สวัสดีทุกคน วันที่ 4 กรกฎาคมฉันผ่าตัดปรับโครงหน้า 3 รายการ และเมื่อวานก็เพิ่งไปตัดไหมในปากออกมาด้วย
ฉันขอเล่าประสบการณ์การปรับโครงหน้าของตัวเองไว้ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังเตรียมผ่าตัดอยู่บ้าง
อาจเป็นเพราะฉันเป็นพยาบาล ก็เลยเลือกโรงพยาบาลโดยให้ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก มากกว่าจะเน้นใบหน้าที่ออกมาสวยเป็นเส้นคมและสมมาตรแบบสมบูรณ์ ฉันคัดโรงพยาบาลที่เพื่อให้ได้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรูปก่อน-หลังโดยไม่สนใจความเสี่ยงและความปลอดภัย ตัดเยอะเกินไป ใช้โรงพยาบาลเพื่อโปรโมต แล้วสุดท้ายก็พูดแต่คำไม่รับผิดชอบว่าทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิมเอง โดยให้ผลข้างเคียงทั้งหมดเป็นภาระของคนไข้ ฉันตัดทิ้งหมด หลังจากลังเลอยู่นานแล้วเลือกโรงพยาบาลนี้ ผ่าตัดออกมาแล้วผลลัพธ์ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมาก ทั้งปลอดภัย + รูปหน้าออกมาสวย! อ๊ะ! ไม่ได้สมมาตรนะ ความสมมาตรเหมือนจะยังไม่พอดีนิดหน่อย ตั้งแต่แรกฉันมีใบหน้าที่ไม่สมมาตรค่อนข้างมาก คุณหมอบอกว่าจะทำให้สมมาตรแบบสมบูรณ์ไม่ได้ แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ที่คุณหมอบอกตรง ๆ ว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ ทำให้ฉันเชื่อมั่นมากขึ้นอีก อีกอย่างคือคุณหมอผ่าตัดวันละ 1 เคสเท่านั้นด้วย ฉันชอบตรงนี้มาก ฉันรู้สึกว่าการทุ่มเทอย่างเต็มที่ให้คนไข้คนเดียวในสภาพที่ดีที่สุดเป็นเรื่องที่ดีมาก หลังผ่าตัด คุณหมอเปิด CT ให้ดูแล้วอธิบายความแตกต่างของกรามซ้ายกับขวาอีกครั้งว่า ผ่าตัดแบบนี้จึงทำให้กรามขวาและซ้ายอาจต่างกันเล็กน้อย โดยเฉพาะเพราะตัวฉันเองเป็นคนที่ผ่าตัดแล้ว การมองละเอียดกว่าปกติเป็นเรื่องธรรมดา จึงยิ่งรู้สึกว่าความแตกต่างเด่นชัดขึ้นและอาจดูเป็นอย่างนั้นได้ แต่ก็ได้พยายามปรับให้ใกล้เคียงกันที่สุดแล้ว และถ้าไม่มองละเอียดก็ไม่มีใครรู้หรอก คุณหมอก็ปลอบใจฉันแบบนั้นด้วย เพราะก่อนผ่าตัดก็ถูกบอกไว้แล้วว่าบางอย่างทำไม่ได้ ฉันเลยไม่ได้คาดหวังมาก แต่ผลงานที่ได้จริง ๆ คือแบบ เฮะ ขอบคุณมากจริง ๆ^^..❤️
