ฉันอยู่ที่แทกู และตอนอายุ 27 ก็ได้ผ่าตัดเสริมหน้าอกเป็นศัลยกรรมครั้งแรกค่ะ.. 162/47 ช่วงบนผอม ส่วนช่วงล่างมีไขมันนิดหน่อย ไม่ถึงกับดูอวบค่ะ.. วันหนึ่งน้ำหนักลดลงไปถึง 43 กิโล พอยกแขนขึ้นเหนือหัว แล้วเห็นหน้าอกตัวเองจากด้านข้างเป็นเส้นตรงไปเลย ก็รู้สึกหดหู่มาก หลังจากนั้นพี่คนหนึ่งที่หน้าอกเล็กกว่าฉันอีก ไปเสริมหน้าอกที่โซล พอเห็นคนใกล้ตัวทำ ฉันก็อยากทำมากๆ เหมือนกัน เลยคิดอยู่หลายปี แล้วก็ไปปรึกษาที่โรงพยาบาลที่พี่คนนั้นเคยทำ เพราะตั้งใจจะผ่าตัดที่นั่น ผู้จัดการที่ปรึกษาออกมาคุยให้คำปรึกษา และฉันก็บอกส่วนที่กังวลไป ฉันบอกว่าเคยเห็นที่ไหนสักที่ว่าพอนอนลงแล้วเหมือนชามข้าว บางคนบอกว่าจับแล้วเหมือนลูกบอลเด้งๆ เลยกังวลเรื่องพวกนี้ เพราะฉันอยู่ต่างจังหวัด ฉันบอกว่าชนิดผิวเรียบที่พี่ทำต้องนวดด้วย ลำบากและน่ากลัว เขาเลยแนะนำอย่างหนักแน่นให้ใช้ซิลิโคนทรงหยดน้ำ Silimed แบบผิวทราย บอกว่าตอนนอนก็ดูเป็นธรรมชาติ สัมผัสแทบไม่ต่างจากผิวเรียบ และไม่ต้องนวด เลยเป็นเทรนด์ช่วงนี้ㅋㅋㅋㅋㅋ จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้เคยเจอหรือจับของคนที่ทำทรงหยดน้ำมาก่อน เลยเชื่อคำพูดของผู้จัดการที่ปรึกษาแบบสนิทใจ แล้วก็จองไปอย่างดีใจ.. (อ้างอิงนะคะ พี่คนนั้นทำแบบผิวเรียบ เลยดูเหมือนกล้ามอกนิดหน่อย แต่สัมผัสดีใช้ได้ ถึงขั้นเด้งไหวได้ค่ะ) หลังผ่าตัด ฉันจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่.. น่าจะหลายเดือนหลังจากนั้น เพราะแผลเป็นที่รักแร้เหมือนคีลอยด์ เลยไปทำทรีตเมนต์แผลเป็น แล้วถามผู้อำนวยการที่ผ่าตัดให้ว่า หน้าอกจะนิ่มเมื่อไหร่กันแน่.. เขาบอกว่าตอนนี้คือปกติแล้ว... ตอนนั้นหัวฉันหยุดไปชั่วขณะ พอฉันเล่าเรื่องที่ผู้จัดการที่ปรึกษาเคยพูดให้ฟัง เขากลับถามว่าใครพูดแบบนั้น???ㅋㅋㅋㅋㅋ อ่า.. สำหรับฉันที่ใช้ชีวิตยุ่งมากๆ ตอนนั้นไม่ใช่สถานการณ์ที่จะไประบายความโกรธหรือจัดการใครได้ ฉันแค่ทิ้งโพสต์ยาวๆ ไว้ในเว็บไซต์ แล้วก็กลับไปใช้ชีวิตยุ่งๆ ต่อ.. จากนั้นก็ไม่ได้คบแฟน ปล่อยเวลาให้ผ่านไป จนเริ่มรู้สึกถึงความเสี่ยงมะเร็งต่อมน้ำเหลือง? จากซิลิโคนผิวทราย มันเลยสร้างแรงจูงใจให้ฉันต้องทำใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้กลัวการผ่าตัดแก้จนไม่กล้าทำ ตอนนี้เลยกำลังตั้งใจหาข้อมูลอยู่ค่ะ..ㅜㅜ
รีวิวอื่นๆ ฉันก็ไม่อยากเขียนเลยค่ะ เพราะที่ผ่านมาใช้ชีวิตโดยไม่เคยพอใจ... แค่ดูด้วยตาแล้วเหมือนจะดี... เฉพาะตอนยืนเท่านั้น.. พอนอนแล้วดูไม่ชอบจริงๆ.. ทุกคน.. ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจนะคะ...
ถูกใจ 5