ก่อนก่อนหลังหลัง ปกติเวลามองหน้าตรง เส้นกรอบหน้ารวมถึงโหนกแก้มจะเป็นคลื่นๆ ไม่เรียบเนียน มองจากด้านข้างก็ทั้งกรามเหลี่ยมใต้หูจริงๆ และคางด้านหน้า รู้สึกว่ามันเป็นเหลี่ยมๆ เลยไม่ชอบค่ะ., เหมือนหน้าแผ่กว้าง? แล้วระหว่างไปปรึกษาหลายที่ ฉันรีบนัดปรึกษาก่อนผ่าตัด 1 สัปดาห์แล้วไปพบ พอไปแล้วชอบมาก หลังตรวจเสร็จเขาช่วยปรับตารางและนัดผ่าตัดให้ค่ะ!ㅠ เขาบอกว่าวันหนึ่งทำผ่าตัดแค่เคสเดียว เลยเป็นโรงพยาบาลที่ทำให้มั่นใจมาก และเพราะฉันอยากผ่าตัดอย่างปลอดภัยจริงๆ ฉันจึงเลือกศัลยกรรมช่องปากและใบหน้าขากรรไกรแทนศัลยกรรมตกแต่ง และในบรรดาที่ต่างๆ ฉันเลือก Y Oral ค่ะ!
วันผ่าตัด (10/4) เพราะผ่าตัดช่วงบ่าย เลยอดอาหารประมาณหนึ่งวันแล้วไปโรงพยาบาลกับแม่ค่ะ! จริงๆ แม้แต่วันก่อนก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองจะผ่าตัด แต่พอเห็นหน้าผู้อำนวยการแพทย์แล้วรู้สึกจริงขึ้นมามาก และกลัวโดยคิดแค่ว่าขอให้ตื่นขึ้นมาก็พอㅜ.ㅜ
หลังจัดของเสร็จ ก็รอในห้องพักฟื้นแล้วจึงย้ายไปห้องผ่าตัดค่ะ! แต่โรงพยาบาลนี้ผู้ดูแลสามารถดู CCTV การผ่าตัดได้ ฉันคิดว่านั่นทำให้มั่นใจมากค่ะ! รู้สึกว่าเขามีความมั่นใจมากพอ และรู้สึกว่าปลอดภัย หลังย้ายไปห้องผ่าตัด แพทย์วิสัญญีบอกว่า “ถ้าหลับไปแล้วก็จะเสร็จแล้วนะครับ!” แล้วฉันก็หลับทันทีค่ะ
แล้วพอตื่นขึ้นมา การผ่าตัดก็เสร็จหมดแล้วและฉันอยู่ในห้องพักฟื้นค่ะ! เพราะต้องให้แก๊สดมยาสลบออกไป จึงต้องตื่นอยู่ แต่ฉันยังมึนๆ อยู่ตลอด ช่วงแรกเลยลำบากค่ะ! แล้วตั้งแต่เย็นถึงเช้ามืด พยาบาลประจำเข้ามาเปลี่ยนประคบให้และเช็กอาการของฉัน รู้สึกขอบคุณมากค่ะ
<วันที่สองหลังผ่าตัด> พอตื่นมาแบบนั้น วันถัดมาเขาถอดถุงระบายเลือดให้ ความรู้สึกแปลกไปชั่วครู่ แต่ดีขึ้นมาก แล้วหลังพันผ้ากดทับก็ออกจากโรงพยาบาลทันทีค่ะ! จริงๆ ฉันตั้งใจจะผ่าตัดโดยไม่บอกพ่อแม่ แต่คิดว่าจำเป็นต้องมีผู้ดูแลค่ะㅠ สติไม่ค่อยอยู่กับตัว และลำบากกว่าที่คิดค่ะ! ฉันทำศัลยกรรมโครงหน้า เลยออกจากโรงพยาบาลหลังผ่านไปหนึ่งวันค่ะ!