วันผ่าตัดฉันไม่ได้ปวดมาก แต่คลื่นไส้หนักมากจนต้องอาเจียน ไม่ธรรมดาเลย ตอนนั้นนี่เป็นความทรมานที่สุดของฉันแล้ว ฉันเข้าห้องผ่าตัดตอน 9 โมงเช้า ออกมาพร้อมถุงระบายเลือด 2 ถุง ไม่ได้นอนโรงพยาบาล แล้วก็ถอดถุงระบายเลือดตอน 6 โมงเย็นและกลับบ้าน วันนั้นอาจเพราะฤทธิ์ยาสลบ ฉันเลยหลับแบบมึน ๆ จนไม่รู้เลยว่านอนในท่านั่งแล้วอึดอัดไหม!!,,..!!! ตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง หน้าก็ปวดเหมือนโดนรถชน ไม่สิ เหมือนโดนรถบรรทุกเหยียบเลย แน่นอนว่ามันคงปวดเพราะเป็นการผ่าตัดด้วย แต่หน้าบวมหนักมากจนความปวดจากอาการบวมรุนแรงมากสำหรับฉัน.. ฉันเคยทำตาและจมูกมาแล้ว และไม่เคยเจ็บเลยสักครั้ง.. ไม่เคยช้ำ ไม่เคยบวมเลย ตลอดมา,, ฉันยังคิดว่าตัวเองอาจจะเป็นคนที่เหมาะกับศัลยกรรม พอคิดแบบสบาย ๆ แล้วมาทำปรับโครงหน้า ปรากฏว่าจนถึงประมาณวันที่ 5 ยังปวดมากและบวมมาก ฉันถึงกับคิดว่าเรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่.. เสียดายมาก คิดว่าทำไปแล้วไม่น่าทำเลย.. ฉันเป็นเคสที่ควรทำจริง ๆ เพราะมีกรามเหลี่ยม โหนกแก้มเด่น หน้าแบบถั่ว คางยาว และลังเลมาถึง 30 ปี สุดท้ายก็คิดว่าทำเถอะ..! ใช่ ชีวิตที่เหลือจะได้หน้าดูเรียว ๆ เหมือนคนอื่น จะได้รวบผม ดันผมไปหลังหูอย่างมั่นใจ และตอนถ่ายรูปก็เลิกทำท่าเอามือรองคางเป็นดอกไม้สักที! แต่ถึงอย่างนั้นเพราะความปวด + อาการบวมรุนแรงมาก มันทรมานจริง ๆ และฉันก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา
นอกจากยาที่โรงพยาบาลสั่งแล้ว ถ้ากิน Tylenol เพิ่ม อาการปวดจะดีขึ้นนิดหน่อย,, ใครที่กำลังจะผ่าตัด เตรียม Tylenol ไว้แน่นอนนะ,, แม้แต่โจ๊กกับอาหารเหลวก็กลืนไม่ลง เพราะคอเจ็บมาก.. หลังวันที่ 5 ความปวดก็ค่อย ๆ ลดลง แล้วเริ่มกินได้จากโจ๊กก่อน แล้วก็กินได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ฉันก็แปรงฟันสม่ำเสมอด้วยแปรงสีฟันเด็ก + ยาสีฟันเด็ก + น้ำยาบ้วนปากเด็ก พูดตรง ๆ หลังวันที่ 5 นอกจากบริเวณคางด้านหน้าและตั้งแต่หางตาทั้งสองข้างไปถึงเส้นข้างแก้มตรงข้างโหนกแก้มที่ชา หาปากอ้าลำบาก และกินของที่อยากกินไม่ได้แล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรที่ลำบากเป็นพิเศษ
วันที่ 7 ถอดไหมตรงบริเวณจอนผมออก ไม่เจ็บเลยสักนิด ส่วนใหญ่ฉันกินโจ๊กหรือมาม่าที่กลืนได้โดยไม่ต้องเคี้ยวมาก คุณหมอบอกว่ากินอาหารปกติได้ แต่ไหมมันชอบติดฟัน รู้สึกไม่สบาย และแม้จะบ้วนปากแล้วก็ดูเหมือนจะเอาออกได้ไม่ 100% เลยรู้สึกขัดใจ ก็เลยไม่อยากเคี้ยวอะไร อาบน้ำ+สระผมก็ทำได้ และฉันก็ใช้ผ้ารัดหน้าแบบใส่ 1 ชั่วโมง ถอด 1 ชั่วโมง สลับกันแบบนั้น
