โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review

รีวิวรวมตั้งแต่วันผ่าตัดถึงครบ 1 ปี สำหรับภาวะสบฟันผิดปกติจากพันธุกรรม

ก่อนก่อนหลังหลังหลัง ครอบครัวของเรามีประวัติครอบครัวเป็นภาวะสบฟันผิดปกติร่วมกับภาวะขากรรไกรล่างยื่นจากปัจจัยทางพันธุกรรม เพื่อป้องกันเรื่องนี้ ตั้งแต่ฉันยังเด็ก พ่อแม่พาไปแผนกทันตกรรมของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและสอบถามอาจารย์หมอหลายอย่าง แต่คำตอบที่ได้รับคือ สิ่งที่เป็นพันธุกรรมไม่สามารถป้องกันได้ ได้ยินว่ามีวิธีพันผ้ารัดที่ขากรรไกรเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของขากรรไกรด้วย แต่ไม่ว่าจะพบอาจารย์หมอคนไหน ทุกคนก็พูดเหมือนกันว่าไม่มีประโยชน์ และเพราะสมัยนี้เทคนิคการผ่าตัดพัฒนาขึ้นแล้ว จึงได้รับคำแนะนำว่าเมื่อเด็กโตเต็มที่แล้วค่อยให้ผ่าตัด แน่นอนว่าเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ขากรรไกรก็พัฒนาและการสบฟันก็เริ่มผิดตำแหน่ง ตอนแรกคิดว่าจะอยู่ไปแบบนี้ ขากรรไกรที่ยื่นออกมาพอสมควรก็ดูเป็นผู้ชายดี และไม่ได้แย่ขนาดนั้น แค่เคี้ยวไม่สะดวกเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในการใช้ชีวิต ปัญหาการออกเสียงรั่วและความผิดปกติของระบบย่อยอาหารจากปัญหาการบดเคี้ยวทำให้ลำบาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ จนโตเป็นผู้ใหญ่ และได้เห็นเพื่อนที่คล้ายกับฉันผ่าตัดสองขากรรไกรแล้วไม่เพียงปรับปรุงการทำงาน แต่ยังเปลี่ยนแปลงด้านความงามอย่างมากโดยไม่มีผลข้างเคียงใหญ่ ๆ จึงตัดสินใจผ่าตัด ถ้าไม่มีเพื่อนคนนี้ ฉันคงใช้ชีวิตไปทั้งชีวิตโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันไม่สะดวก ฉันไปหาคลินิกทันตกรรมหลายแห่งในโซลเพื่อปรึกษา และในจำนวนนั้นมีที่หนึ่งที่รู้สึกถูกใจมาก สามารถทำการจัดฟันที่นี่ได้ด้วย มีการให้ผู้ปกครองดู CCTV ระหว่างผ่าตัด และระหว่างปรึกษาก็รู้สึกถึงความมั่นใจของผอ. โรงพยาบาลที่ทำให้ฉันมั่นใจคือ Y Oral

เพราะสภาพฟันของฉันแย่มาก เขาบอกว่าการผ่าตัดก่อนทำได้ยาก ต้องเริ่มจากการจัดฟันก่อน ดังนั้นวันที่ไปพบก็เริ่มจัดฟันทันที และทำการจัดฟันก่อนผ่าตัดประมาณ 10 เดือน

วันผ่าตัด_ทำผ่าตัดสองขากรรไกร, ปรับรูปหน้า 2 จุด (กรามเหลี่ยม, คางหน้า)

หลังยืนยันการผ่าตัดแล้ว ในช่วงเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ฉันไปโรงพยาบาล 2 ครั้งเพื่อปรับเวเฟอร์และตรวจหลายอย่าง เริ่มงดอาหารตั้งแต่เที่ยงคืนของวันก่อนหน้า เตรียมของตามเอกสารแนะนำที่โรงพยาบาลส่งให้ และตั้งสติให้พร้อม เข้าแอดมิตเวลา 9:30 น. จัดสัมภาระแล้วปรึกษากับผอ. ฟังคำอธิบายแผนผ่าตัด จากนั้นประมาณ 10 โมงก็เข้าห้องผ่าตัด หลังดมยาสลบก็จำอะไรไม่ได้เลย พอผ่าตัดเสร็จและได้สติจากเสียงพยาบาลปลุก ก็พบว่ามีท่ออยู่ในปาก และทั้งร่างกายเจ็บปวดในระดับที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต ไม่มีแรงแม้แต่จะดูมือถือ ได้แต่นอนหายใจแรง ๆ ทั้งวัน พอถึง 19:00 น. จะให้ผู้ปกครองกลับบ้าน สิ่งที่ประทับใจและรู้สึกขอบคุณมากคือพยาบาลดูแลทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนผู้ดูแลผู้ป่วย ต้องขอบคุณพยาบาลที่ทำให้ฉันอดทนผ่านมาได้

วันที่สอง ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเหมือนมีชีวิตขึ้นมาหน่อย ถอดท่อที่ใบหน้าออก และบอกให้เดินเยอะ ๆ แต่ไม่มีแรงขนาดนั้น อาหารโรงพยาบาลให้ New Care แต่กินก็ยากและไม่อยากอาหาร ถึงอย่างนั้นก็คิดว่ากินเพื่ออยู่รอด พอนอนอยู่ตลอด เอวก็ปวด เลยเดินรอบโรงพยาบาลเล็กน้อย พอกลับมาที่เตียงก็ไม่มีแรง ดูมือถือก็ไม่ได้ ได้แต่นั่งเหม่อและใช้เวลาทั้งวันไปกับการตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตประจำวันธรรมดา

