ก่อน<ก่อนผ่าตัด>หลัง<หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ อาการบวมใหญ่ยุบแล้ว>หลัง<หลังผ่าตัดประมาณ 1 เดือนกับ 1 สัปดาห์>ฉันหาข้อมูลในชุมชนนี้เยอะมาก แต่รีวิวการตัดกระดูกด้านข้างจมูกแทบไม่มีจริงๆ เลยลองเขียนดูค่ะ
ตลอดช่วงวัยรุ่นและวัย 20 ฉันไม่พอใจกับรูปลักษณ์ของตัวเองมาตลอด แต่เพราะไม่มีปัญหาใหญ่ด้านฟังก์ชัน เลยคิดว่าคงต้องใช้ชีวิตตามหน้าตาเดิมๆ ไปหรือเปล่า พอเข้าสู่วัย 30 ด้วยอาชีพที่ต้องยืนต่อหน้าผู้คนบ่อย ทุกครั้งที่ถ่ายรูปหรือวิดีโอออกมาดูไม่ค่อยดี เลยเสียใจค่ะ แต่ก็กลัวการผ่าตัด กลัวผลข้างเคียง คิดว่าอายุ 30 กว่าแล้วจะโลภอะไรอีก เป็นต้น หลังจากลังเลอยู่นานมากจริงๆ ก็เริ่มหาข้อมูลออนไลน์และไปปรึกษาตามที่ต่างๆ สุดท้ายได้พบคุณหมอที่ดี โรงพยาบาลที่ดี และได้ผลลัพธ์ที่พอใจค่ะ!
1. ศัลยกรรมจมูก เดิมทีจมูกของฉันมีกระดูกจมูกกว้างออกด้านข้าง มีฮัมพ์เล็กน้อยบนสันจมูก และปลายจมูกไม่โด่งชัด ค่อนข้างตกเล็กน้อยค่ะ เวลาถ่ายรูป จมูกดูหายไป และไม่ชอบด้านข้างของตัวเอง เลยไม่พอใจกับรูปลักษณ์ค่ะ
ฉันไปปรึกษาหลายที่ แต่เลือกคุณหมอที่วิธีผ่าตัดจมูกเรียบง่ายที่สุด คาดว่าน่าจะมีผลข้างเคียงน้อย และอธิบายวิธีผ่าตัดอย่างละเอียดค่ะ
วิธีผ่าตัดจมูกของฉันคือ การตัดกระดูกด้านข้างจมูก การตัดกระดูกฮัมพ์ และการใส่กระดูกอ่อนหูที่ปลายจมูกค่ะ สำหรับอ้างอิง ที่อื่นเคยเสนอว่า 1) ศัลยกรรมจมูกด้วยการตัดกระดูกด้านข้าง โดยคงฮัมพ์เดิมไว้ และใช้กระดูกอ่อนซี่โครงตนเองกับ Medpor (ใช้ Medpor เมื่อจำเป็น) ㄷㄷ.. 2) ตัดกระดูกด้านข้างจมูก ตัดกระดูกฮัมพ์ ใส่กระดูกอ่อนหูที่ปลายจมูก ใส่ AlloDerm ที่สันจมูก จำได้ว่าได้รับข้อเสนอเป็นสองวิธีนี้ค่ะ
ผิวของฉันบางมากอยู่แล้ว เลยตั้งแต่แรกไม่ได้พิจารณาการใส่ซิลิโคนเป็นพิเศษ ดูเหมือนคนอื่นก็มองแบบนั้นเหมือนกันนะคะ..ㅎㅎ
ดีไซน์ที่ฉันต้องการคือจมูกที่ดูทันสมัยแต่กลมกลืน และฉันกังวลเรื่องผลข้างเคียงค่อนข้างมาก เลยคิดว่าได้เลือกผู้อำนวยการแพทย์ที่ใส่ใจเรื่องนี้มากที่สุดค่ะ.. ตอนปรึกษา ฉันเอารูป BoA ไปคุยด้วยค่ะ! ㅋㅋ
ตอนหาข้อมูลออนไลน์ มีความเห็นเชิงกังขาเกี่ยวกับการตัดกระดูกด้านข้างจมูกเยอะมาก (ถ้าตัดกระดูกด้านข้างแล้วออกมาไม่สมมาตร ต่อให้ผ่าตัดแก้ก็หมดทาง เป็นต้น) เลยจำได้ว่าลำบากมากในการสืบหาผู้อำนวยการแพทย์ที่ว่าฝีมือดีจริงๆ และกังวลมากจนถึงวันผ่าตัดค่ะ..
พอฉันได้ทำการตัดกระดูกจริงๆ ถ้าตัดได้สมมาตรและดี และไม่โลภเกินไปโดยเอาแต่ขอให้บีบให้แคบมากๆ หลังฟื้นตัวกลับรู้สึกว่าดีกว่าในแง่ความปลอดภัยเมื่อเทียบกับการใส่วัสดุเสริมค่ะ.. สิ่งที่ดีที่สุดคงเป็นการไม่ต้องกังวลเรื่องปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันต่อสิ่งแปลกปลอม คนที่กำลังลังเลเรื่องการตัดกระดูกด้านข้างจมูก ถ้าได้พบผู้อำนวยการแพทย์ที่มีฝีมือและดูแลเคสมามาก ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ นี่คือสิ่งที่ฉันอยากบอกมากที่สุดค่ะ..!
2. เติมไขมันบริเวณใบหน้า
ได้ยินว่าผู้อำนวยการแพทย์ทำเติมไขมันเก่งด้วย เลยปรึกษาพร้อมกับตอนปรึกษาจมูกค่ะ เป็นไปตามนั้น ไขมันเข้าที่บางๆ อย่างเป็นธรรมชาติและไม่มีผลข้างเคียงค่ะ เดิมทีหน้าผากฉันแบนและแทบไม่มีเนื้อเลย ใต้ตายุบและมีเม็ดสีคล้ำ ทำให้ใต้ตาคล้ำมาก และมีคางถอยกับคางเปลือกส้มค่ะ (พอเขียนแล้วเหมือนด่าตัวเองเลย;) ฉันเติมไขมันที่หน้าผาก โหนกแก้มหน้า และคางค่ะ
หลังผ่าน 2 สัปดาห์แรกและอาการบวมใหญ่ยุบไปแล้ว การใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่ได้มีความไม่สะดวกเป็นพิเศษ และแน่นอนว่าสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ที่สำคัญที่สุด เหมือนที่ผู้อำนวยการแพทย์อธิบายไว้ รอยคล้ำใต้ตาดีขึ้นบ้าง ซึ่งน่าประหลาดใจมากค่ะ!
สรุปท้ายนี้ ถ้าทุกคนรู้สึกว่าตัวเองจำเป็นเหมือนฉัน ก็ขอให้ได้พบคุณหมอที่ดีและได้ผลการผ่าตัดที่ดีโดยไม่มีผลข้างเคียงนะคะ ฉันคิดว่าน่าจะมีคนที่มีจุดกังวลคล้ายฉัน เช่น ด้วยเงื่อนไขด้านเวลาในการใช้ชีวิตทำงาน ทำให้ผ่าตัดแก้ได้ยาก และถ้าหากต้องผ่าตัดแก้ก็มีภาระค่าใช้จ่าย เป็นต้น ถ้าเป้าหมายคือการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้กลมกลืนโดยไม่มีผลข้างเคียง ฉันจึงมาแชร์ว่าก็มีเคสแบบฉันที่สำเร็จได้ในครั้งเดียวค่ะ
ถูกใจ 10