ผ่านมา 7 ปีแล้ว และเพราะซิลิโคนใส่สั้น ทำให้สันจมูกเป็นรอยบุ๋มหนักขึ้นเรื่อยๆ ครั้งนี้เลยเปลี่ยนค่ะ (โรงพยาบาลที่ผ่าครั้งแรกไม่แนะนำค่ะ ㅠ ตัวคุณหมอเองดูคูลและดีอยู่นะ แต่รู้สึกว่าทำผ่าตัดแบบง่ายๆ มากเกินไป;;)
จริงๆ เพราะขี้เกียจ ถึงจะรู้ก็ใช้ชีวิตแบบนี้ต่อมาเรื่อยๆ แต่เหตุผลที่ตัดสินใจผ่าตัดคือคัดจมูกค่ะ เดิมทีก็มีจมูกอักเสบอยู่แล้ว แต่ช่วงนี้หายใจลำบากขึ้น เยื่อบุจมูกฉีกจนเลือดออกบ่อย.. ถึงจะมีจมูกอักเสบก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้นค่ะ แล้วไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่รู้สึกเหมือนมีอะไรที่ใช้เป็นเสาค้ำในรูจมูกข้างหนึ่งมันยื่นออกมา เหมือนมันบังทางหายใจ..
ตอนนั้นบอกว่าใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกทำเสาค้ำ แต่ตอนปรึกษาผ่าตัดแก้ โรงพยาบาลส่วนใหญ่ตอบว่าไม่มีกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกเหลือ ไม่รู้เอาไปใช้ตรงไหน.. เขาว่าน่าจะเพราะจมูกฉันเบี้ยวมาก เลยคงใช้ไปหมดกับการแก้ส่วนนั้นㅋㅋ
ยังไงก็ตาม ฉันเลยเปลี่ยนซิลิโคน.. ตอนผ่าครั้งแรกคิดแค่เรื่องความสูงอย่างเดียว แต่ตอนผ่าตัดแก้ถึงได้รู้ว่าการเกลาไลน์ซิลิโคนก่อนใส่สำคัญมากจริงๆ ครั้งนี้เพิ่งรู้ว่าควรเกลาปลายซิลิโคนสำเร็จรูปให้บาง และควรเกลาซิลิโคนด้านข้างทั้งสองข้างให้เข้ากับสันจมูกของแต่ละคนด้วย.. มิน่าล่ะ ตอนปรึกษาผ่าตัดแก้ ฉันพูดตลอดว่าซิลิโคนที่ใส่ดูเหมือนเห็นชัด แต่ทุกคนตอบแค่ว่าถ้าปูซิลิโคนก็เลี่ยงไม่ได้ ต้องยอมรับ.. แต่มีแค่ผอ.คนปัจจุบันที่บอกว่ามีโอกาสสูงเพราะซิลิโคนไม่ได้ถูกเกลาอย่างเหมาะสม และใบหน้าฉันข้างหนึ่งไม่สมมาตร ถ้าเกลาให้เข้ากับตรงนั้นก็น่าจะดีขึ้นบ้าง..!
