจากผ่าตัดแล้วเจ็บมาก ๆ จะทำยังไง แต่ฉันไม่มีอาการปวดรุนแรงแม้แต่ทันทีหลังผ่าตัด คิดแค่อยากรีบดื่มน้ำและกินข้าวเท่านั้นค่ะ~ การงดอาหารเป็นสิ่งที่ยากที่สุดเลย!! หลังผ่าตัดไม่กี่ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องนั่งแท็กซี่ด้วยซ้ำ ตอนกลับฉันก็นั่งรถบัสกลับบ้านแล้วกินข้าวทันที พี่พยาบาลคนสวยบอกว่าต้องกินโจ๊กㅠ แต่ฉันไม่เชื่อฟัง กินข้าวไปค่ะㅎ
ตั้งแต่หลังผ่าตัดทันที ฉันแทบไม่มีรอยช้ำหรือบวมเลย ส่วนอาการปวดก็เป็นแค่ความเจ็บแบบไม่สบายตัวตอนนอนแล้วลุกขึ้น หรือขยับตัวแรง ๆ วันถัดมาก็ไปโรงพยาบาลเพื่อทำความสะอาดแผล และเขาก็สระผมให้ หลังผ่าตัด 3 วันก็ทำความสะอาดแผลและสระผมที่โรงพยาบาลค่ะ หลังจากนั้นก็สระผมเองที่บ้านทุกวัน และวันที่ 7 ก็ตัดไหม แล้วตั้งแต่วันนั้นก็อาบน้ำได้เลยค่ะ ฉันเป็นคนที่แทบไม่มีรอยช้ำ บวม หรือปวดเลย จนถึง 1 สัปดาห์หลังผ่าตัดก็ไม่มีใครรู้เล~~~ยว่าฉันไปผ่าตัดมา เพราะตั้งแต่วันรุ่งขึ้นหลังผ่าตัด ฉันก็ใช้ชีวิตประจำวันเหมือนปกติและออกไปไหนมาไหน คนรู้จักรอบตัวที่เจอกันทุกวันก็ไม่มีใครรู้เลย หนึ่งสัปดาห์นั้น เพื่อกินยาที่โรงพยาบาลให้มา ฉันกินข้าวครบสามมื้อแล้วกินยา สุดท้ายกลับน้ำหนักขึ้นแทน เพราะกินดีนอนดี..