การผ่าตัดจมูกครั้งก่อนของฉันทำเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ใช้ซิลิโคน AlloDerm นิดหน่อย และมัดกระดูกอ่อนค่ะ มีอาการที่ปลายจมูกดูเหมือนถูก削ลง ซึ่งเรียกว่า pollybeak deformity และเพราะ AlloDerm ถูกดูดซึมไปหมดจนปลายซิลิโคนเห็นทะลุ เลยผ่าตัดแก้ค่ะ นัดไว้ 11 โมง และหลังถึงโรงพยาบาล เข้าไปในห้องผ่าตัดประมาณเที่ยงครึ่ง แม่รออยู่ที่ห้องพักฟื้น ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้า รอ แล้วก็ไปห้องผ่าตัด เขาฆ่าเชื้อเยอะมาก แปะเทปตรงนั้นตรงนี้ ฉันกังวลว่าจะพูดเพ้อ แต่เขาแปะเทปที่ปากให้ค่ะ ㅎ ผ่าตัดเสร็จกลับมาห้องพักฟื้นประมาณบ่าย 2 เพราะงดอาหารไว้เลยหิวมาก กินต๊อกกับน้ำที่แม่ให้ไปนิดหน่อย แล้วออกมาตอนบ่าย 2 ครึ่งค่ะ
ตอนผ่าตัดครั้งแรก จำได้แค่ว่าเขายัดสำลีในจมูกเยอะมาก บวมหนักตั้งแต่วันแรก พอกลับบ้านก็นั่งเอนอยู่เฉยๆ แต่ที่นี่ในจมูกไม่มีอะไรเลย และกำจัดขนจมูกให้หมด เลยรู้สึกเหมือนจมูกโล่งมาก เพราะเปลี่ยนซิลิโคนเลยมีเฝือกหนึ่งอัน และมีเทปแปะที่ปลายจมูกนิดหน่อย หลังผ่าตัดเสร็จ ฉันไปขึ้นรถไฟ กินกุกบับหนึ่งชามอร่อยๆ แล้วกลับบ้าน วันแรกเลยไม่มีบวมเลย เขาบอกว่าเลือดอาจไหลได้ แต่ไม่มีค่ะ เขาบอกว่าประคบเย็นก่อนบวมจะดี เลยเอาน้ำแข็งใส่ในเจลแพ็ก Pororo สำหรับลดไข้เด็กไป และประคบในรถไฟนิดหน่อย กลับมาบ้านก็ทำอีกสองครั้ง ครั้งละ 30 นาที กินยา แล้วไปซื้อ Dangguixu-san ที่ร้านขายยาใกล้บ้าน (ยาสมุนไพรจีน/เกาหลีสำหรับลดบวมจากรอยฟกช้ำ) มากิน และดื่มชารากตังกุยค่ะ
ต้องนอนแล้ว แต่พอจะนอนโดยเอาเบาะรองหลังแล้วปวดเอวมาก ฉันนอนประมาณตี 2 แต่ตื่นทุกๆ 30 นาที และตอนอ้าปากไว้นิดหน่อยแล้วสะดุ้งจนหุบปากแน่น ไม่รู้ว่าปากก็บวมด้วยหรือเปล่า เลยกัดด้านในริมฝีปาก เจ็บค่ะ ㅡㅡ; รู้สึกว่าแทบไม่ได้นอนถึง 3 ชั่วโมงเลย จากตอนนั้นจมูกโอเค แต่หูตุบๆ นิดหน่อย (อาจเพราะถูกหมอนกด) อาจเพราะแทบไม่ได้นอน เมื่อกี้ตื่นมาแต่ไม่มีบวมเลยสักนิด คืนนี้ถ้านอนแล้วจะบวมไหมนะ การผ่าตัดดูเหมือนจะออกมาดี แต่ไม่รู้เพราะปลายจมูกบวมหรือเปล่า เลยดูเชิดนิดหน่อย ฉันไม่ชอบจมูกเชิดจริงๆ แต่เขาบอกว่าพอบวมยุบแล้วจะลงมาหน่อย เลยต้องรอดูค่ะ เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน การฟื้นตัวง่ายขึ้นจริงๆ ตอนผ่าตัดครั้งแรก แม้จะนั่งหลับแล้วตื่นมา ก็ยังบวมเหมือนเชร็คสุดๆ.. ㅎ
ถูกใจ 0
อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ
กำลังแปล
ต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นการฟื้นฟู