<วันที่สองหลังออกจากโรงพยาบาล> หลังออกจากโรงพยาบาล ลำบากกว่าที่คิดเพราะไอมีเสมหะค่ะ! เพราะมีเสมหะเลยไอตลอด แต่เขาบอกว่าไม่ควรไอ ฉันจึงพยายามตั้งใจมากๆ กับการหายใจ แม้แต่ดื่มน้ำก็เพราะปากอ้าไม่ได้ เลยต้องซื้อขวดซอสจากไดโซะมาใช้ดื่มค่ะ! ฉันพยายามดื่มน้ำอย่างยากลำบาก และเพราะหิวมาก เลยพยายามจิบน้ำ นม นมถั่วเหลืองบ่อยๆ ค่ะ! อีกอย่างต้องกินยา แต่การจะเอาเม็ดยาเข้าปากต้องอ้าปาก ซึ่งช่วงแรกแม้แค่นั้นก็ยังอ้าไม่ได้ เลยลำบากกับการกินยาช่วงแรกค่ะ
ส่วนการแปรงฟันก็ใช้น้ำยาบ้วนปากแบบยาทุกครั้งค่ะ! ช่วงหนึ่งสัปดาห์แทบแปรงฟันไม่ได้ จริงๆ ฉันคิดว่าการแปรงฟันไม่ได้ยากกว่าค่ะ..ㅎ ลิ้นรู้สึกถึงคราบสากๆ บนฟันตลอด เลยอยากแปรงฟันมาก แต่เพราะฉันผ่าตัดโหนกแก้มจึงอ้ากว้างไม่ได้ เลยต้องอดทนค่ะ,,
<วันที่สามหลังผ่าตัด> ก่อนหน้านั้นคิดว่า “ไม่บวมเท่าที่คิดแฮะ?” แต่พอเลยวันที่ 3 ไปก็เริ่มบวมมากค่ะ! รู้สึกได้เลยว่าหน้าบวมมาก จึงประคบเย็นบ่อยๆ และใส่สายรัดกดทับตลอด เขาบอกว่าการเดินเล่นช่วยลดบวมได้ ฉันเลยเดินเล่นอย่างระมัดระวังและตั้งใจลดบวมอย่างจริงจังค่ะ! หลังผ่าตัดต้องนั่งนอน ฉันถึงกับซื้อเก้าอี้นั่งพื้นแล้วพยายามนั่งหลับค่ะㅠ เหมือนหลับตื้นๆ แทบจะตื่นแล้วหลับสลับกันไปเรื่อยๆ
<วันที่สี่หลังผ่าตัด> ยังมีอาการบวมอยู่ แต่ความหิวหนักมาก เลยปั่นโจ๊กแล้วกินทีละนิดค่ะ! ไม่เคยรู้เลยว่าการเคี้ยวไม่ได้จะลำบากขนาดนี้ㅠ ดื่มนมถั่วเหลืองบ่อยๆ ด้วย แต่ความหิวลำบากมากจริงๆ ค่ะ! และหลังดมยาสลบแบบทั่วร่างกาย หลอดลมของฉันถูกระคายเคืองจนไม่มีเสียงออกมา 1 สัปดาห์ค่ะㅠ แต่พอเวลาผ่านไปก็กลับมา ดังนั้นส่วนนี้ไม่ต้องกังวลนะคะ! ตอนแรกฉันก็กังวล แต่โชคดีที่กลับมาหมดค่ะ!
หลังจากนั้นฉันตัดรามยอนเป็นชิ้นเล็กๆ กิน และเริ่มกินช้าๆ จากไข่ตุ๋นกับคัสเทลล่าแช่นมค่ะ!
ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น ฉันตัดไหมบริเวณโหนกแก้มและทำความสะอาดฆ่าเชื้อในปากด้วยค่ะ! ไหมโหนกแก้มไม่รู้สึกอะไรเลย เขาบอกว่ายังบวมเยอะ ต้องเดินเล่นบ่อยๆ ค่ะ! หลังจากนั้นผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ ก็ตัดไหมในปากค่ะ~! ไหมในปากจะเจ็บจี๊ดๆ บ้าง แต่พอไหวค่ะ!
ฉันเป็นพนักงานออฟฟิศ เลยใช้ลาพักร้อนประมาณหนึ่งสัปดาห์เพื่อผ่าตัดค่ะ! ถ้าอยากให้คนอื่นดูไม่ค่อยออกจริงๆ ฉันคิดว่าต้องใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ค่ะ! หน้าบวม ทุกคนดูออกหมดเลยㅎㅎ เพราะงานของฉันต้องพูดเยอะ จึงเหมือนได้บริหารปากไปเอง และคิดว่าการขยับปากกลับมาเป็นธรรมชาติเร็วกว่าที่คิดค่ะ!
หลังผ่านสัปดาห์ที่ 2 ฉันตกใจเพราะบริเวณปลายคางเริ่มมีอาการจี๊ดๆ ค่ะ! เขาบอกว่าเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติจากเส้นประสาทที่กำลังกลับมา รู้สึกชาและจี๊ดมากกว่าที่คิดเลยลำบาก แต่ตอนนี้ครบหนึ่งเดือนแล้วอาการหายไปหมด รู้สึกโล่งใจมากค่ะㅎㅎ อาการจี๊ดๆ แบบฉัน พอเวลาผ่านไปจะดีขึ้น ไม่ต้องกังวลมากนะคะ..
ตอนนี้ครบหนึ่งเดือนแล้ว รู้สึกชัดเจนว่าโหนกแก้มลดลง เลยมีความมั่นใจมากกว่าก่อนและมีความสุขค่ะ.. เหตุผลที่ฉันตัดสินใจทำผ่าตัดนี้ ก็เพราะตั้งแต่เด็กมีปมด้อยเรื่องรูปหน้าหนักมาก เลยปล่อยผมลงตลอด และเวลาโดนลมพัดผมปลิวก็เครียดมากค่ะ.. ฉันเลยคิดว่าอยากให้มีวันที่ฉันรับลมนี้ได้อย่างเต็มที่ว่าเป็นสิ่งที่ดี! ตอนนี้ฉันเดินรับลมอย่างมั่นใจกว่าใครค่ะ ยังเพิ่งครบหนึ่งเดือนเลยยังมีอาการบวมอยู่ แต่ก็รอคอยว่าถ้ายุบหมดแล้วจะเป็นอย่างไร.. สำหรับคนที่อยากทำศัลยกรรมโครงหน้าเหมือนฉัน ฉันแนะนำมากค่ะ! ชีวิตเปลี่ยนจริงๆ
ถึงจะเป็นโพสต์ยาว แต่ขอบคุณที่อ่านนะคะ☺
ถูกใจ 0
อีโมติคอนแสดงความเห็นด้วย
กำลังแปล
ต้องการบันทึกรีวิวนี้ไหม? +0
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