วันที่สาม ถอดสายน้ำเกลือ ฟังคำอธิบายจากผอ. แล้วออกจากโรงพยาบาล อาการบวมของใบหน้าอยู่ในระดับสูงสุด กลับบ้านแล้วติดตั้งเครื่องเพิ่มความชื้น ทำห้องให้เหมือนห้องผู้ป่วย และนอนทั้งวันอีกครั้ง เป็นวันที่ลำบากมากจนสงสัยว่าในชีวิตเคยรู้สึกหมดเรี่ยวแรงขนาดนี้มาก่อนไหม

หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์

รอยช้ำบนใบหน้าอยู่ในจุดสูงสุด ไปโรงพยาบาลเพื่อถอดไหมแล้วรู้สึกดีมาก ตอนถอดไหมเจ็บมาก และรู้สึกขอบคุณมากที่แผลหายดีโดยไม่มีความผิดปกติอะไร ระหว่างล้างเวเฟอร์มันหัก เลยบอกผอ. ท่านบอกว่าน่าจะไม่ต้องทำต่อแล้ว จึงหยุดใช้เวเฟอร์ด้วย พอริมฝีปากเริ่มมีแรงและไม่ไหลน้ำลายแล้ว ชีวิตประจำวันก็ดีขึ้นมาก

หลังผ่าตัด 1 เดือน

รอยช้ำบนใบหน้าแทบจะหายไปหมด และค่อย ๆ รู้สึกได้ว่าความรู้สึกบริเวณขากรรไกรล่างด้านขวาที่เคยชาเริ่มกลับมา กำลังจะตรวจติดตามครบ 1 เดือนและกลับมาจัดฟันที่หยุดไว้ และเพราะได้รับอนุญาตให้เคี้ยวได้แล้ว จึงฝึกเคี้ยวโดยเน้นอาหารนิ่ม ๆ ฝึกออกเสียง และฝึกอ้าปาก การผ่าตัดสองขากรรไกร ถ้าทนช่วงแอดมิต (3 วัน) ได้ ก็พอทนได้ และความลำบากกับอาการจะดีขึ้นเป็นขั้น ๆ ตามวันที่ผ่านไป ทุกครั้งที่ลำบาก ฉันนึกถึงคำที่ผอ. เคยบอกและอดทนไว้ว่า พรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้ และมะรืนจะดีกว่าพรุ่งนี้..

หลังผ่าตัด 3 เดือน ตั้งแต่ช่วงนี้เหมือนจะกินอาหารได้ทุกอย่างโดยไม่ต้องเลือก เขาบอกว่ากระดูกติดประมาณ 80% แล้ว แต่ก็ยังให้กินอย่างระมัดระวัง ถึงจะกินอย่างระวัง แต่พอกินได้ดีขึ้น ความพึงพอใจก็สูงมาก ความรู้สึกเสียวซ่าที่ขากรรไกรล่างขวาหายไปมากแล้ว แต่ความรู้สึกยังเหมือนไม่มีอยู่เลย จึงค่อนข้างกังวล เขาบอกว่าความรู้สึกจะกลับมาได้จนถึง 1 ปีหลังผ่าตัด จึงตั้งใจจะรอดู

หลังผ่าตัด 6 เดือน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติจนแทบไม่ต่างจากก่อนผ่าตัด สิ่งที่พอใจที่สุดคือสามารถออกกำลังกายที่อาจมีแรงกระแทกกับใบหน้าได้โดยไม่ต้องกังวล แต่จุดที่ไม่สะดวกคือ ความรู้สึกที่ขากรรไกรล่างกลับมาแล้วแต่ไวมาก ทำให้เจ็บเล็กน้อยก็รู้สึกมาก และทุกครั้งที่อ้าปากกว้าง ข้อต่อขากรรไกรจะดังกร๊อบ ๆ ซึ่งทำให้กังวล แต่ผอ. บอกว่าเป็นอาการในช่วงปกติ จึงไม่ได้ใส่ใจ

หลังผ่าตัด 1 ปี ทุกอย่างเป็นธรรมชาติจนรู้สึกว่าเคยผ่าตัดตอนไหนกัน และคุ้นเคยกับรูปหน้าที่เปลี่ยนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เพราะมีอาการข้อต่อขากรรไกรดังกร๊อบ ๆ เวลาอ้าปากกว้าง จึงตั้งใจไม่อ้าปากกว้างมาก และความรู้สึกบริเวณขากรรไกรล่างขวาที่ทื่อเล็กน้อย รวมถึงความเจ็บที่รู้สึกมากขึ้น ยังคงเหลือเป็นผลข้างเคียง ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีความไม่สะดวกใหญ่ในการใช้ชีวิต และโดยรวมไม่เสียใจที่ผ่าตัดและพอใจ หากกำลังวางแผนผ่าตัดสองขากรรไกร ขอให้คำนึงถึงผลข้างเคียงแบบนี้ด้วย วางแผนอย่างรอบคอบ พบแพทย์ที่ดี และขอให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จ!

อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ

Translating

ต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0

นี่คือรีวิวผ่าตัดที่มุ่งเน้นการฟื้นฟู

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้