ยังไงก็ตาม เดิมทีฉันตั้งใจจะใส่เสาค้ำด้วยกระดูกอ่อนใบหูที่จมูกเพื่อให้สวยขึ้น แต่เขาบอกว่ารูจมูกฉันก็เล็กอยู่แล้วและมีอาการคัดจมูก ถ้าทำแบบนั้นวาล์วจมูกด้านในจะแคบลงอีก ทำให้หายใจลำบากกว่าตอนนี้มาก.. แล้วถ้ายกขึ้น ไลน์ด้านข้างจะสวยตามที่ต้องการก็จริง แต่ด้านหน้าจะดูเหมือนปีกจมูกสองข้างยุบเข้าไปนิดๆ คล้ายจมูกถูกบีบ.. จริงๆ ฉันไม่ชอบความรู้สึกแบบนั้น (เดิมทีก็เป็นภาพลักษณ์ค่อนข้างกลมและธรรมชาติ) เลยตัดสินใจเปลี่ยนแค่ซิลิโคนค่ะ ให้ความสูงสันจมูกช่วงหว่างคิ้วเท่าเดิม และยกแค่สันจมูกขึ้นกว่าก่อนนิดดดเดียว ไหนๆ ก็ทำแล้วก็อยากสวยขึ้นมาก เลยเสียดายมากค่ะ ㅠ แต่จริงๆ เดิมทีจมูกฉันก็ดูกลมๆ อยู่แล้ว เลยรู้ตั้งแต่ผ่าครั้งแรกว่านี่คือขีดจำกัด..ㅠ
ยังไงก็ตาม ฉันเปลี่ยนแค่ซิลิโคนแบบไม่เปิดแผล และหลังทำเสร็จเขาให้ดูซิลิโคนที่เคยอยู่ข้างในก่อนหน้านี้ มันไม่ได้ถูกปรับแต่งอะไรเลยจริงๆ.. เพราะงั้นคงมีความรู้สึกว่าซิลิโคนมัน透ให้เห็น ซึ่งมีแค่ฉันที่รู้สึกได้ (ตอนนั้นใส่ 3.5) ยังไงก็ตาม ต่างจากการผ่าตัดครั้งก่อน คราวนี้มีแค่เฝือกชิ้นเดียวแปะอยู่บนสันจมูกㅋㅋ พูดตรงๆ ครั้งก่อนผ่าจมูกลำบากมาก เลยเตรียมใจไปเยอะมาก แต่รู้สึกโหวงๆ นิดหน่อยค่ะ น้องบอกว่าแม้จะติดเฝือกอยู่ แต่ไลน์สันจมูกดูสูงขึ้นกว่าเดิมและดูดีขึ้น
แต่สิ่งที่ทั้งแปลกและสงสัยคือ.. แค่เปลี่ยนซิลิโคนเท่านั้น แต่อาการคัดจมูกตอนนี้หายไปหมดเลยค่ะ คิดว่าจะบวมแล้วหายใจยากกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่กลับหายใจดีกว่าปกติㅜㅜㅋㅋㅋㅋㅋ แค่เปลี่ยนซิลิโคนก็เป็นแบบนี้ได้เหรอคะ?? อยากรู้ว่ามีใครเคยเจออาการแบบนี้ไหม.. แล้วถ้าเหมือนฉัน คือไม่ปรับแต่งปลายจมูก เปลี่ยนแค่ซิลิโคน ความพึงพอใจด้านความสวยงามจะดีกว่าเดิมไหมคะ? —— วันที่ 2 อาการบวมทำให้สบายใจกว่าที่คิด (ถ้าคิดถึงตอนทำครั้งแรกㅠ) ที่นี่บอกให้มาโรงพยาบาลวันที่ 2 ด้วยㅋㅋ เลยไป แล้วเขาฆ่าเชื้อให้อีกครั้ง เปลี่ยนเฝือก ทายาขี้ผึ้ง และฉีดยาปฏิชีวนะให้ค่ะ!ㅋㅋ การดูแลหลังผ่าตอนนี้ชอบค่ะ.. เฝือกนัดถอดช่วงวันที่ 4-6 —- ครบวันที่ 7 แล้วค่ะ มีรอยช้ำเหลืองและบวมเยอะอยู่ แต่เพราะไม่ได้ทำปลายจมูก เลยบวมน้อยมากเมื่อเทียบกับการผ่าครั้งแรก รูปทรงเพราะเปลี่ยนแค่ซิลิโคน เลยไม่ต่างจากเดิมมาก แต่พอใจมาก เพราะรายละเอียดเล็กๆ ที่มีแค่ฉันที่กังวลเหมือนจะดีขึ้นหมดแล้ว (ส่วนที่สันจมูกไล่ลงมาจากหว่างคิ้วที่ด้านข้างซิลิโคน透ให้เห็นจนดูชัด + สันจมูกยุบ)
ถูกใจ 3