ก่อน <รูปก่อนผ่าตัด> ก่อน <รูปด้านข้างก่อนผ่าตัด> <รูปวันผ่าตัด> หลัง <หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์> หลัง <หลังผ่าตัด 4 สัปดาห์> นี่คือรีวิวผ่าตัดขากรรไกรสองข้างครบ 4 สัปดาห์ค่ะ
เหตุผลที่ตัดสินใจผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง ฉันมีคางยื่นและหน้าก็ยาวด้วย แต่ตอนถ่ายรูปด้านข้าง ส่วนกลางใบหน้ามันดูยุบลงไปค่ะ.. ตอนแรกผ่าตัดขากรรไกรสองข้างน่ากลัวและค่าใช้จ่ายก็สูง เลยคิดจะจัดการด้วยการผ่าตัดปรับโครงหน้า แต่พอคิดว่าถ้าทำปรับโครงหน้าจริงๆ อาจไม่เห็นผลมาก แล้วสุดท้ายคงกลับไปหาข้อมูลผ่าตัดขากรรไกรสองข้างอีกที เลยทำด้วยความคิดว่าเริ่มแรกก็รีบทำให้จบไปเลยดีกว่า ฉันไม่ได้มีภาวะสบฟันผิดปกติ ทำเพื่อความสวยงามค่ะ
เหตุผลที่เลือกโรงพยาบาล เวลาทำผ่าตัดขากรรไกรสองข้างกับปรับโครงหน้า หลายคนกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยกันใช่ไหมคะ ฉันก็กังวลเรื่องนี้มากจริงๆ แต่คนที่เคยเห็นบล็อกของคุณหมอ ㅅㅇㅅ ก็น่าจะรู้ว่า คุณหมอมั่นใจมากว่าสามารถทำให้ผิวไม่หย่อนได้ ฉันเลยไปปรึกษาด้วยความคาดหวังสูงมาก แต่ตอนปรึกษา คุณหมอบอกว่าสำหรับฉันจะพยายาม แต่ผิวอาจหย่อนลงมาบ้าง << คนอื่นๆ บอกว่าตอนปรึกษาคุณหมอพูดอย่างมั่นใจว่าสามารถทำไม่ให้หย่อนได้ จนพวกเขากลับรู้สึกน่าสงสัยด้วยซ้ำ ㅠㅜ ถึงอย่างนั้น คุณหมอบอกว่าจะพยายามให้ เลยรู้สึกถูกใจค่ะ ดังนั้นฉันเชื่อในฝีมือคุณหมอแล้วจองที่นี่เลย ㅎ
วันผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง ฉันไม่ได้นอนเลยสักนิดแล้วขึ้นไปโซล ตอนดมยาสลบ ฉันสลบไปโดยไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังหลับ พอลืมตาเพราะมีคนตบไหล่ เขาบอกว่าผ่าตัดเสร็จหมดแล้วค่ะ ㅎ แล้วผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง ☆ไม่เจ็บมากกว่าที่คิด☆ หลังจากนั้นพอมีสติขึ้นนิดหน่อยก็ถ่ายรูป หน้าเป็นฮปปังแมนไปหมด ดูน่าสงสารมาก.. ㅋㅋ
วันที่สอง นอนทั้งวันเลยค่ะ แค่ไม่มีแรงในร่างกาย หายใจทางจมูกไม่ได้เลยต้องหายใจทางปากตลอด แต่ปากแห้งผากจนทรมานมาก ดื่มน้ำก็ลำบาก.. แล้วต้องคอยบ้วนเลือดออกตลอด พอใช้ทิชชู่เช็ดริมฝีปาก ริมฝีปากที่แตกเพราะผ่าตัดอยู่แล้วก็แสบมาก.. ไม่มีทางเลือก เลยพอใจกับการแตะน้ำให้ชุ่มนิดๆ ㅠㅠ อยากแปรงฟันมากแต่แปรงไม่ได้ อันนี้ก็ลำบากเหมือนกันค่ะ
วันที่ 3 ตอนออกจากโรงพยาบาล ใส่เวเฟอร์และมัดด้วยลวดแล้ว จากนี้ต้องหายใจทางจมูกเท่านั้น ซึ่งลำบากมาก ลำบากจริงๆ จมูกหายใจไม่ค่อยออก แต่ปากหายใจไม่ได้เด็ดขาด พอจมูกตันก็รู้สึกกลัวว่าจะหายใจไม่ได้ การเตรียมอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้หายใจได้ดีจึงสำคัญมาก!