วันที่ 9 ไปทำงานแล้วก็ทำงานได้ดีอยู่ ใบหน้าก็ยังบวมอยู่บ้าง แต่..! ถ้าใส่หน้ากากก็แทบไม่เห็นเลย????? บวมแค่ด้านล่างเท่านั้น,, ฮึ ฉันเป็นพยาบาล ถึงจะทำงานเป็นกะก็ยังไหว คุยกับคนไข้ได้ดี และตอนส่งเวรก็ต้องพูดคนเดียวประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งก็ทำได้ไม่มีปัญหา ที่โรงพยาบาลที่ผ่าตัดให้ฉันก็พูดว่า หลังประมาณ 7 วันจะเริ่มมีการเกิด callus ระดับหนึ่ง ดังนั้นการพูดในขอบเขตที่ไม่หนักเกินไปอาจช่วยในการฟื้นฟูได้ด้วยซ้ำ หลังจากพูดเยอะแล้ว บริเวณกรามเหลี่ยมจะรู้สึกหนัก ๆ ตึง ๆ มีปวดอยู่บ้าง แต่เพราะพูดเยอะเลยไม่มีอาการพูดไม่ชัดหรือลำบากในการพูด แค่รู้สึกปากแปลก ๆ + คางด้านหน้ายังชาอยู่..!
เมื่อวานเป็นวันที่ 14 แล้วไปเอาไหมในปากออกมา...เจ็บจริง ๆ ใช้บ้วนปากที่มี lidocaine ช่วยชาเล็กน้อยก่อนดึงออก แต่เจ็บเหมือนแทบไม่ได้ชา เหงื่อเย็นออกเต็มไปหมด ประมาณ 3 ชั่วโมงหลังตัดไหม ฉันกินมาม่า + ข้าวราดแกงกะหรี่แล้ว อาหารติดเยอะมาก กินแล้วก็ยังไม่สบายและรู้สึกขัดใจเหมือนเดิม แต่พอไม่มีไหมแล้ว กินเสร็จบ้วนปากก็หลุดออกหมดเลย..! ได้ยินว่าหลังตัดไหมอาการบวมจะยุบลงให้เห็นชัด ก็เลยกำลังรออยู่
อาการบวมก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ แต่สองข้างไม่ได้ยุบเท่ากัน บางวันซ้ายบวมกว่า บางวันขวาบวมกว่า เป็นแบบนั้นวนไปเรื่อย ๆ แล้วค่อย ๆ ยุบลง พออ่านคำแนะนำของรุ่นพี่(?) ที่บอกว่าถ้าคิดลึกจะเครียด ก็เลยไม่สนใจแล้ว ปรากฏว่าไม่เครียดจริง ๆ!! คนรอบตัว ทั้งครอบครัว + เพื่อน + แฟน บอกว่าราวกับเกิดใหม่ ทำออกมาได้ดีมาก ทำไมไม่ทำตั้งนานแล้ว ตัวฉันเองก็พอใจมาก แม้ยังบวมอยู่ก็ตาม
เอาล่ะ ตรงนี้ฉันมีคำถามอยากถามรุ่นพี่(?) ทุกคนหน่อย!!.. ทุกคนเริ่มสูบบุหรี่กันตั้งแต่เมื่อไหร่?..... เพราะเป็นการผ่าตัดที่ทั้งใบหน้าและในปากเลยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เลยยังไม่สูบ อดทนยากมาก.. ตอนทำจมูก ฉันพอถึงวันที่ 7 ก็สูบบุหรี่ธรรมดาทันทีเลยนะ.. แต่กับการปรับโครงหน้า ฉันยังกลัวเลยไม่กล้าสูบ ทุกคนเริ่มสูบกันประมาณเมื่อไหร่? ฮากา.. สูบได้ไหมนะ!!!!
ไลก์ 3