วันที่ 4 ~ วันที่ 13 พออ่านรีวิวของคนอื่น เขาบอกว่าหายใจลำบากเกือบเกินหนึ่งสัปดาห์ แต่ของฉันพอเข้าวันที่ 4 จมูกก็โล่งขึ้นอย่างกับปาฏิหาริย์ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีความไม่สะดวกเรื่องการหายใจแล้ว จริงๆ ส่วนเรื่องแปรงฟัน โรงพยาบาลให้ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Waterpik มา ฉันใช้ประโยชน์ได้ดีมาก ตอนเขาให้มาคือซึ้งสุดๆ ㅠ ไม่ได้คิดถึงเลย แล้วพออาการบวมใหญ่ๆ ของหน้าลดลง ก็รู้สึกได้ชัดว่าหน้าเล็กลง ตอนแรกดีใจมาก ㅋㅋ แค่ดูด้านข้างก็เห็นเลยว่าส่วนกลางใบหน้าที่เคยยุบหายไป คางยื่นก็หายไปด้วย ^^
วันที่ 14 ~ วันที่ 27 วันที่ครบ 2 สัปดาห์พอดี ฉันไปโรงพยาบาลแล้วถอด 'แค่' ลวดที่ยึดเวเฟอร์ค่ะ ㅠㅠ คิดว่าจะได้ถอดลวดจนคืนนั้นนอนไม่หลับㅋㅋ แต่ปากอ้าไม่ออก ดีใจมากเลยไปร้าน Bonjuk ตั้งใจจะใช้ช้อนตักกิน แต่เข้าไปไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ได้ช้อนพลาสติกมาแล้วลองตักกิน อันนี้ก็ไม่ㅋเข้าㅋเหมือนㅋกันㅋ น่าสมเพชมาก นั่งใช้ตะเกียบคีบทีละเม็ดที่ Bonjuk แล้วออกมา..ㅋㅋ จะลองแปรงฟัน แปรงสีฟันเด็กก็ยังเข้าไปอย่างยากลำบากㅋ แต่พอสัปดาห์ที่ 3 ช้อนผู้ใหญ่เข้าไปในปากได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ตั้งแต่นั้นการกินข้าวก็ง่ายขึ้นนิดหน่อยค่ะ แล้วฉันคิดมาตลอดว่าตัวเองมีความรู้สึกครบทุกที่.. ส่วนอื่นมีความรู้สึก แต่ส่วนหน้าของเหงือกบนไม่มีความรู้สึก.. คุณหมอเคยบอกไว้ก่อนผ่าตัดแล้วว่าบริเวณเพดานปากมักเกิดความเสียหายต่อความรู้สึกได้ แต่ฉันก็ช็อก เพราะว่า.. ฉันเชื่อมาตลอดว่าฉันรู้สึกได้ทุกอย่าง.... เขาว่าความรู้สึกต้องดูไป 6 เดือน จริงๆ เลยไม่ได้กังวลเรื่องเส้นประสาทมาก และฉันก็ตัดสินใจผ่าตัดโดยยอมรับความเสียหายต่อความรู้สึกในระดับหนึ่งอยู่แล้ว..
ปัจจุบันสัปดาห์ที่ 4
อาการบวมบนหน้าลดลงไปมากแล้วค่ะ แก้มยังป่องอยู่ และอย่างที่เห็นในรูป คางเรียวลงมากใช่ไหมคะ?
แล้วเรื่องผิวหย่อนคล้อย ฉันไม่รู้สึกเลยสักนิดㅋ และรู้สึกว่าต่อไปก็คงไม่มา ไม่รู้ทำไมแต่รู้สึกดีค่ะ
จมูก? จมูก..ยุบลง? ฉันไม่รู้สึกถึงอันนี้เลย อันนี้เป็นสิ่งที่กังวลรองจากผิวหย่อน แต่ไม่มีเลย..?
ช่วง 1~2 สัปดาห์หลังผ่าตัด กินข้าวก็ไม่ได้ แปรงฟันก็ไม่ได้ เหนื่อยมากจนบอกว่าไม่แนะนำ แต่ตอนนี้พอใจแล้วค่ะ ㅎㅎ ไว้หลังจากเกิน 1 ปีแล้วจะมาเขียนรีวิวสั้นๆ อีกทีค่ะ